โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ "วลัยลักษณ์" ปักธงดาวรุ่งงานวิจัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2562 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2562 เวลา 04.20 น.

ถ้ามองหามหาวิทยาลัยเบอร์ 1 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนต้องยกให้“มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีนักศึกษาจำนวน 9,000 คน และในปีนี้กำลังจะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายของการเป็นผู้นำการวิจัยและนวัตกรรม“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” อธิการบดี ถึงความท้าทายในการบริหารท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจการศึกษาที่รุนแรงในขณะนี้สถานการณ์ของธุรกิจการศึกษาได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชนก็ตาม

“ศ.ดร.สมบัติ” ยอมรับว่า จำนวนนักศึกษาที่อยู่ในระบบน้อยมาก ในขณะที่ในประเทศมีมหาวิทยาลัยไม่น้อยกว่า 170 แห่ง ท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้จึงทำให้ ม.วลัยลักษณ์ได้กำหนดตัวเองว่าเป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ” โดยเน้นไปที่การวิจัยเป็นหลัก และยังดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทำให้ ม.วลัยลักษณ์เป็น “มหาวิทยาลัยวิจัยสมบูรณ์แบบ” แห่งหนึ่งของประเทศ

ล่าสุดจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกในประเด็นการวิจัยนวัตกรรมนั้น ม.วลัยลักษณ์อยู่อันดับที่ 6 ของประเทศ อันดับที่ 148ของเอเชีย และอันดับที่ 429 ของโลก นับได้ว่าเป็นความสำเร็จอย่างสูงจากการดำเนินการที่มีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจนและพร้อมจะมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องเพราะในอนาคตอาจก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าผลผลิตการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมเพิ่มขึ้น

“ศ.ดร.สมบัติ” บอกถึงจุดแข็งของ ม.วลัยลักษณ์ในปัจจุบันคือ “สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ” สามารถแข่งขันในตลาดการศึกษาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสาขาดังกล่าวค่อนข้างจำกัดจำนวนที่ 48 คนต่อชั้นปีเท่านั้น คัดเฉพาะนักเรียนหัวกะทิเข้ามาเรียน รวมถึงสาขาอื่น ๆ อย่างสาขาเภสัชศาสตร์ จำนวน 110 คน

ในขณะที่สาขาอื่น ๆ ยังได้รับความสนใจมาก เช่น สาขาสัตวแพทย์ และสาขาพยาบาล ที่ค่อนข้างให้ความสำคัญในการคัดเลือก ส่วนสาขาอื่น ๆ ไม่ได้จำกัดจำนวน แต่ยังคงมุ่งเน้นไปที่การสร้างบัณฑิตคุณภาพสูง ที่สร้างความสำเร็จให้ประเทศในอนาคตได้

“เราจะเน้นไปที่บัณฑิตศึกษาให้สร้างผลงานด้านการวิจัยมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ โดยช่วงที่ผ่านมามีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ปูม้า ที่เพาะขยายพันธุ์และปล่อยลงสู่ทะเล สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับนักวิชาการชุมชนที่วิจัยเรื่องกุ้งขาวที่เป็นโรคตายด่วนได้คิดวิจัยวัคซีนต้านทานโรคซึ่งได้ผลดีมาก”

นอกเหนือจากนี้“ศ.ดร.สมบัติ” กล่าวอีกว่า ยังมีการวิจัยที่มุ่งเน้นให้ชุมชนในพื้นที่ได้รับผลประโยชน์จากวิจัยด้วยคือ“ยางพารา” ที่ ม.วลัยลักษณ์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาด้านราคาที่ต้องเจอทุกปี ล่าสุดได้วิจัยและพัฒนายางพารามากำจัดสีและกลิ่น หากว่าพัฒนาได้ในระดับแล็บสเกลแล้วสามารถเป็นคอมเมอร์เชียลสเกลต่อไปได้ ถ้าทั้งประเทศใช้สีจากยางพาราทั้งหมดจะช่วยเกษตรกรได้มากขึ้น

