ธนาคารกลางจีน เข้าพยุงเงินหยวนครั้งใหม่ หลังหยวนอ่อนค่าต่ำสุดใน 2 ปี ก่อนสิ้นปี 2567
ธนาคารกลางจีน เข้าสนับสนุนเงินหยวนอีกครั้ง หลังหยวนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดใน 2 ปี ในช่วงสิ้นปี 2567 มุ่งรักษาเสถียรภาพในตลาดสกุลเงินในประเทศ
วันที่ 2 มกราคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังคงสนับสนุนเงินหยวนอย่างแข็งขัน โดยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสกุลเงินผ่านอัตราอ้างอิงรายวัน หลังจากที่หยวนอ่อนค่าในตลาดต่างประเทศ ลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2565
PBOC กำหนดค่ากลางอัตราเงินหยวนไว้ที่ระดับ 7.1879 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า โดยอัตราดังกล่าวแข็งค่ากว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ 1,323 จุด ซึ่งถือเป็นการเบี่ยงเบนครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567
อนึ่ง ค่ากลางดังกล่าว ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการกำหนดความเคลื่อนไหวของเงิน โดยจำกัดการซื้อขายในประเทศให้อ่อนค่าลงหรือแข็งค่าขึ้นได้ไม่เกิน 2% จากอัตราที่กำหนดไว้
ด้านเงินหยวนในตลาดต่างประเทศ แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 7.3163 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งฟื้นตัวจากระดับ 7.3695 หยวนต่อดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี 2567 ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2565 ในขณะเดียวกัน เงินหยวนที่ซื้อขายในตลาดประเทศยังคงค่อนข้างเสถียร แม้แตะระดับ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ หลายต่อหลายครั้งในเดือนธ.ค. แต่ก็ยังไม่ร่วงทะลุระดับดังกล่าว
เงินหยวนเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน และความตึงเครียดด้านการค้ากับสหรัฐที่เพิ่มมากขึ้น และยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจากการขู่ขึ้นภาษีศุลกากรของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ม.ค.
PBOC ได้กำหนดมาตรการที่เข้มงวดกว่าที่คาดไว้ตั้งแต่เดือนพ.ย. เพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินหยวน ขณะที่ธนาคารของรัฐมักจะเข้ามาแทรกแซงเป็นครั้งคราวเพื่อขายดอลลาร์สหรัฐ และป้องกันไม่ให้เงินหยวนอ่อนค่าลงมากเกินไป
นายคริสโตเฟอร์ หว่อง นักกลยุทธ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp กล่าวว่า รูปแบบการกำหนดอัตราดอกเบี้ยแสดงให้เห็นชัดเจนว่า PBOC มุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพของเงินหยวน และคาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ยรายวันและการปรับเงินทุนนอกประเทศ เพื่อจัดการสกุลเงินต่อไป
แต่แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทก็คาดการณ์ว่าหยวนอาจอ่อนค่าลงอีก และอาจร่วงลงแตะระดับ 7.5 หยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 เนื่องจากพวกเขาคาดว่ารัฐบาลจีนอาจอนุญาตให้มีหยวนอ่อนค่าลงมากกว่านี้
หยวนเผชิญกับแรงกดดันให้อ่อนค่าลงเนื่องจากสภาพคล่องที่มากเกินไป และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจีนที่ลดลง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยระหว่างจีนและสหรัฐที่ต่างกันอย่างมาก โดยในเดือนธ.ค. PBOC ได้อัดฉีดเงิน 1.7 ล้านล้านหยวน (2.33 ล้านล้านดอลลาร์) เข้าสู่ระบบการเงินโดยใช้เครื่องมือสภาพคล่องใหม่ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงของจีนลดลงสู่ระดับ 1.64% ในวันพฤหัสบดี (2 ธ.ค.) ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 2567
นางฟิโอน่า ลิม นักกลยุทธ์อาวุโสของ Maybank กล่าวว่า ตลาดมีแนวโน้มว่าจะพบกับการอ่อนค่าของเงินหยวนอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอีกครั้ง ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของนายทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ความกลัวดังกล่าวจะเกิดขึ้น ทางการจีนน่าจะป้องกันไม่ให้มีการเก็งกำไรเงินหยวนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินหยวนอย่างต่อเนื่องอาจกัดกร่อนความเชื่อมั่นในตลาดการเงินของจีนได้
อ้างอิง : bloomberg.com