โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“โมเดลแอปจีน” และความเก่งที่โลกกลัว เมื่อการทำแอปกำหนดชีวิตคนด้วย “ข้อมูล” กำลังหวั่นรัฐบาลทั่วโลก

Thairath Money

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 03.58 น.
ภาพไฮไลต์

เคยมีความคิดนี้หรือไม่ว่า ทำไมแอปพลิเคชันในมือถือของเรารู้ใจเราเหลือเกิน? ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำร้านอาหารที่เราอยากกิน โฆษณากระเป๋าที่กำลังอยากได้ไปจนถึงการเสนอสินเชื่อเงินกู้หรือโปรบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับเราในขณะนั้น ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลงานชั้นยอดของ "โมเดลแอปจีน" และการผสาน AI เข้ากับข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้

น่าสนใจว่าเมื่อแอปพลิเคชันรู้จักเราดีกว่าที่เรารู้จักตัวเองขนาดนี้ อำนาจในการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของเรายังเป็นของเราจริงหรือ ? และนี่คือสาเหตุที่ทำให้หลายประเทศเริ่มหวั่นวิตกถึงอิทธิพลของเทคโนโลยีจีนที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลก

จีน ผู้บุกเบิก “แอปฯ ครอบจักรวาล” ที่ดำรงอยู่ได้เพราะ “ข้อมูล”

ย้อนกลับไปราวทศวรรษที่ผ่านมา “จีน” ได้พลิกโฉมวงการเทคโนโลยีโลกด้วยการพัฒนา “SuperApp” แอปพลิเคชันที่รวมทุกบริการไว้ในที่เดียวจนสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา ทั้งวิธีการพูดคุยโต้ตอบในโซเชียลมีเดียไปจนถึงการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินของเรา

โดยต้นฉบับที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้ อันดับแรก “WeChat” จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงแอปแชทธรรมดาที่พัฒนาจนกลายเป็นระบบนิเวศดิจิทัลขนาดใหญ่ รวมบริการสำหรับผู้ใช้ ตั้งแต่สั่งอาหาร จ่ายบิล จองตั๋ว ไปจนถึงการลงทุนในกองทุนรวม ต่อเนื่องด้วยฟินเทคของ Alibaba อย่าง “Alipay” แอปชำระเงินผ่านมือถือที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในโลกที่มีระบบนิเวศด้านการเงินครบจบในแอปเดียว ได้เพิ่มภาษีให้จีนขึ้นแท่นนวัตกรรมฟินเทคระดับโลก

แอปพลิเคชันจีนสองค่ายยักษ์ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนกว่าพันล้านคนในประเทศและภูมิภาค เปรียบเสมือนผู้ช่วยอัจฉริยะที่คอยอำนวยความสะดวกในทุกด้านของชีวิต จนปฏิเสธไม่ได้ว่า “โมเดลแอปจีน” ได้กลายเป็นต้นแบบให้กับบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกในการพัฒนา SuperApp ของตัวเองไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ในการขยายระบบนิเวศหรือผสานธุรกิจระหว่างเครือ แม้กระทั่ง Elon Musk ที่เฝ้าฝันจะเปลี่ยน X (Twitter) เป็นแอปสารพัดนึกในช่วงที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของ “โมเดลแอปจีน” ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่ล้วนเป็นผลจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้อย่างละเอียด ซึ่งการวิเคราะห์ประเมินผลได้แม่นยำและเฉพาะบุคคลจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าผู้สร้างแอปไม่ได้ทำการเก็บสะสม “ข้อมูล” (Data) ขนาดมหาศาลที่เกือบจะทุกมิติของชีวิตจนเราทุกคนไม่ทันฉุกคิดว่า ร่องรอยการใช้งานแอปต่าง ๆ หรือข้อมูลที่ขึ้นชื่อว่าควรจะเป็น ‘ส่วนตัว’ ไม่เคยเป็นของเราตั้งแต่ต้น และเราในฐานะผู้ใช้ได้กลายเป็นสารตั้งต้นของแอปฯ โดยปริยาย ข้อมูลเกือบจะทุกมิติของชีวิตกลายเป็นอาหารขับเคลื่อนอัลกอริธึม

เหตุผลหลัก ๆ ที่ “ข้อมูลผู้ใช้” กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของแอปพลิเคชัน

  • พัฒนาฟังก์ชันหลัก (Core Function) พื้นฐานการทำงานของแอปพลิเคชันพึ่งพาข้อมูลเพื่อดำเนินการตามหน้าที่หลัก เช่น แอปพลิเคชันเกี่ยวกับสภาพอากาศจะดึงข้อมูล Location เพื่อพยากรณ์อากาศ หรือแอปพลิเคชันทางการเงินต้องการข้อมูล Transaction เพื่อจัดทำงบประมาณ
  • ปรับแต่งส่วนบุคคล (Personalization) แอปพลิเคชันใช้ข้อมูลเพื่อปรับแต่งเนื้อหาและคุณสมบัติให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละราย ช่วยเพิ่มความเกี่ยวข้องและการมีส่วนร่วม เช่น การโฆษณาแบบเฉพาะเจาะจง คำแนะนำผลิตภัณฑ์เฉพาะในอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น
  • ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน (User Experiences) ข้อมูลช่วยให้แอปพลิเคชันสามารถปรับให้เข้ากับการตั้งค่าส่วนบุคคลได้ เช่น ภาษา ดีไซน์ ไปจนถึงการกรอกข้อมูลอัตโนมัติ หรือการคาดการณ์แนวโน้มการใช้งานได้โดยการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตของเรา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค AI ที่ยกระดับการประมวลผลของข้อมูลไปอีกขั้น ความชาญฉลาดของอัลกอริธึมสามารถเชื่อมโยงและเรียนรู้พฤติกรรมของเราได้อัตโนมัติ นำเสนอสินค้าบริการที่ตรงไลฟ์สไตล์พร้อมกับประสบการณ์การใช้ที่ราบรื่น เป็นที่มาให้หลายแอปไม่เพียงแต่ฝั่งจีนอย่าง TikTok, Taobao, Temu, Weibo แต่รวมไปถึงโซเชียลมีเดียตะวันตกอย่าง Facebook, Instagram ล้วนใช้วิธีการเดียวกันในการจัดแจงเนื้อหาสำหรับผู้ใช้รายคน

