จากผ้าอ้อม ถึงพวงหรีด - สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก

THINK TODAY เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2562 เวลา 11.06 น.

เกิด ตาย ก็ล้วนการตลาด

คิดมาคิดไป ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่พ้นการตลาด  

เรื่องการเกิดนั้นไม่ต้องห่วง เพราะว่า ทุกคนที่เกิดมาก็คือลูกค้าในระยะยาว ตั้งแต่ตั้งท้องแล้ว ที่การตลาดเข้ามาจู่โจมโหมให้เห็นว่าคุณแม่ควรจะฝากครรภ์โรงพยาบาลไหน

ผ่าคลอดกับคลอดปกติราคาต่างกันแค่ไหน

สิ่งสำคัญไม่แพ้เงินตรา คือภูมิคุ้มกันหลายอย่างที่ทารกน้อยต้องขาดหายไป จากการผ่าคลอดเพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการคลอดตามธรรมชาติ

แต่การตลาดก็จู่โจมเพื่อให้คนเป็นแม่ เลือกมีดหมอ รวมทั้งคุณหมอผู้ประพฤติตนแบบ ให้ความรู้กึ่งๆครึ่งๆกลางๆ 

อาจบางคราก็ด้วยอวิชาเร่งรีบวิชาผ่า เพียงเพราะสาเหตุของการตลาดซึ่งร่วมทำโปรโมชั่น กับโรงพยาบาล 

พอคลอดออกมา นมแม่ซึ่งกินได้กินดี กลับมีบริษัทนมคอยมาให้ข้อมูลหรือบางทีก็ให้นมดื่มฟรี

ก่อนนี้เข้ามาทำการตลาดถึงเตียงคนคลอด นำกระเช้าใส่ของขวัญแต่เป็นนมสำหรับเด็ก ดื่มกินยี่ห้อไหน พ่อแม่ก็มักจะจับจ่ายซื้อยี่ห้อนั้นให้ทานไปอีกจนกว่าจะโต

แต่ปัจจุบัน กฏหมายไม่อนุญาตให้สินค้าเหล่านั้น เข้าไปทำการตลาดในโรงพยาบาลอีกแล้ว

ส่วนจะหลบเลี่ยงหลีกเร้น ก็คงแล้วแต่ช่องทางและช่องว่างของกฏหมาย

กว่าเด็กจะเติบโตมา เสื้อผ้าอาหาร สำหรับทารก ก็ล้วนแล้วแต่มีสินค้าที่จะต้องทำการตลาด ตั้งแต่หัวจรดเท้า 

เคยมีข่าวว่า คุณพ่อท่านหนึ่ง โกรธมากเมื่อมีใบโบรชัวร์โฆษณาจากห้างข้างบ้าน ได้ส่งข้อความไปเชิญชวนลูกสาว ซึ่งยังอยู่ในวัยเรียน ให้ไปใช้สินค้าเด็กแรกคลอดของห้าง 

คุณพ่อท่านนั้นนำโบรชัวร์ที่ห้างส่งมาไปต่อว่า ผู้จัดการห้าง

ด้วยความโมโห ตำหนิทางห้างกับผู้จัดการอย่างแรงว่า

คุณทำแบบนี้ได้อย่างไร ลูกสาวผมยังเรียนหนังสืออยู่ แล้วจู่ๆ ห้างก็ดันเสนอสินค้าสำหรับทารกมาให้ คุณหมายความว่าอย่างไร

ทางผู้จัดการต้องขออภัย ว่าอาจจะเป็นความผิดพลาดของฝ่ายข้อมูล ที่ได้ใช้เครื่องมือสุ่มตรวจ อาจส่งผิดคน

คุณพ่อว่า ถ้าส่งไปชื่อเมียผมละก็ มีเรื่องยิ่งกว่านี้ เพราะเมียผมก็ทำหมันไปแล้ว

หรือถ้าส่งไปเป็นชื่อผม บ้านผมมิแตกหรือ เพราะเมียผมอาจจะเข้าใจผิดว่า ผมไปมีลูกคนใหม่เพิ่ม

ทางห้างกราบขออภัย อย่างยิ่ง คราวหลังเราจะระมัดระวังกว่านี้

ปรากฏว่า อีกสามสี่เดือนต่อมา

คุณพ่อคนนั้นกลับมาห้างอีกครั้ง พร้อมด้วยลูกสาววัยรุ่น ซึ่งบัดนี้กลายเป็นคุณแม่วัยใส ท้องก่อนวัยอันควร

และกลายเป็นลูกค้าของห้างนั้นจริงๆ

เนื่องจาก ตอนลูกสาวเริ่มตั้งท้องนั้น

ทางครอบครัว ยังไม่ทราบ เพราะลูกสาวปิดไว้เป็นความลับ

แต่ทางฝ่ายข้อมูลของห้าง กลับจับแนวโน้มในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าของเด็กสาวคนนั้น

ว่าลักษณะการเลือกซื้อสินค้านั้น เข้าข่ายเป็นพฤติกรรมของคนกำลังตั้งครรภ์

สรุปว่า

โดยข้อมูลและเทคโนโลยียุคใหม่

ทางห้างอาจจะรู้ก่อนครอบครัวก็ได้ ว่ามีคนตั้งครรภ์ในบ้านนั้นแล้ว

ดังนั้น ทั้งแม่และเด็ก จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ทางห้างเริ่มประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดให้เข้ามาเป็นลูกค้าเสียแต่เนิ่น

……………………….

