โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหกรณ์ครูขอนแก่นโร่แจ้งความเงินหายกว่า 431 ล้านบาท

77kaoded

เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 09.00 น. • 77 ข่าวเด็ด

ขอนแก่น – ประธานสหกรณ์ครูขอนแก่น นำคณะเดินสายเข้าแจ้งความกรณีถูกยักยอกเงินปันผล 431 ล้าน รอหลักฐานเบิกจ่ายจะทราบตัว “ไอ้โม่ง” ที่สั่งโอนเงินจากธนาคาร

วันนี้ (8 ธ.ค.62) ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ในฐานะประธานคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อติดตามเงินสหกรณ์ที่หายไป 431 ล้านบาท ได้นำผู้แทนคณะกรรมการฯ เดินทางเข้าพบร้อยเวร สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด พร้อมกับมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ประกอบการทำสำนวนคดี

ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด กล่าวว่า แม้จะได้ไปร้องทุกข์ที่ดีเอสไอให้รับพิจารณาเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว แต่ก็ต้องแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น ด้วยเพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจแห่งนี้ คดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนที่จะสืบหาผู้รับผิดชอบ เพราะเงินกว่า 431 ล้านที่หายไป มีบันทึกการเบิกจ่ายของธนาคารเป็นหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งรายละเอียดรายการเบิกการถอนในสมุดบัญชี ขณะนี้ยังรอให้ทางธนาคารนำส่งมาให้กับบอร์ดสหกรณ์ในสัปดาห์หน้า

เมื่อได้รายละเอียดรายการเบิกถอนหรือใบ pay in ดังกล่าวมาแล้ว ก็จะสำเนาส่งให้กับดีเอสไอและพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น นำไปประกอบการทำสำนวนคดีต่อไป เชื่อว่า จะใช้เวลาไม่นานน่าจะมีความชัดเจน ซึ่งคดียักยอกทรัพย์เป็นคดีที่สามารถยอมความกันได้ ตอนนี้ทางเราอยากได้เงินกว่า 431 ล้านบาทที่หายไปกลับคืนมา เพราะตามแผนงาน เงินก้อนนี้จะเป็นเงินสำหรับใช้จ่ายปันผลให้กับสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ภายในเดือน ก.พ. 2563 นี้

“แม้จะยังไม่ได้เงินก้อนนี้คืน ทางเราก็อยากแจ้งให้สมาชิกสหกรณ์ฯ สบายใจได้ว่า ทางกรรมการก็ได้สำรองเงินก้อนอื่นไว้จ่ายปันผลให้ตามกำหนด ไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องคดีความก็ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย” ดร.อนุศาสตร์กล่าว

ด้านนายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง  รองประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด หนึ่งในคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อติดตามเงินสหกรณ์ฯ คืน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะตัวแทนชมรมฯ จะติดตามคดีนี้ให้ถึงที่สุด จะไม่ยอมให้คดีล่มกลางคัน ต้องหาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้ โดยอยากเสนอให้ทั้ง 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายกรรมการสหกรณ์ฯ  ผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ฯ และ ผู้แทนชมรมสมาชิกสหกรณ์ฯ ส่งทนายความเข้าไปร่วมทำคดี ฝ่ายละ 1 คน ไม่ใช่ไม่ไว้ใจทนายความที่ทางบอร์ดสหกรณ์ฯ ว่าจ้างมาทำคดี แต่เพื่อให้การทำคดีมีความรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับกรณีเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ล่องหนไปจากบัญชีกว่า 431 ล้านดังกล่าวเป็นข่าวขึ้นมาหลังการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 คณะกรรมการดำเนินการมีมติครั้งที่ 24/2562 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เตรียมการวางแผนปันผล-เฉลี่ยคืน โดยมีมติให้ถอนเงินฝากประจำที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนดินแดง เลขที่บัญชี 144-101918-9 จำนวน 400,000,000.00 บาท (สี่ร้อยล้านบาทถ้วน)

แต่เมื่อตรวจสอบ Statement ที่ได้รับจากธนาคารมาแล้ว ปรากฏว่า ในบัญชีมีเงินคงเหลือเพียง 79,714.16 บาทเท่านั้น  ประกอบกับเมื่อคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯ ได้ตรวจดูเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ ครั้งที่ 31/2562 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งระบุยอดเงินฝากประจำธนาคารดังกล่าว มีจำนวน 431,941,784.59 บาท แสดงว่า เงินหายไป 431,862,070 บาท และเชื่อว่า น่าจะมีการยักยอกเงินจากบัญชีของสหกรณ์ฯ มาตั้งแต่ปี 2554

ทั้งนี้ มีกลุ่มบุคคล 4 ราย ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดที่ 48 ในการเปิดบัญชีเงินฝากประจำ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาดินแดง เลขที่บัญชี 144-101918-9 และมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการแทน และสามารถลงนามในการทำธุรกรรมกับธนาคาร โดยสั่งจ่าย 3 ใน 4 คน และเป็นบุคคลเพียงกลุ่มเดียวที่ทำหน้าที่เบิกถอนเงินจากบัญชีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2562  ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะบุคคลเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และกลายเป็นที่มาในการยื่นเรื่องฟ้องร้องกล่าวโทษกับคณะบุคคลกลุ่มดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...