ข้อมูลจากทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ติดตามการดำเนินงานของบรรดาแอปจีนล่าสุด เปิดเผยว่า แอปเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงการรักษาความปลอดภัยของโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้เพื่อสอดแนมกิจกรรมในแอปอื่น ๆ การแจ้งเตือน อ่านข้อความส่วนตัว แถมยังเปลี่ยนการตั้งค่าบางอย่างโดยที่เราไม่รู้ตัว และเมื่อติดตั้งแล้วก็ยากที่จะลบออก

ยกตัวอย่างมัลแวร์ในแอปPinduoduo ดราม่าแอป Temu ล่าสุด ถูกตรวจพบว่ามีการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการ Android โดยผู้เชี่ยวชาญภายในบริษัทกล่าวว่าช่องโหว่ดังกล่าวถูกใช้เพื่อสอดส่องผู้ใช้และคู่แข่ง ซึ่งอ้างว่าเพื่อกระตุ้นยอดขาย ข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบแอปที่พัฒนาโดยจีนอย่าง TikTok อย่างเข้มข้น เนื่องจากมีข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล

SuperApp ใน “โลกการเงิน” และพัฒนาการ AI ที่ข้อมูลถูกต่อยอดไม่รู้จบ

ความกังวลใหญ่ ๆ ถัดมา สืบเนื่องจากความสามารถของ AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้แอปพลิเคชันเหล่านี้บูรณาการข้อมูลและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะใน “โลกการเงิน” ที่ปัจจุบันปลายทางของผู้พัฒนา SuperApp หลายเจ้ามุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการด้านการเงินให้กับผู้ใช้ โดยอาศัยการวิเคราะห์ "เครดิตดิจิทัล" ที่สร้างขึ้นจากข้อมูลและพฤติกรรมออนไลน์ของเรา เกิดเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่สามารถตัดสินใจปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ใช้ได้ภายในไม่กี่วินาที

โดยปัจจุบันแอปสินเชื่อเงินด่วน “Digital Lending” ก็ได้กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่เข้ามาช่วยให้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Underserved ที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินหรือไม่ผ่านขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร และมากไปกว่านั้นที่ภาคธนาคารเองก็ก้าวเข้ามาพัฒนาการให้บริการทางการบนแอปพลิเคชันที่หลากหลาย (Embed Finance) โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เช่น การรวมโปรดักต์ด้านการเงิน เช่น สินเชื่อ ประกันภัย หรือการลงทุนเข้ากับข้อเสนอของลูกค้าผ่าน Application Programming Interfaces (API) ที่เชื่อมโยงกับพันธมิตรทางการเงิน

ความสะดวกสบายในการขอสินเชื่อออนไลน์นำไปสู่คำถามที่น่าขบคิดว่าอำนาจในการควบคุมชีวิตทั้งไลฟ์สไตล์ไปจนถึงการบริหารจัดการเงินของเรากำลังถูกส่งผ่านไปให้อัลกอริธึมโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า ? และแอปเหล่านี้ถูกพัฒนาโดยผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ?

ความเก่งที่โลกกลัว เพราะรวบรวมข้อมูลมากเกินกว่าที่จำเป็น

แม้ว่าความตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์กำลังทวีความสำคัญขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นการให้สิทธิ์แอปพลิเคชันในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงขอบเขตการเก็บรวบรวมข้อมูลและความเสี่ยงที่แฝงมากับการใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้

เนื่องจากนโยบายความเป็นส่วนตัวมักถูกเขียนในรูปแบบที่เข้าใจยากและขาดความโปร่งใส อีกทั้งเงื่อนไขการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลก็มักคลุมเครือ ทำให้ผู้ใช้ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าข้อมูลส่วนตัวของตนถูกนำไปใช้หรือแบ่งปันในลักษณะใดบ้าง

ปรากฏการณ์นี้ได้สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงและความเป็นส่วนตัวของประชาชนในระดับโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา คู่ขัดแย้งตลอดกาลที่กำลังปราบปรามบรรดาแอปจีนที่ให้บริการในสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติที่กังวลว่าข้อมูลผู้ใช้จะถูกเข้าถึงโดยทางการจีนแผ่นดินใหญ่ นำไปสู่มาตรการกีดกันที่เข้มงวดตลอดจนการออกกฎหมายแบน TikTok ที่เราเห็นในปัจจุบัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงข้อมูลจากTechcrunch , ASPI , AP

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...