โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดข้อมูลโครงการจัดซื้อเครื่องบินฝนหลวงที่กมธ. งบฯ เรียกอธิบดีชี้แจง

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 11 ก.พ. 2567 เวลา 21.41 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2567 เวลา 09.10 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 11 ก.พ. – อธิบดีกรมฝนหลวงเตรียมเข้าชี้แจงต่อกมธ. งบประมาณเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบิน 2 ลำในวันที่ 15 ก.พ. นี้ ตามที่กมธ. ออกหนังสือเชิญ โดยโครงการจัดซื้อเครื่องบินดังกล่าว ตั้งราคากลางไว้ที่ 1,180 ล้านบาทซึ่งมีการยื่นประกวดราคาไปเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีเพียงบริษัทเดียวยื่นประกวดราคา ผ่านไป 1 เดือนกว่า ยังไม่มีการประกาศว่า บริษัทนี้ได้รับคัดเลือกหรือไม่

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณได้ส่งหนังสือเชิญนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเข้าชี้แจงเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเครื่องบิน 2 ลำซึ่งนายศรีสุวรรณ จรรยาและนายยศวริศ ชูกล่อมมาร้องเรียนให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 โดยนายศรีสุวรรณและนายยศวริศตั้งข้อสังเกตว่า มีการล็อกสเปกให้เครื่องบินของผู้ผลิตเพียงรายเดียวเข้ายื่นประกวดราคาได้หรือไม่ อีกทั้งระบุว่า ส่อพิรุธทุจริต

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรตอบรับจะเข้าชี้แจงด้วยตัวเองวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567

สำหรับโครงการจัดซื้อเครื่องบิน 2 ลำดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570 วงเงินงบประมาณ 1,314,000,000 บาท กำหนดราคากลางที่ 1,188,770,000 บาท ในเดือนตุลาคม 2566 บริษัทที่เป็นตัวแทนของจำหน่ายเครื่องบินรายหนึ่งเชิญผู้บริหารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรไปดูงานที่โรงงานผลิตเครื่องบินที่สาธารณรัฐเช็ก ต่อมากรมฝนหลวงฯ ออกประกาศเรื่อง ประกวดราคาซื้อเครื่องบินขนาดกลาง 2 ลำ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 โดยมีการประกวดราคาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 มีบริษัทยื่นเสนอราคาเพียง 1 ราย ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศว่า บริษัทดังกล่าวได้รับคัดเลือกหรือไม่ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกล่าวก่อนหน้านี้ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาราคา

ทั้งนี้มีรายงานว่า รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะและเงื่อนไขทางเทคนิคถูกปรับลดลงจากเดิม ทำให้ราคากลางในการจัดซื้อต่ำกว่า เครื่องบินขนาดกลางที่กรมฝนหลวงฯ ใช้ปฏิบัติงานมานานคือCasa ผลิตซึ่งมี 16 ลำ ตัวแทนของผู้ผลิตเครื่องบิน Casa จึงไม่สามารถแข่งขันได้

Casa

เมื่อปรากฏว่า มีผู้ยื่นประกวดราคาเพียงรายเดียว ทำให้ต่อมานายศรีสุวรรณ จรรยากับพวกร้องเรียนทั้งต่อกมธ. งบประมาณและร้องต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ตรวจสอบเนื่องจากตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการกำหนดสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทรายใดรายหนึ่ง

สำหรับเครื่องบินขนาดกลาง 2 ลำที่อยู่ระหว่างจัดซื้อ มีสเปกใกล้เคียงกับเครื่องบิน LET L-410 NG ที่ผลิตโดยบริษัท Aircraft Industries ของสาธารณรัฐเช็ก

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในประเด็นที่เป็นข้อกังวลของผู้ปฏิบัติงานในส่วนของนักบินและช่างซ่อมเครื่องบินเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบิน 2 ลำครั้งนี้คือ หากได้เครื่องบิน LET L-410 NG จะทำให้เครื่องบินที่ใช้ปฏิบัติการฝนหลวงมีจำนวนแบบเครื่องบินเพิ่มขึ้นอีก โดยก่อนหน้านี้กรมฝนหลวงฯ เพิ่งจัดซื้อเครื่องบินขนาดกลาง 2 เครื่อง (ยังไม่ได้มีการส่งมอบ) โดยได้เป็นเครื่อง SkyCourier ตัวแทนจำหน่ายคือ บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด

