โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘นิพนธ์’ ซัดรัฐบาลมุ่งตั้งกาสิโนมากกว่าพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 16.56 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 09.56 น. • เดลินิวส์
‘นิพนธ์’ ต้านนโยบายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซัดมุ่งตั้งกาสิโนมากกว่าพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยต่อแนวนโยบาย “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดัน เพราะมุ่งเน้นเรื่องกาสิโนมากกว่าประโยชน์ด้านอื่น และรัฐบาลยังขาดความพร้อมในการรับมือกับผลกระทบทางสังคมอย่างแท้จริง แม้รัฐบาลจะบอกว่ามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เนื้อแท้มุ่งเป้าไปที่การเปิดบ่อนกาสิโน โดยพิจารณาจากการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องถึง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งเปิดทางให้เกิดการจัดตั้งศูนย์รวมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงบ่อนพนัน, ร่าง พ.ร.บ. การพนันออนไลน์ ที่จะเป็นการขยายพื้นที่ของการพนันเข้าสู่ระบบดิจิทัลแบบถูกกฎหมาย, ร่าง พ.ร.บ. การท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างการใช้ที่ดินบริเวณท่าเรือ ให้สามารถรองรับการพัฒนาพื้นที่สำหรับกิจกรรมเอกชน รวมถึงกาสิโนได้ ทั้งนี้ การเสนอร่างกฎหมายเหล่านี้ในเวลาใกล้เคียงกัน สะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของรัฐบาลว่ากำลังเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายเพื่อเปิดทางให้กาสิโนสามารถดำเนินกิจการในประเทศได้

นายนิพนธ์ กล่าวว่า กรณี “ท่าเรือคลองเตย” ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของโครงการ ว่ามีพื้นที่รวมกว่า 2,353 ไร่ โดยตามแนวนโยบายที่ระบุว่า 10% ของพื้นที่สามารถใช้สำหรับกาสิโนได้ จะทำให้พื้นที่ที่ใช้สร้างบ่อนพนันมีขนาดถึง 235 ไร่ ซึ่งนับว่าใหญ่โตมากเมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่สาธารณประโยชน์ที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคม เช่น โรงพยาบาลศิริราช มีเนื้อที่ 412 ไร่, โรงพยาบาลรามาธิบดี มีเพียง 38 ไร่, มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีประมาณ 300 ไร่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีเพียง 49 ไร่ การใช้พื้นที่ระดับหลายร้อยไร่เพื่อกาสิโน เท่ากับการให้ความสำคัญกับธุรกิจพนันมากกว่าการลงทุนในระบบสุขภาพหรือการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพประชากรในระยะยาว

นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลมุ่งหวังรายได้จากกิจกรรมที่อาจกลายเป็น "การมอมเมา" ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีแนวโน้มตกเป็นเหยื่อของการเสพติดการพนัน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสังคม เช่น หนี้สิน ความรุนแรงในครอบครัว อาชญากรรม และภาวะยากจนในระยะยาว ตนเห็นว่ารัฐบาลขาดมาตรการรองรับผลกระทบเหล่านี้อย่างเป็นระบบ และพยายามผลักภาระไปให้หน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แทนที่จะตั้งกลไกเฉพาะกิจเพื่อวางแนวทางป้องกันและบำบัดปัญหาอย่างรอบด้าน การที่รัฐบาลไทยนำตัวอย่าง “กาสิโนในสิงคโปร์” มาอ้างอิง โดยมองว่าเป็นการเลือกหยิบมาเพียงบางด้านที่เอื้อต่อข้ออ้างในการผลักดันนโยบาย เช่น รายได้จากนักท่องเที่ยว หรือการบริหารจัดการพื้นที่ แต่กลับไม่พูดถึงสิ่งสำคัญที่รัฐบาลสิงคโปร์ได้ดำเนินการก่อนจะเปิดกาสิโน ได้แก่ การใช้เวลาศึกษานโยยายและผลกระทบ นานกว่า 10 ปี, การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ, การวางมาตรการควบคุมพฤติกรรมเสพติดการพนัน เช่น ค่าผ่านประตูสำหรับคนสิงคโปร์ หรือการจำกัดเวลาการเล่น ซึ่งการนำเพียงข้อดีของโมเดลต่างประเทศมาใช้ โดยไม่คำนึงถึงโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อาจส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับผลกระทบที่ไม่สามารถควบคุมได้

นายนิพนธ์ ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการวางแผนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ควบคู่ไปกับการกำหนดยุทธศาสตร์การแข่งขันของชาติ มากกว่าการเร่งเปิดทางให้กับธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อสังคม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยควรมุ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล พัฒนาแรงงานในอนาคต และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างงานใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน แทนที่จะฝากความหวังไว้กับรายได้ระยะสั้นจากธุรกิจการพนัน การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ต้องมาพร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะเยาวชนและครอบครัว หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้กับธุรกิจการพนันมากกว่าการลงทุนด้านการศึกษาและสุขภาพ ย่อมสะท้อนว่าประเทศกำลังมุ่งไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...