โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แชร์ประสบการณ์ เตรียมลูกสอบเข้าโรงเรียนสาธิตอย่างไร ให้ติด!

Finnomena

อัพเดต 18 ก.พ. 2562 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2562 เวลา 08.55 น. • Get Wealth Soon

 

สาธิตราม

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ คลิกเข้ามาอ่านแบบนี้แล้ว ขอเดาทางว่าจะต้องเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนเรื่องการศึกษาให้ลูกอยู่แน่นอน เราเลยนำบทสัมภาษณ์ของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กอยู่คนนึง ที่เพิ่งสอบติดอนุบาลของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (English Program : EP) ในปีนี้มาฝากกันค่ะ

มาดูกันว่าคุณพ่อคุณแม่คู่นี้มีการวางแผนเรื่องโรงเรียนให้ลูกอย่างไรบ้าง มีพาไปเรียนอะไรเพิ่มเติม ทำไมต้อง English Program และในวันสอบสัมภาษณ์เข้าสาธิตรามฯ คุณพ่อ คุณแม่ และน้องเจอคำถามอะไรบ้างติดตามกันค่ะ

Part I ทำความรู้จักกันก่อน

เล่าประวัติสั้นๆ

พี่ยู (คุณพ่อ) : ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้บริหารบริษัทด้าน IT แล้วเกิดไอเดียสักเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ในการเข้ามาทำธุรกิจออนไลน์ในยุคที่ยังไม่มีใครทำกันเท่าไหร่ เป็นการทำธุรกิจโดยไม่มีหน้าร้าน ทุกอย่างอยู่บนเว็บหมดเลยตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แล้วมันก็เติบโตขึ้นมาได้

ตอนนี้พี่น้ำเป็นแม่บ้าน หรือว่าช่วยกันทำธุรกิจนี้

พี่น้ำ (คุณแม่) : จริงๆ แล้วบริษัทนี่พี่เป็นเจ้าของนะคะ พี่ทำมาก่อน จนธุรกิจมันเริ่มดีขึ้น พี่ทำไม่ไหวละ เค้าเลยต้องออกจากผู้บริหารมาช่วย

มีความคิดอยากมีลูกมาก่อนมั้ย

พี่ยู : แรกเริ่มไม่คิดจะมีลูก เพราะเราคิดว่าเราต้องพร้อมทั้งเงินและเวลาก่อน เราถึงจะมีได้ แล้วเบื้องลึกจริงๆ คืออยากรู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง (ขำ)

แต่งงานกันตอนอายุเท่าไหร่

พี่น้ำ : ประมาณ 29 30

มีน้องตอนอายุเท่าไหร่

พี่น้ำ : ประมาณ 35 36 ก็หลังแต่งงานกันไปแล้ว 6-7 ปี ถึงคิดจะมี จากที่ตอนแรกยังไม่อยากมี

Part II ที่มาที่ไปของการเลือกโรงเรียนให้ลูก

ส่งน้องเข้าเรียนตั้งแต่อายุเท่าไหร่

พี่ยู : ตั้งแต่ขวบนิดๆ เพราะเราเลี้ยงลูกกันเอง เลยมาตั้งคำถามว่าเราเลี้ยงดีรึเปล่า

พี่น้ำ : เราอยากให้เค้าไปเจออะไรมากกว่าพ่อแม่ เลยพาไปที่โรงเรียนสำหรับเสริมทักษะเด็ก ซึ่งมีเยอะ หลายโรงเรียนมาก ก็เลยไปไล่ลองเรียนจากโรงเรียนแถวบ้าน ไปหลายๆ ที่ เพราะส่วนใหญ่จะให้เรียนฟรีชั่วโมงแรก แล้วแต่ละที่ก็แตกต่างกันไป จนมาได้ที่บรอมส์โกรฟ เป็นโรงเรียนนานาชาติ เพราะราคาถูกและใช้เวลากับเด็กค่อนข้างเยอะ ที่นี่ได้เกือบ 2 ชั่วโมง มีอาหารว่างให้ด้วย Teacher ที่สอน เป็นฟิลลิปปินส์ สำเนียงดี รักเด็ก

เด็กที่ไปเรียนมีเด็กฝรั่งมั้ย?