SkyCourier

การมีเครื่องบินหลายแบบจะทำให้ยากต่อการบริหารจัดการเนื่องจากต้องใช้เครื่องบินต่างแบบมาบินผสมกันในการปฏิบัติงาน ขณะที่จำนวนนักบินไม่เพียงพอ อีกทั้งมีนักบินลาออกและสมัครเข้าใหม่บ่อยครั้ง ปกติแล้วกรมฝนหลวงฯ มีระบบให้นักบินที่มีชั่วโมงบินสูงทำหน้าที่ครูการบินสอนนักบินใหม่ให้เกิดความชำนาญ เมื่อมีเครื่องบินแบบใหม่เข้ามาจะต้องใช้เวลาในการสร้างครูการบินในแบบเครื่องบินนั้นๆ นอกจากนี้ยังจะเกิดความยุ่งยากในการสำรองอะไหล่ เครื่องยนต์ รวมถึงอุปกรณ์การบินเฉพาะแบบ เมื่อเปรียบเทียบกับสายการบินพาณิชย์ส่วนใหญ่จะพบว่า ส่วนใหญ่ใช้เครื่องบินแบบเดียวเพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการ

L-410 NG

สำหรับเครื่องบิน LET L-410 NG มีน้ำหนักบรรทุกน้อยกว่าเครื่องบิน Casa ในการขึ้นบินทำฝนหลวงจะต้องใช้สารฝนหลวง 2 ตันต่อ 1 รอบปฏิบัติงาน โดย Casa รับน้ำหนักบรรทุกได้ 1 ตันจึงใช้ 2 ลำต่อ 1 รอบปฏิบัติงาน ระยะเวลาในการบินแต่ละรอบปฏับัติงานประมาณ 1ชั่วโมง 40 นาทีถึง2 ชั่วโมง Casa เติมน้ำมันเต็มถัง บินได้นานประมาณ 5 ชั่วโมง กรณีที่ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องจึงสามารถบินได้ 2 เที่ยว โดยยังมีเชื้อเพลิงสำรองด้วย ขณะที่ LET L-410 NG ซึ่งน้ำหนักบรรทุกน้อยกว่า Casa นั้น จะต้องเพิ่มเที่ยวบินให้ถี่ขึ้นต่อรอบการปฏิบัติงาน หรือหากจะบรรทุกสารฝนหลวงให้เท่ากับ Casa จะต้องลดปริมาณเชื้อเพลิงที่เติม ในการปฏิบัติงานต่อเนื่อง ต้องพักเติมเชื้อเพลิงซึ่งอาจมีผลต่อการช่วงชิงจังหวะที่สภาพอากาศเข้าเงื่อนไขในการทำฝนหลวง

L-410 NG

นอกจากนี้ยังมีรายงาน บริษัทเพียงรายเดียวที่ยื่นประกวดราคาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ได้เสนอราคาประมาณ 1,200 ล้านบาท แม้จะต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่กำหนดไว้ 1,300 ล้านบาท แต่สูงกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ที่ประมาณ 1,180 ล้านบาท จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ยังไม่ประกาศว่า ใครเป็นผู้ชนะการประกวดราคาเนื่องจากมีการร้องเรียนของบริษัทอื่นที่เสียประโยชน์ต่อเข้ายื่นประกวดราคาครั้งนี้ รวมถึงการร้องเรียนของแก็งตบทรัพย์ของนายศรีสุวรรณกับพวก

Cessna Caravan

สำหรับอากาศยานของกรมฝนหลวงฯ มี 2 ประเภทคือ อากาศยานปีกตรึงและอากาศยานปีกหมุน โดยอากาศยานปีกตรึงประกอบด้วย เครื่องบินขนาดเล็กคือ Cessna Caravan 12 เครื่อง เครื่องบินขนาดกลางคือ Casa 16 เครื่อง ขนาดใหญ่คือ CN 2 เครื่อง และเครื่องบินปรับความดันอากาศคือ Super King Air 3 เครื่อง

Super King Air

ส่วนอากาศปีกหมุนหรือเฮลิคอปเตอร์มี BELL 206B3 จำนวน 3 เครื่อง BELL 407GXP 3 เครื่อง BELL 412EP 1 เครื่อง และ AS 350 B2 (ECUREUIL) 1 เครื่อง. – 512 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...