โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทรนด์ราคาทองคำปีชวด "ฮั่วเซ่งเฮง" ชี้ราคายัง "ขาขึ้น"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ม.ค. 2563 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2563 เวลา 02.20 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

ปี 2562 ที่ผ่านมา ราคาทองคำกลับสู่แนวโน้ม “ขาขึ้น” อีกครั้ง หลังซบเซามานานหลายปี ส่วนแนวโน้มปี 2563 จะเป็นอย่างไร ล่าสุด“ประชาชาติธุรกิจ” ได้โอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “ธนรัชต์ พสวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง ผู้ค้าทองคำรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศไทย ที่ได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้เข้ากับโลกยุคปัจจุบันมากขึ้น

“ธนรัชต์” เล่าว่า ปี 2562 เป็นปีที่ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี ทำให้ปีนี้มีการส่งออกมากขึ้น จากทุกปีที่จะนำเข้ามากกว่า โดยปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันก็คือ การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการลดดอกเบี้ยหลายครั้ง และความไม่แน่นอนของสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งแม้ช่วงครึ่งปีหลังราคาทองคำจะมีการปรับลง แต่โดยรวมแล้วยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่

ปี’62 ธุรกิจทองโตทุกเซ็กเมนต์

ทั้งนี้ ปี 2562 ผลประกอบการของฮั่วเซ่งเฮงเติบโตในทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะทองคำรูปพรรณ จากการให้บริการซื้อขายทองคำและส่งแบบดีลิเวอรี่ (gold delivery) ส่วนการขายผ่านหน้าร้านยังทรงตัว โดยบริษัทเปิดให้บริการ gold delivery มาราว 2 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

โดยกระแสการซื้อขายแบบใหม่ช่วยให้การซื้อขายทองคำเข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น เช่น การซื้อขายทองคำผ่านไลน์ (LINE) และ LINE TODAY MONEY ซึ่งก็มียอดซื้อขายที่ดีต่อเนื่อง เนื่องจากสมัครง่ายแค่ถ่ายรูปบัตรประชาชนและสมุดบัญชีธนาคาร ก็สามารถออมทองกับฮั่วเซ่งเฮงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นฤดูกาล เช่น วันพ่อ วันแม่ วันตรุษจีน ฯลฯ ซึ่งลูกค้าจะสั่งออนไลน์และส่งทางดีลิเวอรี่ค่อนข้างมาก

“ยอดขายทางดีลิเวอรี่เพิ่มขึ้นในอัตราตัวเลขสองหลัก จากยอดขายทั้งหมดถือว่าไม่เลวนัก ผ่านการรับออร์เดอร์ทางไลน์ (LINE) ที่จะมีเจ้าหน้าที่จัดส่งให้ ส่วนหน้าร้านยังทรงตัว เพียงแต่ได้รับอานิสงส์จากคนที่เดินทางมาเยาวราชได้สะดวกขึ้นผ่านรถไฟฟ้าใต้ดิน”

ทั้งนี้ ภาพรวม ผลประกอบการของฮั่วเซ่งเฮงในปี 2562 มีแนวโน้มสูงเติบโตได้อย่างน้อย 10% เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากปริมาณ (วอลุ่ม) การซื้อขายทองคำที่สูงขึ้น โดยระหว่างเที่ยงคืนถึงตี 2 เป็นช่วงเวลาที่มีวอลุ่มซื้อขายมากที่สุด หรือมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 15% ของวอลุ่มการซื้อขายทั้งหมด จากปีที่แล้วอยู่ที่ 10% เป็นผลจากที่ช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับช่วงเวลาแถลงการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ ในอีกซีกโลกหนึ่ง

 

ปรับโปรดักต์รับมือ ศก.แผ่ว

สำหรับแผนธุรกิจปี 2563 “ธนรัชต์” บอกว่า ฮั่วเซ่งเฮงจะออกโปรดักต์ที่มีน้ำหนักน้อยลงกว่าเดิม เป็นทองคำแท่ง 1 กรัม หลังจากที่เคยออกทองคำแท่งหนัก 1 บาท ที่ลดจาก 5 บาท ซึ่งได้รับตอบรับดีมาแล้ว เนื่องจากปีนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจอาจยังไม่ดีมากนัก จึงต้องทำทองคำที่ชิ้นเล็กลงเพื่อให้ประชาชนซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งคนที่อยากซื้อทองคำเพื่อเก็บสะสมหรือเพื่อให้เป็นของขวัญในวาระต่าง ๆ ก็ยังสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ โดยสนนราคาประมาณ 1,600 บาทเศษ

“เราพยายามทำน้ำหนักทองคำให้เล็กลง แม้กระทั่งทองคำที่ขายอยู่หน้าร้านที่เรียกว่า “อ่วงป้อ” หรือทองจีนที่สมัยก่อนมีเพียงน้ำหนัก 2.50 บาท 5 บาท 10 บาท ปีนี้เราก็ออกไซซ์ที่เป็น 1 สลึงและ 2 สลึงออกมาด้วย สอดคล้องกับพฤติกรรมคนที่เดี๋ยวนี้มีคนรุ่นใหม่ที่ซื้อทองคำแท่งเพื่อลงทุน และจะซื้อชิ้นเล็กลงใส่เป็นเครื่องประดับ ซึ่งน่าจะเป็นผลจากแฟชั่นและความปลอดภัยด้วย”

 

ทองคำปีชวดยัง “ขาขึ้น”

“ธนรัชต์” ประเมินว่า แนวโน้มราคาทองคำปี 2563 นี้ ยังอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น โดยกรอบราคาเป้าหมายอยู่ที่ 1,400-1,600 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาในประเทศอยู่ที่ 20,700-22,400 บาท/บาททองคำ มีปัจจัยหนุนมาจากความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ และการซื้อทองในช่วงเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังมีความเสี่ยง หลังเฟดยืนยันว่าจะไม่ลดดอกเบี้ยอีก

“ปีนี้ เราให้น้ำหนักกับปัจจัยสงครามการค้าเป็นหลัก แต่จะไม่ได้เรียกว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน เพราะจะเป็นสงครามการค้าระหว่างประเทศแทน หลังจากที่คุยกับจีนรู้เรื่อง สหรัฐก็หันไปทะเลาะกับสหภาพยุโรป (อียู) อาร์เจนตินา บราซิล ฯลฯ ก็ต้องคอยดูว่าเวลาที่เกิดปัญหาสิ่งที่ตามมาคืออะไร รวมถึงมีปัจจัยการเลือกตั้งสหรัฐด้วย และนโยบายของเฟดที่ออกมาพูดว่าจะไม่ลดดอกเบี้ย แต่ตลาดก็ยังคาดการณ์ว่าปีนี้เฟดจะลด 1 ครั้ง และเรื่องของอังกฤษที่จะออกจากอียูช่วงวันที่ 31 ม.ค. ซึ่งยังต้องติดตาม”

นักลงทุนทองก็คงต้องติดตามสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...