รัฐมนตรีคลัง-ธนาคารกลาง กลุ่ม G20 ร่วมประชุม ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
รัฐมนตรีคลัง-ธนาคารกลาง กลุ่ม G20 ร่วมประชุม ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ คาดหารือประเด็นหลัก ทั้งสภาพภูมิอากาศ หนี้สิน และความไม่เท่าเทียมกัน
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐมนตรีคลังและเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางจากกลุ่มเศรษฐกิจชั้นนำ G20 จะร่วมประชุมที่แอฟริกาใต้ในวันที่ 26-27 ก.พ.68 ซึ่งเป็นการประชุมท่ามกลางอุปสรรคจากการที่ประเทศสมาชิกสำคัญๆ ไม่เข้าร่วมหรือเข้าร่วมไม่ครบจำนวน อีกทั้งยังเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับประเด็นหลักๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ หนี้สิน และความไม่เท่าเทียมกัน
การตกลงกันในปฏิญญาเป็นเรื่องยากเสมอสำหรับการรวมตัวที่มีคู่แข่งอย่างจีน รัสเซีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา แต่ความแตกต่างก็ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม และรัฐมนตรีกระทรวงการคลังบางคนก็มัวแต่ยุ่งกับการเมืองภายในประเทศจนไม่มีเวลามาร่วมประชุม
โดย คัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่น จะไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากกำลังมุ่งเน้นไปที่การอภิปรายในรัฐสภา ส่วนสก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ รวมถึง คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป วัลดิส ดอมบรอฟสกิส ก็จะไม่เข้าร่วมเช่นกัน
ทั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีความหวังเพียงน้อยนิดที่จะบรรลุข้อตกลงในประเด็นต่างๆ ที่ประธานาธิบดีซิริล รามาโฟซา เจ้าภาพมองว่าเป็นแกนหลัก ได้แก่ การเงินเพื่อสภาพอากาศที่ไม่เพียงพอจากประเทศร่ำรวย การปฏิรูประบบการเงินที่ลงโทษประเทศยากจน และความไม่เท่าเทียมกันที่ขยายตัว
อเล็กซ์ ฟาน เดน ฮีเวอร์ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ในโจฮันเนสเบิร์ก กล่าวว่า "ประเด็นสำคัญระดับโลกเหล่านี้ตกอยู่ในความเสี่ยง" และเสริมว่า ปัญหาเช่นหนี้ของประเทศยากจนไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับสหรัฐอเมริกาหรือโลกที่พัฒนาแล้วโดยทั่วไป
แอฟริกาใต้หวังที่จะทำให้ G20 กลายเป็นเวทีในการกดดันประเทศร่ำรวยให้ดำเนินการมากขึ้นเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และให้การช่วยเหลือมากขึ้นในการเปลี่ยนผ่านของประเทศยากจนไปใช้พลังงานสีเขียวและปรับตัวต่อสภาพอากาศที่เลวร้าย
Kgosientsho Ramokgopa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวกับรอยเตอร์ในระหว่างการแถลงข่าว G20 ว่า "สิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐทำอย่างมีประสิทธิผลก็คือ การปรับโครงสร้างการสนทนาใหม่ โดยนำองค์ประกอบต่างๆ ที่คิดว่าได้รับการแก้ไขแล้วกลับมาใช้ใหม่ …ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะนำไปสู่สิ่งใด" และเสริมว่าบางประเทศอาจต้องพิจารณาขนาดและความเร็วในการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นพลังงานสีเขียวอีกครั้ง
อ้างอิง : reuters.com