โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กว่าจะมีวันนี้ของ 'ตู้ห่าว' เส้นใหญ่ใจถึงเจ้าของฉายา 'ยักษ์ใหญ่จีนโพ้นทะเลในไทย'

The Better

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 11.03 น. • THE BETTER

เบื้องหลังของข่าว

  • เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษายกฟ้อง นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ 'ตู้ห่าว' ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 2 พร้อมพวก รวม 19 คน คดีฟอกเงิน ชี้พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ขณะที่จำเลย 6 คนมีความผิดคดียาเสพติด-ครอบครองปืน-เปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย และแรงงานข้ามชาติ
  • คดีนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้สังคมรู้กับ 'ตู้ห่าว' และคำว่า 'จีนเทา' เรื่องราวของเขาได้รับการเปิดเผยไปแล้วส่วนหนึ่งตั้งแต่แรกที่คดีของ 'ตู้ห่าว' อยู่ในความสนใจของสาธารณชนเมื่อปี 2565 (หรือปี 2022) แต่สังคมยังรู้เรื่องของเขาน้อยมาก ดังนั้น The Better จึงขอรวยบรวมข้อมูลของเขาในเชิงลึกจากสื่อภาษาจีนมาให้รับทราบกัน

'ตู้ห่าว' ไม่ธรรมดาเพราะกว่าจะมีวันนี้
เมื่อปี 2022 สื่อภาษาจีน 'ย่าโจว โจวคาน' (亞洲週刊) รายงานประวัติเบื้องหลังของ ตู้ห่าว (หรือ ตู้ฮ่าว) เอาไว้ดังนี้ "ตู้ห่าว (杜浩) เป็นชาวเมืองเฉิงไห่ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เขาเติบโตในประเทศจีนตั้งแต่ยังเด็กและย้ายมาประเทศไทยในปี 1996 เพื่อเริ่มต้นธุรกิจ ในช่วงแรกเขาทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและต่อมาก็ค่อยๆ ผันตัวมาเป็นไกด์นำเที่ยว ภายใต้การสนับสนุนและการดูแลของ "ลุง" (伯父 โดยความหมายคือพี่ชายของพ่อ แต่จากรายงานนี้บ่งนัยว่าอาจมีความหมายแฝง) ของเขา คือ ตู้ซื่อสี่ (杜式璽) ซึ่งเป็นผู้นำชาวจีนโพ้นทะเลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย เขาค่อยๆ เติบโตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และได้เป็นพลเมืองไทยในปี 2014 หลังจากขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่เกือบหนึ่งทศวรรษ ตู้ห่าว ก็ได้กลายเป็น "บุคคลระดับผู้นำ" (領軍人物) ที่แท้จริงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการเมืองและตำรวจของไทย เขามีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย รวมถึงการท่องเที่ยว การเงิน อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม กลุ่มไทยโมเดิร์นจิวเวลรี่ (泰國現代珠寶集團) ของเขาเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นองค์กรเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย"

ก่อนหน้าที่จะมี "ชื่อเสียงในวงกว้าง" แบบนี้ ตู้ห่าว ยังปรากฏในรายงานของสื่อภาษาจีนอีกจำนวนหนึ่งด้วยในฐานะที่เป็นบุคคลสำคัญของชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เช่น เมื่อปี 2011 สื่อภาษาจีนไท่หัวหว่าง (泰华网) รายงานว่า "ตู้ห่าวเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีแววดีซึ่งคลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมานานหลายปี เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ช่วยเหลือคนอื่นเก่ง ฉลาดในการคิดและสร้างสรรค์ สนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรม มีความกระตือรือร้นในสวัสดิการของชุมชนชาวจีนโพ้นทะเล มีเพื่อนมากมาย และเป็นที่นิยมอย่างมาก"

