กลัวถูกแซง? สหรัฐฯ ขึ้น ‘บัญชีดำ’ บริษัท ‘เทคฯ จีน’ เพิ่มอีก 50 ราย หวังสกัดการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง
ไม่ใช่แค่ยุคของ โจ ไบเดน ที่ขึ้น Blacklist บริษัทเทคโนโลยีของจีน แต่กลับมาในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ การแบนก็ยังคงดำเนินไป พร้อม ๆ กับการ ขึ้นภาษี สินค้าจากจีน ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศยิ่งทวีความดุเดือด
สำนักงานอุตสาหกรรมและความปลอดภัยของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้เพิ่มรายชื่อองค์กรจำนวน80 ราย เข้าไปในรายการ บัญชีดำหรือ entity listที่ห้ามบริษัทของสหรัฐฯ ส่งสินค้าให้กับองค์กรที่อยู่ในรายชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล เนื่องจากมองว่า บริษัทดังกล่าวกระทำการที่ขัดต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยจำนวน 50 รายชื่อ เป็นบริษัทจีนที่เหลืออยู่ในไต้หวัน อิหร่าน ปากีสถาน แอฟริกาใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
"เราจะไม่ยอมให้ศัตรูใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ไปเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ และก่อภัยคุกคามต่อชีวิตชาวอเมริกัน" โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สกรัฐฯ กล่าว
ที่น่าสนใจคือ มีบริษัทในเครือของ Inspur ผู้ให้บริการด้านคลาวด์คอมพิวติงและบิ๊กดาตารายใหญ่ของจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำไปตั้งแต่ปี 2023 จำนวน 6 รายได้ถูกแบนในครั้งนี้ ในข้อหาว่า มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้กับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน
เนื่องจาก 1 ใน 6 บริษัทย่อยของ Inspur ตั้งอยู่ในไต้หวัน ทำให้ อเล็กซ์ คาปรี อาจารย์อาวุโสแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ มองว่า สหรัฐฯ เริ่มมุ่งเป้าไปที่ ประเทศที่สามที่ทำหน้าที่เป็น คนกลางให้กับจีน
“บริษัทจีนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ โดยผ่านบุคคลภายนอกบางราย ซึ่งนี่เป็นอีกช่องโหว่ที่ทำให้บริษัทจีนเข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ได้แม้จะมีข้อจำกัดก็ตาม” อเล็กซ์ คาปรี กล่าว
หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อ entity listด้าน กระทรวงพาณิชย์ของจีน ออกมาประณามอย่างรุนแรงว่า “สหรัฐฯ ควรหยุดสรุปเอาเองถึงความมั่นคงของชาติ”นอกจากนี้ ยังเปิดเผยอีกว่า มีหน่วยงานของจีน หลายสิบแห่ง กำลัง ตกเป็นเป้าหมายในการถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนา AI ขั้นสูง ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และชิป AI ประสิทธิภาพสูงสำหรับใช้ในการทหาร
สำหรับการขึ้นบัญชีดำของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นจีนในการพัฒนาชิป AI ขั้นสูง ควอนตัมเทคโนโลยี รวมไปถึงการพัฒนา AI ขั้นสูง รวมถึงการขัดขวางโครงการพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกของจีนด้วย
ทั้งนี้ การขึ้น entity listไม่ใช่แค่ประเด็นเดียวที่สร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน แต่ยังมีมาตรการ ขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนโดยล่าสุด รถยนต์ที่นำเข้าจากจีนจะถูกขึ้นภาษี 25%
Source