ไม่อยากให้ฝนตก ต้องให้สาวซิงปักตะไคร้ ?
จันเชื่อว่า หลายๆคนคงจะคุ้นกับประโยคนี้มาก อยากให้ฝนหยุดต้อง ให้สาวซิงปักตะไคร้
แต่ก็ไม่เคยรู้สักทีว่าทำไม
วันนี้จันมีคำตอบ จากการสอบถามคนเฒ่าคนแก่เล่าให้จันฟังว่า
ตะไคร้ การปักตะไคร้คืออะไร เป็นความเชื่อที่คนยึดถืิต่อกันมายาวนานมาก จนถึงทุกวันนี้เรื่อง
เป็นเพราะว่าในสมัยก่อน คนไทยทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก เรื่องของฝนตกฝนแล้งจึงเกี่ยวข้องกับการทำมาหากิน และนำมาสู่พิธีกรรมต่างๆ
ในการเรียกฝน และไล่ฝน ซึ่งมีมานานมาก และพิธีการไล่ฝนที่ยังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แม้กระทั่งเด็กรุ่นหลังๆได้รู้กกันดีนั่นก็คือ พิธีการปักตะไคร้ซึ่งความเชื่อนี้ ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามาจากไหน แต่พิธีกรรมโบราณหลายอย่างมักจะเป็นการกระทำที่ “ฝืนธรรมชาติ”
เพราะมีความเชื่อว่าต้องการให้เทวดาเบื้องบนโกรธที่มนุษย์ทำผิดธรรมเนียม อย่างเช่นพิธีขอฝนด้วยการแห่นางแมว ที่นำแมวมาใส่ไว้ในกรงและสาดน้ำใส่ ทั้งที่แมวเป็นสัตว์ที่กลัวน้ำอยู่แล้ว พิธีปักตะไคร้ก็คล้ายๆ กันคือการนำปลายตะไคร้ปักลงดิน ให้โคนชี้ฟ้า แทนที่จะปักโคนตะไคร้ลงดินตามการปลูกปกติ
เมื่อเทพยดาเบื้องบนรู้เข้าก็ไม่พอใจ สั่งฝนให้หยุดตก คล้ายๆ กับพิธีขึดของชาวล้านนา (ขึดคือความเชื่อที่เป็นข้อห้าม การกระทำในสิ่งที่เป็นอาถรรพ์ เสนียดจัญไร อัปมงคล) ส่วนที่มีความเชื่อว่าผู้ปักตะไคร้ต้องเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์หรือสาวบริสุทธิ์ก็เพราะตามความเชื่อของคนโบราณ ผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว รักษาพรหมจรรย์จนถึงวันที่แต่งงาน บ้างก็บอกว่าการจะประกอบพิธีบวงสรวงเทวดาฟ้าดิน ก็ควรเกิดขึ้นจากหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
จันจึงคิดว่านี่เป็นกุศโลบายของคนไทยโบราณที่ต้องการให้บุตรหลานรักนวลสงวนตัว ซึ่งอันที่จริงแล้ว การปักตะไคร้ไล่ฝนในบางพื้นที่ก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นสาวพรหมจรรย์ อาจเป็นแม่หม้ายก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมพื้นถิ่น
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความเชื่อเหล่านั้นจะพิสูจน์ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเเต่ละบุคคล อันนี้จันว่า ห้ามกันไม่ได้