พี่น้ำ : มีค่ะ มีลูกครึ่ง มีฝรั่ง มีคนไทย แต่คนไทยจะเยอะหน่อย

ขยายความถึงโรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟนิดนึง ที่นี่คือเป็น Playgroup

พี่น้ำ : ใช่ค่ะ เป็น Playgroup สอนร้องเพลง สอนเต้น ให้เด็กเล่นรวมกัน แล้วดูพฤติกรรมว่าเป็นยังไง เพราะลูกเราอยู่บ้านคนเดียว เราเล่นกับเค้า มันไม่เห็นอะไร

ที่โรงเรียนบรอมส์โกรฟมีข้อดีอะไรบ้าง ฟังดูแล้วเหมือนน้องได้พัฒนาการ ได้ประสบการณ์ในการเข้าหาคน ไม่กลัวคน น่าจะมาจากที่บรอมส์โกรฟรึเปล่า

พี่น้ำ : ส่วนใหญ่น่าจะมาจากตรงนั้นด้วย

พี่ยู : พอไปบรอมส์โกรฟไปต่อยอดเค้าอีก ได้พัฒนาจากสิ่งที่เค้าเป็น ได้ฝึกเรื่องระเบียบวินัย เรื่องการรอคอยด้วย เวลาล้างมือต้องเข้าแถว ทำให้เค้าได้เรียนรู้ว่าอยากได้อะไรไม่ใช่ได้เลยนะ ต้องรอ

น้องเรียนที่นี่ถึงอายุเท่าไหร่

พี่น้ำ : 2 ขวบครึ่งค่ะ ประมาณปีนึง เพราะคลาสเค้ามีถึงอายุ 2 ขวบครึ่ง ไม่เกินนี้ ก็เลยต้องเปลี่ยน ทีนี้อายุเข้าเตรียมอนุบาลได้พอดี เราเลยมองหาโรงเรียนรัฐที่ใกล้บ้าน และเป็นโรงเรียนสามารถเรียนยาวอนุบาลยันม.6 ซึ่งโรงเรียนรัฐที่ใกล้บ้านก็คือโรงเรียนเครือสาธิต ได้แค่มาเล็งๆไว้ก่อน เพราะเค้ายังไม่รับ จะรับตอนอนุบาล

เลือกโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่ไหนไว้บ้าง

พี่น้ำ : จริงๆ เล็งไว้เยอะมาก โรงเรียนสารสาสน์แถวบ้าน มี 3 ที่ ก็เล็งทั้ง 3 ที่ สุดท้ายไปสอบที่โรงเรียนเอกบูรพาก่อน

พี่ยู : ที่นั่นเป็นโรงเรียนสองภาษาเลย เป็นเบอร์ต้นๆ ของมีนบุรี แต่ตอนนั้นเค้าบอกต้องต่อคิว ใจเราไม่เอาละ ต้องแย่งกันสอบ ก็เลยไม่ไป เพราะเรารู้สึกว่าทำไมต้องเครียด ทำไมต้องแย่งกัน

พี่น้ำ : แต๊ (เสียงสูง) ดวงมันจะเสียเงิน เพื่อนโทรมาบอกว่ายังว่างอยู่ ก็เลยพาน้องไปทดสอบ สุดท้ายผ่าน

