โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Grab ยังครองเบอร์ 1 ใช้ Data รวบตลาด ออกฟีเจอร์ใหม่ แก้ทุก Pain Point ชูกลยุทธ์ S.M.A.R.T

Thairath Money

อัพเดต 18 มี.ค. 2568 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 10.42 น.
ภาพไฮไลต์

ปี 2567 เป็นอีกปีแห่งความสำเร็จของแกร็บ ประเทศไทย หลังจากที่ได้รับการจัดอันดับเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 จาก Kantar โดยการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล พร้อมการขยายบริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ หรือการขยายบริการทางการเงินเพื่อช่วยสนับสนุนพาร์ทเนอร์และผู้ใช้บริการ ผ่านการใช้ Data และ Customer Insight ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ "S.M.A.R.T" ที่จะยกระดับความยั่งยืนและการขยายตลาดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า

ผลงานปี 2567 Grab ครองแชมป์แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของไทย

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า "ปี 2567 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยอดเยี่ยมของแกร็บ ประเทศไทย ที่ยังคงครองความเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของไทย จากการจัดอันดับโดย Kantar ปัจจุบัน Grab เปิดให้บริการใน 8 ประเทศ ครอบคลุมมากกว่า 800 เมือง มีผู้ใช้บริการรายเดือนกว่า 41 ล้านคน (Monthly Transactional User)

ปีที่ผ่านมา แกร็บได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเป็นพันธมิตรกับท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดให้บริการจุดรับ-ส่งในสนามบินหลัก 4 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ และร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเมืองรอง ส่งผลให้ยอดใช้บริการเรียกรถในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้นถึง 138% และการเติบโตของการเรียกรถโดยรวมกว่า 90%

Data + Customer Insight ผลักดันนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้

"เรายังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนำเสนอนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและแก้ปัญหา (pain point) ในชีวิตประจำวันของคนในอีโคซิสเต็ม" นางสาวจันต์สุดากล่าว

ทั้งนี้ Data + Customer Insight ทำให้ Grab สามารถออกบริการใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา โดยใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการของตลาดมาวิเคราะห์และพัฒนาบริการที่ตรงใจผู้ใช้

โดยนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา ได้แก่

  • Group Order - บริการสั่งอาหารแบบกลุ่ม มียอดสั่งอาหารเติบโตขึ้น 2 เท่า
  • Advance Booking - บริการจองรถล่วงหน้า ยอดใช้บริการพุ่งขึ้น 60% ในช่วงเทศกาล
  • Dine Out Deals - ดีลพิเศษสำหรับการรับประทานที่ร้าน ยอดการใช้บริการเติบโตกว่า 11 เท่า

นอกจากนี้ Grab ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำเสนอทางเลือกบริการราคาประหยัด ผ่านการเปิดตัว

  • GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER - ยอดใช้บริการเติบโตกว่า 4 เท่า ราคาเริ่มต้นในกรุงเทพฯ เพียง 26 บาท ต่างจังหวัดเริ่มที่ 20 บาท
  • Delivery SAVER - ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า
  • Hot Deals - ช่วยผู้ใช้บริการประหยัดเงินรวมกว่า 2 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา

นอกจากตลาดผู้บริโภคทั่วไปแล้ว Grab ยังเดินหน้าขยายธุรกิจในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) โดยมุ่งพัฒนาทั้ง GrabAds ที่เป็นการปรับจากการขายโฆษณาเป็นโซลูชันการตลาดแบบสร้างสรรค์ (Creative Marketing Solutions) อีกทั้งยังมี Grab For Business ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 80%

Grab Finance: การขยายบริการทางการเงินที่ใช้ Data เป็นตัวขับเคลื่อน

อีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นคือ Grab Finance หน่วยธุรกิจด้านการเงินที่สนับสนุนพาร์ทเนอร์ร้านค้าและผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย

GrabPay ระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด Grab การเงิน บริการสินเชื่อที่ตอบโจทย์ธุรกิจทุกขนาด ทั้ง Nano Loan วงเงินสูงสุด 100,000 บาท P-Loan วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท และ Juristic Loan - วงเงินสูงสุด 10,000,000 บาท

จุดเด่นของ Grab การเงิน คือการใช้ AI และ Big Data วิเคราะห์พฤติกรรมผู้กู้จากข้อมูลธุรกรรมจริงบนแพลตฟอร์ม ทำให้ไม่ต้องใช้เอกสารสเตทเม้นท์ และสามารถควบคุมอัตราหนี้เสีย (NPL) ที่เพียง 2.5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ราว 3%

ทั้งนี้ Grab มีความร่วมมือกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ในการให้บริการทางการเงิน เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและโซลูชันทางการเงินสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านค้าและผู้ให้บริการบนแพลตฟอร์มของ Grab