สิ่งเหล่านี้เป็นผลงานการวิจัย และยังมีผลงานที่โดดเด่นอย่างยางพาราที่เมื่อเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็งแล้ว นำไปผลิตเป็น “ปืนฝึกหัด” ที่ตลาดมีความต้องการ โดยเฉพาะทหารและตำรวจที่ต้องใช้ในการฝึกเพราะขนาดและน้ำหนักเท่ากับของจริงปกติ หากการวิจัยแล้วเสร็จภาคเอกชนที่สนใจสามารถนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้ ซึ่งหากขยายฐานไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ ก็จะส่งผลต่อราคายางพาราด้วยสำหรับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในปี 2562

“ศ.ดร.สมบัติ” ไล่เรียง 5 แผนงานที่ประกอบด้วย 1) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในจีน เพื่อพัฒนาหลักสูตรและจัดหานักศึกษาให้กับทั้ง 2 ฝ่าย ต้องยอมรับว่า มหาวิทยาลัยในประเทศจีนไม่สามารถรองรับได้ และแต่ละที่ก็มีมาตรฐานสูง เด็กระดับกลาง ๆ สอบเข้าไม่ได้แน่นอน ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะมีนักศึกษาจากจีนเข้ามาเรียนที่ ม.วลัยลักษณ์ไม่ต่ำกว่า 100 คน และส่วนนี้จะทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เข้ามามากขึ้น โดยหลักสูตรที่นักเรียนจากจีนให้ความสนใจคือบริหารธุรกิจ และการท่องเที่ยว

2) เกณฑ์มาตรฐานสำหรับมหาวิทยาลัยรัฐจะเข้าไปให้ความร่วมมือกับภาคเอกชนคือสหกิจศึกษา หรือการให้นักศึกษาเข้าไปฝึกงานในสถานประกอบการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และ ม.วลัยลักษณ์นำมาปรับใช้เป็นไปในรูปของสหกิจศึกษาจาก 4 เดือน ให้เพิ่มเป็น 8 เดือน พร้อมทั้งปรับหลักสูตรการสอนให้จบภายใน 3 ปี 1 เทอม หลังจากนั้นจะนำนักศึกษาเข้าไปยังสถานประกอบการ เพื่อไปฝึกเข้มข้นในอาชีพที่เขาต้องการทำ ซึ่งรูปแบบนี้มีต้นแบบที่ดีมากของ “สาขาท่องเที่ยว” นักศึกษาของเราได้รับความสนใจจากที่พักและโรงแรมต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อฝึกและใช้นักศึกษาร่วมงานในอนาคต

3) เตรียมความพร้อมพัฒนาห้องเรียนให้เป็น smart class room ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียน โดยนักเรียนที่จะเข้ามาเรียนในปีการศึกษา 2563 นี้ จะได้รับแจกไอแพดทุกคน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการค้นหาข้อมูลประกอบการเรียนการสอน

4) ความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) กับพันธมิตรในต่างประเทศที่ไม่มีความคืบหน้าให้ “ยกเลิก” และเน้นไปที่ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นได้จริงใน 3 เรื่องหลักคือ การวิจัย การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ และแลกเปลี่ยนนักศึกษาและ 5) เกณฑ์มาตรฐานสำหรับความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนคือ สหกิจศึกษา หรือการให้นักศึกษาเข้าไปฝึกงานในสถานประกอบการ รวม 4 เดือน ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่นำมาปรับใช้เป็นไปในรูปของสหกิจศึกษาจาก 4 เดือนให้เพิ่มเป็น 8 เดือน และปรับหลักสูตรการสอนให้จบภายใน 3 ปี 1 เทอม

หลังจากนั้นเรานำนักศึกษาเข้าไปยังสถานประกอบการเลย เพื่อไปฝึกเข้มข้นในอาชีพที่เขาต้องการทำ ในรูปแบบดังกล่าวมีต้นแบบที่ดีมากของ “สาขาท่องเที่ยว” นักศึกษาได้รับความสนใจจากที่พักและโรงแรมต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อฝึกและใช้เด็กของเราร่วมงานในอนาคต

ในช่วงท้าย “ศ.ดร.สมบัติ” กล่าวถึงการสนับสนุนนโยบายโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเชิญผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาหารือว่าจะพัฒนาคนเพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการ รวมถึงความร่วมมือในการรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เข้าไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อให้ได้บัณฑิตคุณภาพไปพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...