โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดข้อมูล “สภาทองคำโลก” ย้อนหลัง 10 ปี คนไทยนิยมลงทุนพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2567 เวลา 01.12 น.

สัมภาษณ์

ทองคำเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ปลอดภัย ทำให้ในเวลาที่สินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ให้ผลตอบแทนไม่ดี นักลงทุนจึงมักจะหันมาลงทุนในทองคำ ขณะเดียวกัน ในยุคปัจจุบันธนาคารกลางหลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการเก็บสะสมทองคำไว้เป็นทุนสำรองกันมากขึ้น

โดยข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ชี้ว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ระหว่างสิ้นปี 2556 ถึงสิ้นปี 2566 ราคาทองคำได้เพิ่มขึ้นจากราคา 1,205 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็น 2,078 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 73%

“เซาไก ฟาน” หัวหน้าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าธนาคารกลางทั่วโลกของสภาทองคำโลกให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2566 ที่ผ่านมา การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากปี 2565 ทำให้จำนวนความต้องการอยู่ที่ระดับ 1,037 ตัน ในปี 2566 ที่ผ่านมา ผลักดันให้ยอดรวมตลอดทั้งปีสูงสุดเป็นอันดับสองจากที่มีการบันทึกมาทั้งหมด และลดลงเพียง 45 ตันเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

โดยประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตของความต้องการทองคำผู้บริโภค (Consumer Gold Demand) สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เพิ่มขึ้นถึง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จาก 38.4 ตัน ในปี 2565 เป็น 42.1 ตัน ในปี 2566 ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีมากกว่าการปรับตัวลดลงของความต้องการทองคำแบบเครื่องประดับ

ด้านสถานการณ์ของทองคำแท่งและเหรียญทองคำสำหรับการลงทุน พบว่าความต้องการทั่วโลกลดลง 3% โดยความแข็งแรงของตลาดบางภูมิภาคได้ช่วยชดเชยความต้องการที่ลดลงในบางตลาด แต่ในทางกลับกันพบว่าประเทศไทยมีการเติบโตปี 2566 แข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่มีการเติบโตเป็นบวกในปีที่ผ่านมา

ส่วนความต้องการทองคำเครื่องประดับในประเทศไทย มีการฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา จาก 2.5 ตันในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 เป็น 3 ตันในไตรมาสที่ 4 ปี 2566 แต่ยังไม่สามารถทำให้ปริมาณทั้งปีเติบโตเป็นบวกได้ โดยความต้องการตลอดทั้งปีลดลง 2% อยู่ที่ 9 ตัน แม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือน ต.ค. และ พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากราคาทองคำที่ลดลงก็ตาม

“ในปี 2566 เราพบว่าความต้องการทองคำเครื่องประดับของไทยลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (-2%) ในขณะที่ความต้องการทองคำสำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับปี 2565 อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการทองคำสำหรับการลงทุนในช่วงก่อนโควิด-19 ยังคงถือว่าปริมาณไม่สูง โดยค่าเฉลี่ยจากปี 2558 ถึง 2562 อยู่ที่ 63 ตันต่อปี”

“ฟาน” อธิบายว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4 ราคาสินค้าเกษตรของไทยที่สูงขึ้น ได้กระตุ้นให้ความต้องการจากพื้นที่ชนบทเติบโต ซึ่งก่อนหน้านี้ตลอดทั้งปีมีปริมาณน้อยกว่าในพื้นที่เมือง อย่างไรก็ตาม ปริมาณทองคำรีไซเคิลในตลาดเครื่องประดับของประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นในปี 2566 เนื่องจากราคาทองคำที่สูงขึ้นได้ดึงให้มีการนำทองคำที่ถือครองอยู่ออกมา

“จากปริมาณความต้องการทองคำผู้บริโภคในปี 2566 พบว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในภูมิภาคอาเซียน โดยมีความต้องการทองคำ 42.1 ตัน รองจากเวียดนามที่มีความต้องการ 55.5 ตัน และอินโดนีเซีย 45.3 ตัน”

นอกจากนี้ หากมองย้อนไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าปริมาณความต้องการทองคำภาคผู้บริโภคของประเทศไทยนั้น เปลี่ยนไปสู่รูปแบบการลงทุนในรูปแบบทองคำแท่งและเหรียญทองคำเป็นอย่างมาก โดยความต้องการทองคำเครื่องประดับมีส่วนแบ่งที่น้อยกว่ามาก และแม้ว่าปริมาณความต้องการทองคำของไทยจะลดลงในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา แต่จะเห็นว่ามีการฟื้นตัวที่ดี จากการลงทุนซึ่งติดลบ 87 ตัน ในปี 2563 เนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 และราคาทองคำที่พุ่งสูงในขณะนั้น

“ค่าเงินบาทที่อ่อนลงอย่างต่อเนื่องในปี 2566 ช่วยสนับสนุนความต้องการทองคำในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง แต่สาเหตุของความต้องการที่ลดลงจากในอดีต อาจเนื่องมาจากความนิยมในแพลตฟอร์มการลงทุนทองคำออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการซื้อขายทองคำในระยะสั้นมากขึ้น และทำให้การลงทุนแบบ ‘ซื้อแล้วถือ’ ระยะยาวลดลง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดข้อมูล “สภาทองคำโลก” ย้อนหลัง 10 ปี คนไทยนิยมลงทุนพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...