ส่วนเรื่องการตายนั้น แม้จะไม่รู้วันแน่ นับง่ายเหมือนวันเกิด.

ว่าใครจะตายกันวันใด แต่รับรองได้ว่าถ้าเกิดมาแล้วตาย แบบไม่ถูกมือมืดอุ้มหายไป

ส่วนใหญ่ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย อีกมากมายเช่นกัน

จะมีสักกี่คน ยอมเกิด ยอมตายแบบง่ายๆ ไม่ทำโน่นทำนี่ให้วุ่นวาย

ถึงก่อนตายจะสั่งไว้ให้เรียบง่าย แต่คนที่อยู่ก็ยากจะทำใจ

ยังคงคิดจะแสดงความอาลัย เป็นครั้งสุดท้าย

ค่าใช้จ่ายก็ตามมา อีกมากมาย

เฉพาะเลือกโลง ก็มีหลายระดับ ติดแอร์หรือไม่ บุผ้า ลวดลายประดับโลงมีให้เลือกสารพัด 

ต้องจัดวางดอกไม้นานาพรรณ บางงานค่าดอกไม้มากมายไม่แพ้งานแต่ง

เดี๋ยวนี้จึงมีบริษัทออแกไนซ์ รับจัดทุกสิ่งทุกอย่าง บริการข้าวต้ม ขนม อาหาร ครบครัน

ของชำร่วยนั้น มากมี เลือกได้ว่าจะเอาราคาเท่าไหร่

จุดสำคัญ การตลาดของความตาย จุดแข็งต้องมีเงื่อนเวลา

ถ้าจะตีตลาดได้ ตายวันนี้ สั่งสินค้าวันนี้ พรุ่งนี้ต้องจัดส่งได้

เจ้าภาพจึงจะมีโอกาสตัดสินใจเลือก

ทุกอย่างล้วนเร่งรีบเพราะจะมีสักกี่ราย ที่สามารถจับจองข้าวของสำหรับงานศพล่วงหน้าได้

เพราะฉะนั้นการตลาดของคนตายจึงต้องเร่งและแข่งกับเวลา 

บริษัทยุคใหม่พยายามส่งเสริมให้มีนวัตกรรม 

เรื่องพวงหรีดเดี๋ยวนี้ก็มีการพัฒนา วัดก็ได้จัดนวัดตกรรม ทำให้พวงหรีดมีคุณค่ากว่าเป็นแค่ดอกไม้ ประดับแล้วก็เหี่ยวหายไป

เริ่มเมื่อเอาพัดลมมาประยุกต์เป็นพวงหรีด

แต่พัดลมพอมากๆ ก็เริ่มเห็นเป็นช้อน เป็นส้อม เป็นทัพพีเอามาจัดวางให้เป็นวง

เริ่มเห็นเอาหนังสือมาจัดเรียง ไม่ใช่ให้คนตายอ่าน แต่เอาไปบริจาคต่อได้ จะให้พระเณรหรือนักเรียนอ่านก็ยังดีกว่า หนังสือนอกจากจะไม่เหี่ยวเฉายังไปแตกดอกออกผลเป็นสติปัญญาเป็นวิทยาทาน

หลังๆเริ่มมีพวงหรีดจักรยาน

ยังมีพวงหรีดการกุศล สั่งมาแล้ว เอาเงินส่วนหนึ่งไปทำบุญ

หากมองในสายตานักการตลาด การที่นักการเมืองนิยมไปงานศพ

ก็อาจมองได้ว่า เป็นการทำการตลาดอย่างหนึ่ง

หากงานศพใด เจ้าภาพประกาศไม่รับพวงหรีด โอกาสจะใช้พวงหรีดเป็นการประชาสัมพันธ์ ก็ขาดช่องทางมีเดียแสดงน้ำใจ

ดังนั้นนักการเมืองที่เข้าถึงประชาชน จะส่งเต๊นท์ ส่งน้ำแข็งไปให้ เพื่อให้เจ้าภาพทราบและซึ้งใจ

ที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา คือมีคน เอาป้ายไฟแบบเคยเห็นใ่ช้โฆษณาตามห้าง ไปเสียบไฟ แล้วก็ขึ้นคำไว้อาลัย

เป็นป้ายไฟที่วางแทนพวงหรีดแล้วสะท้อนสะเทือนไตว่า

นี่เขาเห็นงานศพ เป็นพื้นที่วางป้ายประชาสัมพันธ์ กันหรือไร

ที่แปลกประหลาดและเริ่มระบาดในสังคมไทย ก็คือมีการให้หยิบยืมหรือให้สัมปทานจัดงานศพ  

ข่าวว่ามาว่า ในบางท้องถิ่นซึ่งมีคนจากต่างแดนมาทำงาน แล้วเกิดมีการเสียชีวิต

ศพซึ่งไม่ค่อยมีญาติจะมีคนมาติดต่อทาบทาบขอเหมาเป็นเจ้าภาพ

แม้จะมีแขกมางานไม่กี่คน แต่ก็ยังมีการจัดพิธีเก็บศพไว้หลายๆวัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางเจ้าภาพจะได้เปิดให้มีการเล่นพนันตอนเฝ้าศพ

ญาติอาจจะไม่ค่อยมีมา แต่ขาไพ่ครบครัน