โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“การซื้อ-ขายทาส” ในสมัย ร.5 เป็นอย่างไร เจ้านายก็เคยขายตัวเป็นทาส ได้ค่าตัวเท่ากับไพร่?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 17.19 น.
ทาสชาวสยาม มีสภาพชีวิตแทบไม่ต่างจากไพร่สามัญในทัศนะของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภาพถ่ายสมัยรัชกาลที่ 5 จากหอสมุดดำรงราชานุภาพ)

“การซื้อ-ขายทาส” ในสมัย ร.5 เป็นอย่างไร เจ้านายก็เคยขายตัวเป็นทาส ได้ค่าตัวเท่ากับไพร่?

ในสมัย“พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”หรือ “รัชกาลที่ 5”ถือเป็นยุคที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่ามีการยกเลิก “การซื้อ-ขายทาส”ในสยาม ทว่าในความเป็นจริง ซึ่งปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สังคมในช่วงนั้นยังซื้อ-ขายทาสอยู่เป็นจำนวนมาก โดยการค้าขายนี้ระบุอยู่ใน “เอกสารกรมธรรม์ซื้อทาส” เอกสารโบราณของทางราชการเมืองนครราชสีมา ซึ่งอธิบายวิธีการดังกล่าวไว้ละเอียดยิบ

และไม่ได้มีแค่บุคคลทั่วไปเท่านั้นที่ขายตัวเป็นทาส เพราะยังมีเหล่าเจ้านายที่ขายตัวเองเป็นทาส ในราคาเทียบเท่าไพร่!

“เอกสารกรมธรรม์ซื้อทาส” เป็นเอกสารโบราณที่พบเมื่อ พ.ศ. 2538 ในบ้าน คุณยายยี่สุ่น ไกรฤกษ์ ซึ่งตั้งอยู่ในเทศบาลเมืองนครราชสีมา มีทั้งหมด 138 ฉบับ

ภายในบันทึกด้วยอักษรไทยและลายมือโบราณ เต็มไปด้วยเรื่องราวของการค้าทาสของหัวเมืองนครราชสีมา โดยเล่มที่เก่าที่สุดมีเนื้อหาตรงกับ พ.ศ. 2399 และฉบับล่าสุดอยู่ในช่วง พ.ศ. 2445

ในเรื่องนี้จะขอจำแนกเป็น 2 เรื่องหลัก ๆ คือ “การขายตัวเป็นทาส” และ “การไถ่ตัวทาส”

การขายตัวเป็นทาส ในสมัยนั้นแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท

1. กรณียากจน จนต้องยอมขายตัวเองเป็นทาสเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความยากจน โดยเหล่าไพร่ทั้งหลายจะทำสารกรมธรรม์เพื่อขายตัวเองให้กับนาย บางกรณีถึงขั้นขายตัวเองและลูกเพื่อเป็นทาส

2. กรณีนายทาส (เจ้าของทาส) ต้องการขายทาสให้นายเงินคนอื่นถ้าจะให้เห็นภาพชัดหน่อย คือ เจ้านายขายทาสตนเองให้คนอื่น ผัวขายเมีย หรือพ่อแม่ขายลูก ให้นายเงินนั่นแหละ กลุ่มนี้มักจะเจอไม่เยอะเท่าขายตัวเองหรือครอบครัว

3. กรณีขุนนางผู้ใหญ่ขายตัวเองให้เป็นทาสประเภทนี้น่าสนใจมาก เพราะหลายคนอาจจะคิดว่าคนที่ได้เป็นใหญ่เป็นโตแล้วคงไม่กลับมาเป็นทาส แต่ในเอกสารดังกล่าวระบุไว้ว่า มีเจ้านายคนหนึ่งชื่อว่า หลวงภักดีสงคราม ท่านขายตัวเองและภรรยาให้ชาวจีน ในราคาปกติที่ค้าขายไพร่ทั่วไป คือประมาณ 2 ชั่ง 14 ตำลึง (ราคานี้คือทั้ง 2 คนรวมกัน)

ไม่แน่ชัดว่าท่านหลวงผู้นี้ยากจนมาได้อย่างไร แต่ก็ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของ “การซื้อ-ขายทาส”ในยุคสมัยนั้นว่ามีความหลากหลาย

