หุ้นไทยวันนี้ ปรับตัวขึ้นในกรอบ 1,130-1,160 จุด รอความชัดเจนเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ เกาะติดงบแบงก์
หุ้นไทยวันนี้ 21 เม.ย. นักวิเคราะห์คาดปรับตัวขึ้นต่อได้ในกรอบ 1,130-1,160 จุด คาดหวังผลการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 เม.ย. นี้ ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการ Q1/68 ของกลุ่มธนาคาร โดยรวมออกมาตามคาดถึงดีกว่าคาด อีกทั้งตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการอาจทำให้การซื้อขายเงียบเหงา
วันที่ 21 เมษายน 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดจับตาการต่อรองภาษีกับสหรัฐซึ่งไทยมีกำหนดเจรจา 23 เม.ย. นี้ ขณะที่ความกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีนน่าจะผ่อนคลายลงหลังทรัมป์ระบุอาจสั่งปรับลดภาษีที่เก็บจีนลงเพื่อไม่ให้การค้าหยุดชะงัก แต่คาดวันนี้มูลค่าซื้อขายน่ายังไม่หนาแน่น ตลาดต่างประเทศบางแห่งปิดทำการเนื่องในวันอีสเตอร์ ประเมินแนวรับที่ 1,140-1,130 จุด แนวต้านที่ 1,160-1,170 จุด
ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวนและการซื้อขายจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐที่มีต่อประเทศคู่ค้า รวมทั้งยังต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นจะส่งผลกดดันต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ขณะที่ในประเทศมองยังไร้ปัจจัยบวกใหม่และอยู่ระหว่างจับตาการเข้าเจรจาทางการค้าของรัฐบาลไทยกับสหรัฐ ซึ่งคาดข้อสรุปอาจต้องใช้เวลา 2-3 เดือน ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ลุ้นดัชนีปรับตัวขึ้นต่อได้ จากความหวังผลการเจรจาการค้าที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยไทยจะเจรจาการค้ากับสหรัฐในวันที่ 23 เม.ย. นี้ อย่างไรก็ตามอัพไซด์ยังจำกัดอยู่ เนื่องจากประเด็นนโยบายภาษีการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังมีความไม่แน่นอนรวมทั้งการเจรจามาตรการภาษีที่ยังไม่ทราบผล
แนะช่วงนี้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งโดยรวมออกมาตามที่ตลาดคาดถึงดีกว่าคาด ซึ่งน่าจะช่วยหนุนแรงกระตุ้นเก็งกำไรงบไตรมาส 1/68 ในหุ้นรายตัว
โดยวันนี้ตลาดหุ้นยุโรปหยุดต่อเนื่องจากวันศุกร์อาจทำให้การซื้อขายเงียบเหงา ทั้งนี้ติดตาม ธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ซึ่งคาดว่ายังคงดอกเบี้ยตามเดิม ขณะที่วันที่ 22 เม.ย. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตรียมเปิดเผยประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังไม่ได้คำนึงถึงสงครามการค้าที่มีการขึ้นภาษีระหว่างสหรัฐกับจีน
ซึ่งมีแนวโน้มปรับประมาณการลงทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว จากปัจจุบันคาดเศรษฐกิจโลกปี 2568 และ 2569 ขยายตัว 3.3% ก็อาจจะมีการปรับลดลงอีก โดยให้กรอบแนวต้าน 1,160 จุด และแนวรับ 1,130 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX ยังมีความเสี่ยงจะกลับไปลงได้อีกครั้ง จึงเน้นกระชับพอร์ตไม่ไล่ราคาสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ส่วนนักลงทุนระยะกลางขึ้นไปยังสะสมได้ด้วย Valuation ระยะกลางที่มิได้แพงแต่เน้นที่หุ้นพื้นฐานดีและเป็นผู้นำอุตสาหกรรม อาทิ ศูนย์การค้า (CPN) ค้าปลีก (CPALL HMPRO) ท่องเที่ยว (CENTEL MINT) การเงิน (MTC SAWAD)