เลือกเรียนที่นี่เลยมั้ย

พี่น้ำ : บังเอิ๊ญ (เสียงสูง) ที่เอกบูรพารับอนุบาล 1 แต่น้องอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ แล้วโรงเรียนโชคชัยหทัยราษฎร์มาเปิดพอดี เราเข้าไปดูแล้วชอบ โรงเรียนสวย ทุกอย่างดูดี เลยลองดูอีกที่นึง กะว่าให้เรียนเตรียมอนุบาลที่นี่ไปก่อน แล้วเดี๋ยวพออนุบาลค่อยเข้าที่เอกบูรพาก็ได้ สุดท้ายส่งลูกเรียนเตรียมอนุบาลที่โชคชัยก่อน

มีการสอนลูกเรื่องภาษาอังกฤษยังไง

พี่น้ำ : เราสอนตั้งแต่เกิดเลย สอนเป็นคำก่อน Dog Cat เรียกสิ่งรอบตัว แล้วเราไม่ได้จบเมืองนอก ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำ เลยคิดว่า EP น่าจะตอบโจทย์

เล่าบรรยากาศตอนส่งน้องเข้าโรงเรียนครั้งแรกนิดนึง ร้องไห้มั้ย

พี่น้ำ : ด้วยความที่เค้าเป็นเด็กเข้ากับคนง่าย ไม่คิดว่าจะร้องด้วยนะ แต่ก็ร้อง

พี่ยู : ร้องไม่กลับ ไม่อยากกลับบ้าน จนคนเค้าคิดกันว่าบ้านนี้เลี้ยงลูกแบบทารุณรึเปล่า (ขำ)

แล้ววางแผนเรื่องโรงเรียนอนุบาลไว้ยังไงต่อ

พี่ยู : เรียนเตรียมอนุบาลไปสักพักนึง ก็ถึงรอบต้องจ่ายเงินค่าเรียนอนุบาล ที่โชคชัยมีคนมาสมัครร้อยกว่าคน รับได้ 60 คน สุดท้ายได้ ก็จ่ายค่าเทอมไป เราก็รู้สึกดีใจที่ลูกมีที่เรียนแล้ว

ที่โชคชัยเรียนเป็น EP มีการเรียนการสอนยังไงบ้าง

พี่น้ำ : ต้องบอกว่าที่โชคชัย เตรียมอนุบาลยังสอนเป็นภาษาไทยอยู่ แต่มีเรียนวันเสาร์ จะเป็นครูที่เป็น Native มาสอน เต้นเพลงภาษาอังกฤษ เหมือนตอนเรียนบรอมส์โกรฟ ดูแล้ว Teacher ที่นี่เค้ารักเด็ก รักลูกเรา เลยกลายเป็นว่ามาจ่ายค่าเทอม 2 ที่เลย

เท่ากับว่าจ่ายไปทั้ง 2 ที่เลยทั้งที่เอกบูรพาแล้วก็โชคชัย ตอนนี้จ่ายไปเท่าไหร่บ้างแล้ว

พี่ยู : ถ้าที่เอกบูรพาก็ประมาณ 20,000 บาท ที่โชคชัย 40,000 บาท เราก็ฟันธงละว่าจะเอาที่โชคชัย ดั๊น (เสียงสูง) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงมาเปิดรับอนุบาลพอดี ก็เลยไปสมัครก่อน

Part III บรรยากาศในการสมัครและสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ขั้นตอนการสมัครเป็นยังไงบ้าง

พี่ยู : วันที่ไปสมัครก็มีรับบัตรคิวเพื่อขึ้นไปยื่นใบสมัคร ค่าสมัครก็เกือบพัน แล้วคนเยอะมาก รับแค่ผู้ชาย 20 คน ผู้หญิง 20 คน

มีวิธีเตรียมตัวในการพาลูกสอบเข้าสาธิตยังไงบ้าง

พี่น้ำ : เรายังมีถามกันก่อนไปนะ ว่าเค้ามีสถาบันติวสอบเข้าสาธิตนู่นนี่นั่น แต่อันนั้นเป็นของฝั่งประถม เราก็มองว่ามันน่าจะยาก คนมาสมัครเยอะขึ้น ข้อสอบยากขึ้น แต่อันนี้เป็นอนุบาล แค่สอบสัมภาษณ์เฉยๆ เค้าดูที่ตัวเด็กมากกว่า ถ้าได้ก็น่าจะมีสิทธิ์เรียนได้ยาวไปเลย

