โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงปี'61 ผู้ประกอบการปรับตัวรับยุคไอทีเต็มรูปแบบ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2560 เวลา 04.18 น.

หอการค้าไทยได้เผยแพร่รายงานการสำรวจ “ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงประจำปี 2561” ซึ่งเป็นผลสำรวจต่อเนื่องนับเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้พบว่า ธุรกิจการให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์-ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม-ธุรกิจ e-Commerce ยังคงเป็นธุรกิจเด่นมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจดาวร่วง จะเป็น ธุรกิจหัตถกรรม-ธุรกิจด้านการผลิตเหมือนแร่-ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์นิตยสารและวารสาร และธุรกิจเช่าหนังสือ ที่ล้มหายไปกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

แจงเกณฑ์การสำรวจ

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงเกณฑ์การวัดและการสำรวจกลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงว่า จะพิจารณาจากข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ ข้อมูลด้านการนำเข้าและส่งออกสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์, ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต, ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมและดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ตารางปัจจัยการผลิต I-O table ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมถึงดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ

ประกอบกับข้อมูลปฐมภูมิจากการสำรวจของ “หอการค้าโพลล์” เช่น ผลการสำรวจผู้ประกอบการรายสาขา, ผลสำรวจสถานภาพธุรกิจไทย, ผลสำรวจปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ แล้วนำมาประกอบการพิจารณาและให้คะแนน โดยเกณฑ์ให้คะแนน หอการค้าไทยจะให้คะแนนจากยอดขาย ต้นทุน ส่วนต่างของยอดขายต่อต้นทุน (กำไรสุทธิ) ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงและภาวะการแข่งขัน และความต้องการความสอดคล้องกับกระแสนิยมรวม 100 คะแนน

แต่ทั้งนี้ก็อยู่ภายใต้ปัจจัยทางเศรษฐกิจไทยที่มีผลต่อธุรกิจ โดยประเมินปัจจัยทางเศรษฐกิจในปี 2561 ที่ว่า เศรษฐกิจขยายตัวอยู่ที่ 4.2% ซึ่งยังมองว่า เศรษฐกิจยังคงขยายตัวไปได้ในทิศทางที่ดี ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น การลงทุนของภาครัฐยังต่อเนื่อง การท่องเที่ยวขยายตัว การเลือกตั้ง แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ส่วนการส่งออกประเมินจากตัวเลขการขยายตัวอยู่ที่ 4.3% ผลจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ามีการปรับตัว

อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.6% ขณะที่ปัจจัยการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2560 อยู่ที่ 3.9% การส่งออกขยายตัวอยู่ที่ 7.5% อัตราเงินเฟ้อขยายตัวอยู่ที่ 0.6% ที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่บั่นทอนต่อการประกอบธุรกิจที่เป็นปัจจัยกระทบต่อธุรกิจให้ดาวรุ่ง หรือดาวร่วง เช่น เศรษฐกิจของสหรัฐ ได้สร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ความขัดแย้งและการก่อการร้ายระหว่างประเทศ หนี้สินครัวเรือนและหนี้เสียของเอสเอ็มอี ทำให้สถาบันทางการเงินมีความเข้มงวดมากขึ้นในกานพิจารณาสินเชื่อ มาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ประกอบกับข้อตกลงเสรีการค้าอาเซียน-จีน ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าจีนกว่า 703 รายการ ภาษีเป็น 0% ซึ่งจะทำให้สินค้าจีนส่งออกมากขึ้น

10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง

สำหรับธุรกิจดาวรุ่งในปี 2561 ใน 10 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์ (ผู้ให้บริการโครงข่าย), ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม, ธุรกิจ e-Commerce, ธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว, ธุรกิจด้านปิโตรเคมีและพลาสติก-ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์, ธุรกิจ Modern Trade-ธุรกิจบริการทางด้านการเงิน-ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์, ธุรกิจด้านการศึกษา-ธุรกิจเกี่ยวกับทางด้านท่องเที่ยว, ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต-ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบ้านเช่าหรือห้องเช่า-ธุรกิจด้านความเชื่อ (โหราศาสตร์ เครื่องรางของคลัง), ธุรกิจวัสดุด้านก่อสร้างและรับเหมา และธุรกิจร้านเสริมสวย/ตัดผมแนวแฟชั่น

ขณะที่ธุรกิจดาวร่วง 10 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจหัตถกรรม, ธุรกิจด้านการผลิตเหมืองแร่, สื่อสิ่งพิมพ์นิตยสารและวารสาร/ธุรกิจการเช่าหนังสือ, ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องเล่น DVD-CD-ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายแผ่น CD-DVD-ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน, ธุรกิจเคเบิลทีวี, ธุรกิจการผลิตสินค้าเกษตรยาง-ปาล์ม-ข้าว, ธุรกิจร้านขายมือถือมือสอง, ธุรกิจร้านค้าดั้งเดิม และธุรกิจร้านอินเทอร์เน็ต

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า หากธุรกิจไม่มีการปรับตัวไปตามเทรนด์ที่กำลังมาในปี 2561 ซึ่งจะเป็นการก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัล “การประกอบธุรกิจก็จะลำบากมากขึ้น” โดยเทรนด์การประกอบธุรกิจหรือธุรกิจดาวรุ่งในปี 2561 ซึ่งเข้ามาเป็นธุรกิจดาวรุ่งครั้งแรกก็คือ ธุรกิจการให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์ (ผู้ให้บริการโครงข่าย) กับธุรกิจความงาม ซึ่งเป็นธุรกิจดาวรุ่งอันดับ 1 ติดต่อมา 5 ปีซ้อน แต่ครั้งนี้ได้ตกอันดับลง เนื่องจากเทรนด์การประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

“ในปี 2561 จะเป็นยุคไอทีเต็มรูปแบบที่จะส่งผลต่อระบบการค้า การประกอบธุรกิจ ที่จะหันมานำเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญ การค้ารูปแบบ e-Commerce จะยิ่งได้รับความนิยม ขณะที่ธุรกิจกลุ่มอื่นก็จะยังดีต่อเนื่อง เช่น การท่องเที่ยว การก่อสร้าง ซึ่งหากไม่มีการปรับเทรนด์หรือปรับเปลี่ยนของการประกอบธุรกิจให้ทันสมัย หรือตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไป ผู้ประกอบการก็อาจจะลำบาก อย่างไรก็ดี กรอบการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ประเมินไว้อยู่ที่ 4.2-4.5% นั้นจะฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดช่วงปลายไตรมาส 2 ด้านการส่งออก-การท่องเที่ยวก็ยังดีต่อเนื่อง เห็นมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1 ขณะที่สินค้าเกษตรยังคงทรงตัวและเห็นผลชัดเจนปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจในปี 2561” นายธนวรรธน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...