ลุย “ตราสารหนี้” แบบไม่หวั่น ‘เงินเฟ้อสูง’ ไปกับ...“KTILF” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “กองตราสารหนี้ระยะยาว” (Long Term General Bond) ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่“ผลตอบแทน” แปรผันตาม “เงินเฟ้อ”
นักลงทุนหลายคนอาจสงสัยว่า…ช่วง “เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยขึ้น” มีแต่คนแนะนำให้เลี่ยง “ตราสารหนี้ระยะยาว” ไม่ใช่หรือ?
ถ้าสำหรับ “ตราสารหนี้ทั่วไป” อาจจะใช่…แต่ไม่ใช่กับ “ตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ” (Inflation Link Bond) แต่ประการใด เพราะผลตอบแทนของตราสารหนี้ประเภทนี้จะเคลื่อนไหวไปตาม “เงินเฟ้อ” นั่นเอง
“เงินเฟ้อสูง”…ผลตอบแทนก็สูงตาม ในทางตรงข้าม “เงินเฟ้อต่ำ”…ผลตอบแทนก็ต่ำตามเช่นเดียวกันนะ!!!
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้หยิบยก “กองทุนรวมตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ” ที่น่าสนใจพร้อมใช้ในการรับมือกับสภาวะเงินเฟ้อได้ มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกัน
“KTILF”…กองทุนต่อสู้เงินเฟ้อ
ปัจจุบันหลากหลายประเทศภายหลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวและสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ด้วยกระทบจากเกิดวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไปก่อนหน้า
แต่วิกฤตเศรษฐกิจก็ไม่ได้ผ่านพ้นไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อตัวเลข “เงินเฟ้อ” ได้เร่งตัวขึ้นแบบชัดเจนโดยเฉพาะในประเทศขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ จนทำให้ต้องปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้นด้วยการ “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” จนเขย่าขวัญตลาดทุนทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา
สิ่งสะท้อนสำคัญนอกจากเศรษฐกิจยังได้ฉายมาถึงตลาดทุนจนเกิดเป็นความกังวลทั้งปัจจัยเงินเฟ้อที่ยังคุมไม่ได้และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งนักลงทุนเองก็ “หลีกเลี่ยง” ที่จะลงทุนหรือหาสินทรัพย์ปลอดภัยมาลงทุนทดแทน และหนึ่งในนั้นก็คือ “ตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ” (Inflation Link Bond) นั่นเอง ซึ่งในอุตสาหกรรมกองทุนของไทยเองก็มีกองทุนที่ลงทุนในตราสารประเภทนี้อยู่หนึ่งกองด้วยกัน
โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ” หรือ “KTILF” เป็นหนึ่งในกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)’ ซึ่งยังได้รับเครื่องยืนยันว่าเป็นกองทุนรวมที่ผลการดำเนินงานได้ดีจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็นกองทุน “5 ดาว” อีกด้วย
“ด้วยผลการดำเนินงานของกองทุนที่เฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 65) อยู่ในระดับที่ 1.65% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.52% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 7.11% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 3.59% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -11.29%”
หน้าตาพอร์ตเป็น “เครดิตประเทศ”…ตราสารหนี้สไตล์ “พันธบัตรอ้างอิงเงินเฟ้อ” (ILB)
สำหรับหลายคนที่สงสัยว่า เบื้องลึกเบื้องหลังของกอง KTILFมีรายละเอียดเป็นอย่างไร ทางเราก็ได้นำหยิบมาเสนอเช่นเดียวกันซึ่งเริ่มจากวันที่จัดตั้งกองที่ได้เกิดขึ้นใน 20 มีนาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2565 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 1,143,222,504 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.74 บาทต่อหน่วย
“กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารภาครัฐไทย ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ตราสารหนี้ ตราสารการเงิน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม และกองทุนรวม ETF ที่มีผลตอบแทนแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
ในเบื้องต้นกองทุนจะเน้นลงทุนใน “พันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ” (ILB) ที่ออกโดยกระทรวงการคลังเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก ตราสารแห่งหนี้และหรือตราสารทางการเงินอื่น ทั้งในและหรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
ณ วันที่ 31 พ.ค. 65 กอง KTILF มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 95.56% เรียกว่า…“อันดับเครดิตสูงสุดของประเทศ” แล้วเพราะเป็นเครดิตในประเทศของรัฐบาล AAA นักลงทุนจึงสบายใจได้ในเรื่องของเครดิต
ลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’…ไม่มีขั้นต่ำ
โดยนักลงทุนที่อยากจะปรับพอร์ตการลงทุนหรือมีสนใจการลงทุนใน KTILFก็สามารถใช้เงินลงทุนได้อย่างอิสระ เนื่องจากเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ทางบลจ. “ไม่ได้มีข้อกำหนด” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้อิสระ ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัดแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น KTAM Smart Trade
“หลายคนที่อาจจะยังมองหาสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างผลตอบแทนหรือเป็นแหล่งพักเงินในยามที่ตลาดหุ้นต้องเจอกับปัจจัยกดดัน ก็อาจจะใช้ ‘ตราสารหนี้ที่อิงกับเงินเฟ้อ’ เป็นทางเลือก เพราะนอกจากมีความปลอดภัยของเงินต้นในระดับหนึ่งแล้ว ผลตอบแทนก็ไม่หวั่นกับ ‘เงินเฟ้อสูง’อีกด้วย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน