โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวไร่มันสำปะหลัง-ข้าวโพด เฮ พาณิชย์เคาะชดเชยภัยแล้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 เม.ย. 2563 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2563 เวลา 08.14 น.

“จุรินทร์” เผยหลังประชุมคณะกรรมการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฯ คณะกรรมการมันสำปะหลังฯ ถึงข่าวดี เตรียมเสนอ ครม. ของบประมาณช่วยเหลือให้ได้รับชดเชยรายได้ สหรับผู้ตกค้าง และเกษตรกรผู้ปลูกมันฯที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยที่ประชุมมีมติขยายระยะเวลาโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ซึ่งโครงการเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 – 31 พฤษภาคม 2563 ซึ่งจะครบกำหนดในอีก 2 เดือน แต่เมื่อพิจารณาแล้วผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงวันที่ 1-30 มิถุนายน 2562 ไม่ได้รับเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ ที่ประชุมจึงเห็นชอบเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้รับเงินส่วนต่างด้วยในอัตรา 29 สตางค์ต่อกิโลกรัม (กก.) โดยมีเกษตรกรประมาณ 1.5 แสนราย ที่จะได้รับเงิน ต้องใช้เงินงบประมาณ 670 ล้านบาท ซึ่งได้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายไปก่อน และรัฐบาลจะตั้งงบประมาณจ่ายชดเชยให้ในปีถัดไป และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไปด้วย

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบให้มีการทำประกันภัยพืชผลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกร หากประสบปัญหาภัยพิบัติ 7 ชนิด ได้แก่ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาพายุ เป็นต้น และโรคระบาด โดยรัฐบาลจะร่วมมือกับ ธ.ก.ส. จ่ายเบี้ยประกันให้กับเกษตรกรในอัตราไร่ละ 160 บาท โดยรัฐบาลจ่าย 96 บาท ธ.ก.ส. ช่วยจ่าย 64 บาท หากต่อไปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้รับความเสียหายจายภัยพิบัติ จะได้รับการชดเชยไร่ละ 1,500 บาท แต่ถ้าเป็นโรคระบาด จะได้รับชดเชยไร่ละ 750 บาท ใช้วงเงิน 313 ล้านบาท โดยให้ ธ.ก.ส. สำรองจ่ายไปก่อน และรัฐบาลจะตั้งงบชดเชยให้ภายหลัง

ทั้งนี้ ยังได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) โดยที่ประชุมได้มีมติเพิ่มวงเงินชดเชยให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพราะขณะนี้ราคาหัวมันสดมีแนวโน้มลดลง จากปัญหาภัยแล้ง ทำให้เชื้อแป้งไม่ได้ตามเกณฑ์ และยังมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ตลาดต่างประเทศมีปัญหาในเรื่องของการนำเข้าสินค้า สำหรับวงเงินที่มีอยู่เดิมในการช่วยเหลือเกษตรกรนั้นไม่น่าจะเพียงพอที่จะจ่ายชดเชยรายได้ โดยที่ประชุมพิจารณาจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อขออนุมัติวงเงินเพิ่มเติมอีก 460 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แต่เบื้องต้น การจ่ายเงินจะให้ ธ.ก.ส. สำรองจ่ายไปก่อน และรัฐบาลจะชดเชยให้ปีถัดไป

ปัจจุบัน รัฐบาลได้ประกันรายได้มันสำปะหลังที่กก.ละ 2.50 บาท มีกำหนดจ่ายเงินชดเชยรวม 12 งวด เดือนละ 1 งวดทุกวันที่ 1 ของเดือน จ่ายมาแล้ว 5 งวด คงเหลือ 7 งวด และงวดถัดไปจะจ่ายวันที่ 1 พ.ค.2563 แต่ราคาปัจจุบัน เฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 2.08-2.10 บาท ทำให้ต้องจ่ายชดเชยเพิ่มขึ้น โดยผลผลิตได้ออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 50% คงเหลืออีก 50% อย่างไรก็ตาม จากปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ ทำให้ต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างเพิ่มมากขึ้น ทำให้งวดที่ 6 ถึงงวดที่ 12 ที่ยังค้างอยู่นั้นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม จึงต้องเร่งเสนอ ครมซ พิจารณา

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ขอความร่วมมือไปยัง 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง โดยขอให้ไปหารือร่วมกันร่วมกับตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ว่าจะช่วยรับซื้อหัวมันสำปะหลังสดจากเกษตรกรในราคากก.ละ 2.30 บาท ที่เชื้อแป้ง 25% ได้หรือไม่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ในยามวิกฤต และช่วยลดภาระของรัฐบาลที่จะต้องจ่ายส่วนต่าง โดยขอให้มีคำตอบโดยเร็วที่สุด

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้โครงการประกันรายได้พืชเกษตร 5 ชนิด ได้ดำเนินการมีความคืบหน้าโดยลำดับ แต่ยังพบปัญหามีเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ตั้งศูนย์รับเรื่องจากเกษตรกรที่เชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์จากนโยบายประกันรายได้ แต่ไม่ได้รับเงิน หรือติดปัญหาอุปสรรคใดๆ ให้แจ้งเรื่องเข้ามายังสายด่วน 1569 จะมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่องให้เป็นการเฉพาะ และจะตรวจสอบข้อมูล ก่อนสั่งการไปยังผู้รับผิดชอบในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับชดเชยส่วนต่างต่อไป

นอกจากนี้ การทำงานระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงพาณิชย์จะต้องมีการดำเนินการบูรณาการมากขึ้น เพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ภายใต้หลักการ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เพื่อจะได้ทำงานควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรครัวละ 5,000 บาท ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้เตรียมการในการตั้งเรื่องที่เกี่ยวกับในเรื่องนี้แล้ว และจะช่วยเหลือเกษตรกรทั้งในส่วนของเกษตรด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง และเกษตรแปรรูป ซึ่งจะต้องทำงานและดูแลทั้งระบบ ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ สินค้ามีช่องทางระบายสินค้าออกไปสู่ผู้บริโภค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...