โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เวสทัล” ผู้รักษาไฟศักดิ์สิทธิ์ หัวใจสำคัญของกรุงโรม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 มี.ค. 2568 เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2568 เวลา 11.15 น.
เวสทัลและการอุทิศตนเข้าลัทธิบูชาเวสตา (ภาพจาก Wikimedia Commons)

เวสทัล นักบวชหญิงผู้คอยดูแล “ไฟศักดิ์สิทธิ์” หนึ่งในหัวใจสำคัญของกรุงโรม

ทำความรู้จัก “เวสทัล” เหล่านักบวชหญิงผู้รับใช้ “เทพีเวสตา” เทพีแห่งการครองเรือนและเตาไฟ และผู้ดูแลไฟศักดิ์สิทธิ์ประจำกรุงโรม หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้กรุงโรมไม่ประสบหายนะ

ตามคำบอกกล่าวของนักเขียนชาวโรมัน เวสทัลเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิบูชาเตาไฟที่ก่อตั้งโดย นุมา ปอมปิลิอุส(Numa Pompilius) กษัตริย์โรมันในตำนาน ช่วงศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล ซึ่งพิธีกรรมนี้มีแค่หญิงสาวเท่านั้นที่สามารถทำได้ แตกต่างจากพิธีกรรมอื่น ๆ ในสมัยนั้นที่เน้นบุรุษ

ชาวโรมันเชื่อกันว่า เตาไฟในวิหารเวสตาคือ ชะตาแห่งกรุงโรม เพราะตราบใดที่ไฟยังลุกโชนอยู่ กรุงโรมก็จะปลอดภัย ดังนั้นจึงมีการเฟ้นหาเด็กหญิงจากตระกูลเก่าแก่ที่มีอายุ 6-10 ปี จำนวน 6 คน ส่งให้สังฆนายก (Pontifex Maximus) เป็นผู้คัดเลือก และมีข้อบังคับว่าต้องเป็นสาวพรหมจารีเท่านั้น โดยพวกเธอจะต้องทำหน้าที่เหล่านี้ไปอีก 30 ปี

เหล่านักบวชหญิงจะต้องย้ายไปอาศัยอยู่ในบ้านของหญิงพรหมจารีเวสทัล เขตจตุรัสโรมัน ใกล้กับวิหารเวสตา ในทุก ๆ วันพวกเธอจะต้องคอยดูแลไฟศักดิ์สิทธิ์ และในเดือนมีนาคมของทุกปี จะมีการเติมเชื้อไฟอีกครั้งเพื่อให้ไฟลุกโชนอยู่ตลอดจนปีถัดไป ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญ เนื่องจากเป็นชะตาของกรุงโรม

หากไฟดับ เหล่านักบวชหญิงที่เป็นผู้ดูแลเตาไฟจะถูกตั้งข้อสงสัยว่าละเลยต่อหน้าที่ เป็นเหตุให้จักรพรรดิหรือสังฆนายกสั่งเฆี่ยนตีพวกนางได้ และเมื่อใดที่พบว่านักบวชหญิงเหล่านี้ไม่รักษาพรหมจรรย์ ก็จะถูกประหารด้วยการฝังทั้งเป็นทันที

นอกจากนี้ ในเวสตายังมีเทศกาลสำคัญอีกหนึ่งอย่าง คือ เทศกาลเวสทาเลีย ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่วันที่ 7-15 มิถุนายน ในเทศกาลนี้สาว ๆ จะอบขนมโมลาซัลซา (mola salsa) เค้กที่ทำจากแป้งและเกลือ พร้อมทั้งเดินเท้าไปยังวิหารเวสตา เพื่อไปถวายแด่เทพีเวสตา

หลังจากทำหน้าที่ครบ 30 ปี มีนักบวชหญิงน้อยคนนักที่เลือกจะแต่งงานถือครองเรือน เพราะพวกเธอเชื่อกันว่าสิ่งใดที่เคยเป็นของเทพีเวสตา สิ่งนั้นก็จะเป็นของเทพีตลอดไป ดังเช่นพวกเธอที่ถวายตัวรับใช้แล้ว ก็จะเป็นผู้รับใช้ตลอดไป

เนื่องจากการเข้ามาของศาสนาคริสต์ ทำให้ลัทธิบูชาไฟศักดิ์สิทธิ์ยกเลิกไปในสมัยจักรพรรดิธีโอโดซิอุสที่ 1 (Theodosius I)ใน ค.ศ. 394 และพระองค์ได้ประกาศให้คริสตศาสนาเป็นศาสนาประจำโรมันแทน

แม้เปลวไฟจะดับลง แต่ลัทธิบูชานี้ก็ได้เปลี่ยนผ่านไปยังศาสนาใหม่ โดยนักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าบทบาทของแม่ชีในศาสนาคริสต์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหล่านักบวชหญิงเวสทัลนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เอดิธ แฮมิลตัน. (2565). ปกรณัมปรัมปรา ตำนานเทพและวีรบุรุษกรีก-โรมัน-นอร์ส [Mythology] (พิมพ์ครั้งที่ 18) (นพมาส แววหงส์, ผู้แปล). กรุงเทพมหานคร: อัมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.

The Editors of Encyclopaedia Britannica (2025, January 24). Vestal Virgins. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/topic/Vestal-Virgins

https://www.nationalgeographic.com/history/history-magazine/article/vestal-virgins-of-ancient-rome

https://medium.com/the-10th-muse/vestal-virgins-buried-alive-8c3933d8ab98

Apel, T. (2022, November 30).Vesta.Mythopedia. https://mythopedia.com/topics/vesta

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เวสทัล” ผู้รักษาไฟศักดิ์สิทธิ์ หัวใจสำคัญของกรุงโรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...