โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลุย “ตราสารหนี้” แบบไม่หวั่น ‘เงินเฟ้อสูง’ ไปกับ...“KTILF” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 29 พ.ย. 2566 เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2565 เวลา 00.07 น. • Wealth Guy

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองตราสารหนี้ระยะยาว” (Long Term General Bond) ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่“ผลตอบแทน” แปรผันตาม “เงินเฟ้อ”
นักลงทุนหลายคนอาจสงสัยว่า…ช่วง “เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยขึ้น” มีแต่คนแนะนำให้เลี่ยง “ตราสารหนี้ระยะยาว” ไม่ใช่หรือ?
ถ้าสำหรับ “ตราสารหนี้ทั่วไป” อาจจะใช่…แต่ไม่ใช่กับ “ตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ” (Inflation Link Bond) แต่ประการใด เพราะผลตอบแทนของตราสารหนี้ประเภทนี้จะเคลื่อนไหวไปตาม “เงินเฟ้อ” นั่นเอง
“เงินเฟ้อสูง”…ผลตอบแทนก็สูงตาม ในทางตรงข้าม “เงินเฟ้อต่ำ”…ผลตอบแทนก็ต่ำตามเช่นเดียวกันนะ!!!
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้หยิบยก “กองทุนรวมตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ” ที่น่าสนใจพร้อมใช้ในการรับมือกับสภาวะเงินเฟ้อได้ มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกัน

KTILF”…กองทุนต่อสู้เงินเฟ้อ

ปัจจุบันหลากหลายประเทศภายหลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวและสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ด้วยกระทบจากเกิดวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไปก่อนหน้า
แต่วิกฤตเศรษฐกิจก็ไม่ได้ผ่านพ้นไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อตัวเลข “เงินเฟ้อ” ได้เร่งตัวขึ้นแบบชัดเจนโดยเฉพาะในประเทศขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ จนทำให้ต้องปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้นด้วยการ “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” จนเขย่าขวัญตลาดทุนทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา
สิ่งสะท้อนสำคัญนอกจากเศรษฐกิจยังได้ฉายมาถึงตลาดทุนจนเกิดเป็นความกังวลทั้งปัจจัยเงินเฟ้อที่ยังคุมไม่ได้และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งนักลงทุนเองก็ “หลีกเลี่ยง” ที่จะลงทุนหรือหาสินทรัพย์ปลอดภัยมาลงทุนทดแทน และหนึ่งในนั้นก็คือ “ตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ” (Inflation Link Bond) นั่นเอง ซึ่งในอุตสาหกรรมกองทุนของไทยเองก็มีกองทุนที่ลงทุนในตราสารประเภทนี้อยู่หนึ่งกองด้วยกัน

โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ” หรือ “KTILF” เป็นหนึ่งในกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)’ ซึ่งยังได้รับเครื่องยืนยันว่าเป็นกองทุนรวมที่ผลการดำเนินงานได้ดีจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็นกองทุน “5 ดาว” อีกด้วย
“ด้วยผลการดำเนินงานของกองทุนที่เฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 65) อยู่ในระดับที่ 1.65% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.52% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 7.11% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 3.59% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -11.29%

หน้าตาพอร์ตเป็น “เครดิตประเทศ”…ตราสารหนี้สไตล์ “พันธบัตรอ้างอิงเงินเฟ้อ” (ILB)

สำหรับหลายคนที่สงสัยว่า เบื้องลึกเบื้องหลังของกอง KTILFมีรายละเอียดเป็นอย่างไร ทางเราก็ได้นำหยิบมาเสนอเช่นเดียวกันซึ่งเริ่มจากวันที่จัดตั้งกองที่ได้เกิดขึ้นใน 20 มีนาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2565 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 1,143,222,504 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.74 บาทต่อหน่วย
“กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารภาครัฐไทย ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ตราสารหนี้ ตราสารการเงิน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม และกองทุนรวม ETF ที่มีผลตอบแทนแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
ในเบื้องต้นกองทุนจะเน้นลงทุนใน “พันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ” (ILB) ที่ออกโดยกระทรวงการคลังเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก ตราสารแห่งหนี้และหรือตราสารทางการเงินอื่น ทั้งในและหรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
ณ วันที่ 31 พ.ค. 65 กอง KTILF มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 95.56% เรียกว่า…“อันดับเครดิตสูงสุดของประเทศ” แล้วเพราะเป็นเครดิตในประเทศของรัฐบาล AAA นักลงทุนจึงสบายใจได้ในเรื่องของเครดิต

ลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’…ไม่มีขั้นต่ำ

โดยนักลงทุนที่อยากจะปรับพอร์ตการลงทุนหรือมีสนใจการลงทุนใน KTILFก็สามารถใช้เงินลงทุนได้อย่างอิสระ เนื่องจากเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ทางบลจ. “ไม่ได้มีข้อกำหนด” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้อิสระ ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัดแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น KTAM Smart Trade
“หลายคนที่อาจจะยังมองหาสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างผลตอบแทนหรือเป็นแหล่งพักเงินในยามที่ตลาดหุ้นต้องเจอกับปัจจัยกดดัน ก็อาจจะใช้ ‘ตราสารหนี้ที่อิงกับเงินเฟ้อ’ เป็นทางเลือก เพราะนอกจากมีความปลอดภัยของเงินต้นในระดับหนึ่งแล้ว ผลตอบแทนก็ไม่หวั่นกับ ‘เงินเฟ้อสูง’อีกด้วย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...