นอกจากนี้ยังมีขุนอินทร์ รายนี้ขายตัวเป็นทาสให้แม่เลื่อนนายเงิน เป็นจำนวน 1 ชั่ง 5 ตำลึง อีกด้วย

4. กรณีชาวจีนขายตัวเป็นทาสในเอกสารพบว่ามีชาวจีนที่เข้ามาทำมาหากินและมีเมียเป็นคนไทย ค้าทาสอยู่ไม่น้อย โดยพบกรณีนี้มากมาย เช่น จีนปรั่งกับภรรยา ขายตัวเองเป็นทาส 2 คน ในราคา 1 ชั่ง 17 ตำลึง, จีนหมี แซ่จังกับภรรยา ขายตัวเป็นทาสทั้ง 2 คน ในเงิน 3 ชั่ง เป็นต้น

5. กรณีทาสเพิ่มค่าตัวโดยขายตัวเป็นทาสกับนายเงินใหม่ กรณีนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะปรากฏเรื่องราวของนายจีนอิ่ม ชายผู้ขายตัวไปเป็นทาส (ซึ่งภรรยาเกลี้ยกล่อม) โดยแต่เดิมเขาเป็นทาสของพระศักดาเรืองฤทธิ์ ปลัดเมืองตาก มีค่าตัวอยู่ที่ 1 ชั่ง 1 ตำลึง

ก่อนที่จะขอเปลี่ยนนายเงินใหม่ คือ หลวงภักดีณรงค์ เขาได้เงินจากนายเงินใหม่ จำนวน 1 ชั่ง 10 ตำลึง ทำให้ได้เงินค่าตัวเพิ่ม 9 ตำลึง

โดยการขายตัวเป็นทาส ผู้จะขายตัวให้นายจะต้องทำสิ่งที่เรียกว่า “หนังสือสารกรมธรรม์” หรือ “หนังสือสัญญาขายตัว” ก่อน ซึ่งจะมีกระบวนการขั้นตอน มีนายอำเภอ เจ้าเมืองหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พยาน รวมถึงเสมียน ในการสอบถามความยินยอนพร้อมใจ

ถ้าหากว่าทั้ง 3 ฝ่ายเห็นว่าผู้ขายไม่ได้ถูกบังคับกดขี่ จึงจะประทับตราประจำตำแหน่ง ที่เป็นตราหนุมานทรงเครื่องให้อย่างน้อย 3 แห่งในเอกสาร บริเวณ วันเดือนปี, จำนวนเงินที่ซื้อขาย และชื่อทาส (ซึ่งอาจมีชื่อเมียหรือพ่อแม่ระบุไว้ด้วยก็ได้)

ส่วนที่ 2 คือ การไถ่ทาสจากเอกสารสารกรมธรรม์ ที่พบ ณ เมืองนครราชสีมา การไถ่ถอนนั้นมีระบบขั้นตอนเหมือนกับตอนขายตัวเองเป็นทาส โดยกลุ่มที่มาไถ่ทาสจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

กลุ่มแรกจะเป็น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เป็นผู้ไถ่ตัว อย่างที่ 2 คือ ผู้อื่นมาไถ่ตัวไป (ในบันทึกไม่ได้ระบุว่าเป็นญาติกับทาส) กรณีนีนี้มักจะไถ่ตัวทาสสาวเป็นส่วนใหญ่ อย่าง กรณีขุนรัตนามาไถ่อีเแก้วออกสารกรมธรรม์

พวกเขาจะส่งเงินบางส่วนหรือทั้งหมดมาที่นายเงิน และแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อให้บันทึกรายละเอียด ก่อนที่จะประทับตราเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ด้านหลังสัญญา เพื่อยืนยันการสิ้นสุดความเป็นทาส

การไถ่ทาสเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นง่าย ๆ เพราะบางคนต้องใช้เวลาเกือบค่อนชีวิตในการหาเงินเพื่อได้รับอิสระ ทว่าบางคนก็ต้องติดกับความเป็นทาสไปจนตาย เนื่องจากไม่มีสตางค์มามอบให้กับนายเงิน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.silpa-mag.com/history/article_95711

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “การซื้อ-ขายทาส” ในสมัย ร.5 เป็นอย่างไร เจ้านายก็เคยขายตัวเป็นทาส ได้ค่าตัวเท่ากับไพร่?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...