ต่อมาเมื่อปี 2017 มีรายงานว่าวันที่ 22 สิงหาคม คณะผู้แทนเยี่ยมชมหอการค้าไทย-จีนเซินเจิ้นได้เดินทางไปเยี่ยม ตู้ห่าว ที่ประเทศไทย โดยมีรายงานในเว็บไซต์ Sohu ของจีน ว่า "วันที่ 22 และ 24 คณะได้เข้าเยี่ยมชมกิจการของ ตู้ห่าว ที่ปรึกษาหอการค้าจีนในประเทศไทย ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสหพันธ์สาธารณรัฐจีน-ไทย และผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในประเทศไทย (泰国新侨 หมายถึงคนจีนโพ้นทะเลที่เพิ่งย้ายมาตั้งถิ่นฐานในไทย) และได้รับเชิญให้เยี่ยมชมสาขาของกลุ่มบริษัทไทยโมเดิร์นจิวเวลรี่ในกรุงเทพฯ และภูเก็ตด้วย"

เช่นเดียวกับรายานของ 'ย่าโจว โจวคาน' รายงานเมื่อปั 2017 ระบุเหมือนกันว่า "ตู้ห่าว หลานชายของผู้นำชาวจีนโพ้นทะเลผู้รักชาติที่มีชื่อเสียงอย่าง ตู้ซื่อสี่ ในประเทศไทย จากเมืองซัวเถาไปเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยในปี 1996 หลังจากขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่เกือบหนึ่งทศวรรษ เขาก็กลายเป็นผู้นำที่แท้จริงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การเงิน อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม กลุ่มไทยโมเดิร์นจิวเวลรี่ของเขาได้กลายเป็นองค์กรเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย"

โดยการพบปะกันในครั้งนั้น "เซี่ยฮุ่ยหรง (谢惠蓉 ซึ่งเป็นประธานสหพันธ์ชาวจีนโพ้นทะเลซัวเถา) และ ตู้ห่าว ยังได้หารือเกี่ยวกับการวางแผนและการจัดตั้ง "สมาคมชาวจีนโพ้นทะเลแห่งซัวเถาประเทศไทย" ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมการพัฒนางานนี้ในอนาคตอย่างแข็งขัน รวมชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย ดึงดูดชนชั้นสูงจากทุกสาขาอาชีพ และมุ่งมั่นที่จะสร้างให้สมาคมชาวจีนโพ้นทะเลเป็นเวทีสำคัญในการติดต่อและให้บริการชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย"

รายงานนี้แสดงให้เห็นว่า ตู้ห่าว มี 'คอนเนกชั่น' ที่แข็งแกร่งทั้งในไทยและในจีน ในปีต่อมา คือ 2018 ยังมีรายงานจากเว็บไซต์ Sohu อีกว่า

"ในปี 2008 ตู้ห่าว ซึ่งเป็นชายหนุ่มที่มีแววดีได้แต่งงานกับครอบครัวชาวไทยที่มีชื่อเสียง … พื้นเพของครอบครัว (ของภรรยา) ที่โดดเด่นได้ปูทางไปสู่ความสำเร็จในอาชีพการงานของตู้ ผู้ซึ่งมีความฉลาด กล้าหาญ และสร้างสรรค์" และ "หลังจากเกือบหนึ่งทศวรรษของการขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่ เขาได้กลายเป็นผู้นำที่แท้จริงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย"

Sohu รายงานว่า "แม้จะประสบความสำเร็จ แต่ ตู้ห่าว ยังคงทำตัวเป็นคนดีและกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือสังคมและไม่เคยลืมตอบแทนความกตัญญูกตเวที ด้วยสายสัมพันธ์ของครอบครัว เขามักจะช่วยเหลือชาวจีนโพ้นทะเลและผู้อพยพในการแก้ไขปัญหาในชีวิตและอาชีพของพวกเขาในประเทศไทยอย่างไม่เห็นแก่ตัว ด้วยหัวใจรักชาติ เขามีส่วนสนับสนุนอย่างแข็งขันในการรวมประเทศมาตุภูมิอย่างสันติและการพัฒนาโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เขาเป็นที่รู้จักในนาม "ตู้เยว่เซิง" ของชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นใหม่!"

ตู้เยว่เซิง (杜月笙) เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่มีแซ่ (นามสกุล) เดียวกับตู้ห่าว ตู้เยว่เซิง คือ หัวหน้าแก๊งมาเฟียชาวจีนในเซี่ยงไฮ้ โดยสร้างฐานะจากการค้าฝิ่นก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเจ้าพ่อทางการเงิน เขาสนับสนุนเจียงไคเชกและก๊กมินตั๋งในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์และญี่ปุ่น แต่ก่อนที่เซี่ยงไฮ้จะถูกยึดครองโดยคอมมิวนิสต์ ตู้เยว่เซิงก็ได้ย้ายไปฮ่องกง โดยอาศัยอยู่ที่นั่นจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1951 ชื่อเสียงของ ตู้เยว่เซิง นั้นเทียบกับ 'เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้' ตัวจริงคนหนึ่ง

ตู้ห่าว ก็ถือเป็น 'เจ้าพ่อ' คนหนึ่งเหมือนกัน แต่ชื่อเสียงการเป็นเจ้าพ่อของเขาเริ่มที่จะฟุ้งกระจายหลังจากที่มีข้อกล่าวหาว่าเขาพัวพันกับธุรกิจสีเทา

กลับมาที่รายงานของ 'ย่าโจว โจวคาน' เมื่อปี 2022 ได้รายงานความสำเร็จของ ตู้ห่าว ในฐานะนักธุรกิจในไทยว่าเขา "มีส่วนร่วมในการสร้างรูปแบบคลาสสิกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเพื่อเดินทางมาประเทศไทย โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยค่าธรรมเนียมแบบกลุ่มที่ต่ำ ร่วมมือกับมัคคุเทศก์ ชักจูงให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินในร้านขายเครื่องประดับ ร้านขายสินค้าจากยางพารา และแหล่งซื้อของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวที่เปิดโดยบริษัทของเขา จากนั้นจึงแบ่งปันกำไรกับมัคคุเทศก์ ความสำเร็จของรูปแบบนี้ไม่เพียงสร้างปาฏิหาริย์ของการที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนหลายสิบล้านคนที่มาเยี่ยมชมประเทศไทยทุกปี แต่ยังได้วางรากฐานสำหรับข้อเสียต่างๆ เกี่ยวกับเรื่อง "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" อีกด้วย โรคระบาดที่กินเวลานานสามปีได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออาณาจักรธุรกิจของ ตู้ห่าว ทำให้เขาหันไปทำอุตสาหกรรมสีเทา เช่น สื่อลามก การพนัน และยาเสพติด และเขาถูกสงสัยว่าฟอกเงินระหว่างประเทศ"

การจับกุม ตู้ห่าว ในเวลานั้นถือเป็นต้นกำเนิดแรกๆ ของคำว่า 'จีนเทา' และสื่อภาษาจีนรายนี้ยังให้ฉายากับเขาว่าเป็น "ห้าพยัคฆ์คนจีนแห่งธุรกิจสีเทา" (華人灰產五猛虎) แต่หลังจากที่ศาลไทยยกฟ้อง ตู้ห่าว ในข้อหายาเสพติด-ฟอกเงินแล้ว คำว่า "จีนเทา" และข้อกล่าวหาอื่นๆ เกี่ยวกับตัวเขาอาจจะต้องแก้ไขกันต่อไป ยกเว้นว่ากระบวนการยุติธรรมต่อเขาต้องดำเนินต่อไป เพราะคำตัดสินของศาลล่าสุดเป็นคำตัดสินของศาลชั้นต้นเท่านั้น

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - 汕头侨联

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...