โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แจ้งข้อหา “พยายามฆ่า” มือปาก้อนปูนใส่รถ ถนนบางนา-ตราด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 03 พ.ค. 2568 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 05.24 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 3 พ.ค.-ชายเร่ร่อน มือปาก้อนปูนใส่รถประชาชน อ้างเครียดหาเงินไม่ได้ กินเหล้าจนขาดสติเลยปาหินระบายอารมณ์ ตร.แจ้งข้อหา “พยายามฆ่า” นำตัวไปฝากขังพรุ่งนี้ พบประวัติเคยถูกจับเสพยา-ลักทรัพย์หลายสิบครั้ง

เหตุรถเก๋งถูกก้อนปูนตกใส่กระจกรถ ได้รับความเสียหาย วันที่ 29 เม.ย. เวลา 15.45 น. ถนนเส้นบางนา-ตราด ขาเข้า ก่อนถึง โรงพยาบาลไทยนครินทร์ และได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นโพสต์รูปและคลิปลงกลุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือ

เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายๆ เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานสำคัญเป็นกล้องวงจรปิด ที่จับภาพชายคนหนึ่ง กำลังปาก้อนปูนลงมาจากสะพานลอย ในช่วงวัน-เวลา เดียวกันกับช่วงที่เกิดเหตุ ทำให้รถของผู้ใช้ทางที่สัญจรผ่านมาพอดี ได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุประมาณ 40-50 ปี สวมหน้ากากอนามัย เดินขึ้นสะพานลอยฝั่งเคหะบางนา ปากซอยบางนา-ตราด 46 ลักษณะผมยาว มัดผม สวมเสื้อคอกลมสีเทา กางเกงขาสั้นสีเขียว สวมรองเท้าผ้าใบ และหลักฐานสำคัญ คือ ในมือหิ้วถุง ซึ่งภายในมีก้อนปูนซีเมนต์ จากนั้น ชายคนดังกล่าว ได้หยิบก้อนปูน แล้วขว้างลงจากสะพานลอยลงไปบนถนน เป็นเหตุให้โดนกระจกหน้ารถของผู้เสียหายก่อนที่จะเดินหลบหนีไป จนเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ทราบชื่อ คือ นายชลัด อายุ 45 ปี หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปนอนอยู่บริเวณหน้าร้านขายของ บริเวณแยกถนนนวมินทร์ตัดถนนประเสริฐมนูญกิจ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม ตำรวจจึงเข้าไปจับกุม ก่อนคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.บางนา

โดยนายชลัด ยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เพราะก่อนก่อเหตุได้ดื่มเหล้าขาวขนาดเท่าขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ทำให้ขาดสติ ประกอบกับมีอาการเครียดที่หาเงินไม่ได้ จึงระบายอารมณ์ด้วยการปาก้อนปูนใส่รถประชาชน ส่วนก้อนหินเก็บได้บริเวณข้างทาง ไม่ได้เตรียมการไว้ โดยประมาณบ่าย 3 ของวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ได้เดินทางออกจากซอยไทยสมุทร ไปขึ้นรถสองแถวที่หน้าปากซอย แล้วไปลงที่ปากซอยบางนา-ตราด 46 จากนั้นก็ถือถุงบรรจุก้อนปูนขึ้นไปบนสะพานลอยฝั่งเคหะบางนา โดยสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า และปาหินลงมาใส่รถประชาชน 2 ก้อน โดนรถประชาชนทั้ง 2 ก้อน ก่อนจะเดินลงจากสะพานลอยและขึ้นรถมินิบัส สีส้มหลบหนีไป และไปก่อเหตุอีกครั้งช่วงประมาณ 6 โมงเย็น ที่สะพานลอยหน้าห้างเมกะ บางนา และโยนหินใส่รถประชาชนไปอีก 2 ก้อน ก่อนจะหลบหนีกลับมาที่ย่านเสรีไทย จนกระทั่งถูกจับกุม ยืนยันว่าวันเกิดเหตุ ไม่ได้เสพยาเสพติด

ทั้งนี้ตำรวจพบประวัติเคยถูกจับคดีเสพยาเสพติด 10 ครั้ง และลักขโมยของอีก 2 ครั้ง การถูกจับกุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 13 และยืนยันว่าไม่เคยก่อเหตุปาหินใส่รถประชาชนมาก่อน และไม่ได้ลอกเลียนแบบเหตุการณ์ที่ถนนพระราม 2 เพราะไม่ดูข่าว และก็ไม่มีเงิน เป็นเพียงคนเร่ร่อน พร้อมยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายด้วย

ขณะที่ น.ส.อรสินี อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย เล่าย้อนให้ฟังว่า วันเกิดเหตุขับรถไปห้างสรรพสินค้า เพื่อเอารถไปล้างก่อนที่จะยูเทิร์นรถกลับมา ซึ่งพอมาถึงจุดเกิดเหตุก็มีของตกลงมาใส่รถ จึงพยายามขับรถเข้าข้างและหันไปดูข้างหลังก็เห็นว่าเป็นก้อนปูน ทำให้บริเวณกระจกหน้ารถและบริเวณส่วนด้านหน้าเสียหาย ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บถูกเศษแก้วถลอกนิดหน่อย ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีร้ายแรง ให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “พยายามฆ่า” โดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาพระโขนงในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคมนี้

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางนา เปิดเผยความคืบหน้าการจับกุมนายชลัด แซ่ตั้ง อายุ 45 ปี ที่ก่อเหตุปาหินใส่รถประชาชน ว่า ภายหลังจากการสอบปากคำเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบ ประกอบกับดื่มสุราและเป็นคนเร่ร่อน นอกจากนี้ตำรวจก็ยังให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสารเสพติด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายงานผลการตรวจ ส่วนอาการจิตเวชที่หลายฝ่ายกังวลว่าผิดปกติ ซึ่งจากการพูดคุยสามารถตอบคำถามได้ และให้การได้ จึงเข้าข่ายไม่ใช่ผู้ป่วย หรือต้องส่งไปโรงพยาบาล

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ในช่วงบ่ายของวันนี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายชลัด ไปชี้ที่เกิดเหตุ เพื่อประกอบคำสารภาพ โดยในวันอาทิตย์ (4 พฤษภาคม) จะนำตัวนายชลัด ไปฝากขังศาลอาญาพระขโนง ในข้อหาพยายามฆ่า.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...