นอกจากนี้ยังมี Grab ประกัน ที่ได้ร่วมมือกับ ชับบ์สามัคคีประกันภัย พัฒนา "ประกันค้าขายหายห่วง" สำหรับพาร์ทเนอร์ร้านค้า ซึ่งให้ความคุ้มครองจากอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้หรือน้ำท่วม ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท

แผนการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2568

สำหรับในปี 2568 แกร็บ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ "Lead with Purpose" โดยมุ่งสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันและตอกย้ำบทบาทของแกร็บในฐานะผู้นำซูเปอร์แอปเพื่อยกระดับมาตรฐานของธุรกิจการเดินทางและเดลิเวอรี ควบคู่ไปกับการสานต่อพันธกิจ GrabForGood ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนไทย

นางสาวจันต์สุดากล่าวว่า ในปี 2568 แกร็บจะมุ่งเน้นไปที่ 5 แนวทางหลักภายใต้กลยุทธ์ "S.M.A.R.T" ซึ่งประกอบด้วย

S: Sustainability - มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

  • โครงการ Grab EV ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยปัจจุบันมียอดการใช้รถ EV แล้วกว่า 10,000 คัน
  • โครงการชดเชยคาร์บอน ผ่านฟีเจอร์ Carbon Offset
  • โครงการ Grab Go Green อิ่มคุ้มช่วยโลกกับ GrabFood เพื่อลดขยะอาหาร
  • โครงการ GrabSpark เปิดเวทีให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและโอกาสฝึกงาน
  • โครงการ GrabScholar มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาที่มีศักยภาพ

M: Market Expansion - ขยายบริการให้เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน

  • เปิดตัว 4 หนุ่ม เจมีไนน์-โฟร์ท และ สกาย-นานิ ในฐานะ "Friends of Grab" เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z และ Millennials เสริมทัพด้วย เบลล่า-ราณี แบรนด์แอมบาสเดอร์ปีที่ 4
  • ผลักดันฟีเจอร์บัญชีครอบครัว (Family Account) เพื่อขยายไปยังกลุ่ม Baby Boomer และ Gen Alpha
  • สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยตามนโยบาย "Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025" ผ่านการร่วมอีเวนท์ระดับประเทศ

A: Affordability - นำเสนอทางเลือกบริการในราคาที่เข้าถึงได้

  • ขยายบริการ GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • ชูซับแบรนด์ "Hot Deals" นำเสนอดีลลดแรงจากร้านดังทั่วประเทศ
  • แคมเปญ "GrabFood Mega Sale" มอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% พร้อมส่งฟรี

R: Retention - รักษาฐานลูกค้าและมัดใจคนขับ-พาร์ทเนอร์ร้านค้า

  • Grab Unlimited โปรแกรมสมาชิกรายเดือน 19 บาท/เดือน หรือรายปี 99 บาท/ปี
  • GrabVIP โปรแกรมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการที่มียอดใช้จ่ายสูงกว่า 30,000 บาทใน 3 เดือน
  • สิทธิประโยชน์สำหรับคนขับ เช่น ประกันรถจักรยานยนต์ ประกันสุขภาพสำหรับครอบครัว
  • บริการทางการเงินสำหรับร้านค้า ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจและประกันค้าขายหายห่วง คุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท

T: Tech & Innovation - พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • Advance Booking for Airport Pickups บริการจองรถล่วงหน้าเพื่อรับที่สนามบิน
  • GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียม
  • Book Table บริการจองร้านอาหาร
  • QR Payment เพิ่มทางเลือกการชำระเงิน

"ตลอดระยะเวลาเกือบ 12 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แกร็บได้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของ GDP ประเทศไทย แกร็บภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย และมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยรายได้ปีที่ผ่านมา Food & Mobility เป็นกำลังหลักของการเติบโตของธุรกิจ เนื่องจากการท่องเที่ยวกำลังมาแรง ส่วนในปีนี้มองว่าสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ตลาดฟู้ดเดลิเวอร์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Momentum Work ระบุว่าฟู้ดเดลิเวอรี่ในไทยมีมูลค่ากว่า 1.4 แสนล้าน ซึ่งแกร็ปมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งอยู่ที่ 46% ขณะที่ยอดใช้จ่ายต่อหัวของผู้ใช้บริการอยู่ที่ราว 200 กว่าบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทรงตัว” นางสาวจันต์สุดา กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Grab ยังครองเบอร์ 1 ใช้ Data รวบตลาด ออกฟีเจอร์ใหม่ แก้ทุก Pain Point ชูกลยุทธ์ S.M.A.R.T

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...