เล่าบรรยากาศ ณ วันสัมภาษณ์

พี่น้ำ : พอโดนเรียกคิว ก็เตี๊ยมกับลูกว่า “มินนา ข้างบนมี Kids Club นะ ถ้า Teacher ถามอะไร ต้องตอบนะ ตอบดังๆ นะ เดี๋ยว Teacher จะพาไปเล่นของเล่น”

พี่ยู : ตอนจะขึ้นไปเห็นลูกคนอื่น มินนาตัวสูงเท่าไหล่เค้าเอง  ลูกเราเพิ่ง 2 ขวบ 10 เดือน คนอื่น 3 ขวบกว่า 3 ขวบครึ่ง ถามอะไรตอบได้แล้ว พูดเป็นประโยคได้แล้ว ลูกเราถามชื่อยังไม่ตอบเลย เรียงประโยคสลับด้วย

พี่น้ำ : พอเข้ามาในห้องสัมภาษณ์ก็เข้าไป 3 คนเลยค่ะ เค้าสัมภาษณ์พ่อแม่ด้วย ครูถามลูกว่า

“พ่อชื่ออะไรคะ” ไม่ตอบ แล้วมุดๆๆ เพราะเป็นเด็กไม่นิ่งอยู่แล้ว เราเลยต้องบอก “มินนาครูถามชื่ออะไร” “พ่อชื่อยู” (เสียงเบาๆ) แล้วครูก็ถามชื่อนามสกุลจริงเค้า อันนี้เป็นสิ่งเดียวที่เตี๊ยมไป อะอันนี้ลูกเราตอบ แต่ยังตอบเสียงเบาๆ อยู่ คำถามถัดไป ถามว่า “แม่ชื่ออะไร” “ญาญ่า!!!!” ตอบเสียงดังมาก ครูก็ขำกันหมดเลย คงคิดประมาณว่า นี่หรอญาญ่า (ขำ)

มีบอกน้องว่าอะไร ทำไมน้องถึงตอบชื่อนี้ออกมา

พี่น้ำ : เวลาอยู่บ้านเราจะตลกอยู่แล้ว เราก็ชอบไปถามลูกว่า “มินนา แม่เหมือนญาญามั้ย” ลูกก็ตอบว่าเหมือน เลยบอกลูกว่า “ใครถามก็ให้บอกว่าแม่ขื่อญาญ่านะลูก” แต่เราไม่คิดว่าว่าวันนึงมันจะได้ใช้อะ (ขำ)

พี่น้ำ : คำถามต่อไป ครูถามว่า “อยากเรียนที่นี่มั้ย” ลูกเราก็เงียบ

พี่ยู : เพราะเราไม่ได้เตี๊ยมมา บางคนเค้าเตี๊ยมมาให้ลูกตอบว่าอยากเรียนครับ เพราะชอบสนามฟุตบอลที่นี่ ตอบได้เป็นเรื่องเป็นราว

พี่น้ำ : ส่วนลูกเราหรอ ถามว่าอยากเรียนที่นี่มั้ย ไปทำท่าแลบลิ้นใส่ครู แล้วก็เปิดกระโปรงใส่อีก (ขำ) เราก็ไปจับขาลูก “มินนา นั่งเรียบร้อยลูกๆ นั่งดีๆ เอากระโปรงลง” เสร็จแล้วครูก็เชิญน้องไปเล่นที่ฐานวัดความรู้ข้างหลัง แล้วสัมภาษณ์พ่อแม่ต่อ

พี่น้ำ : คำถามที่พ่อแม่โดนสัมภาษณ์ ถามคุณแม่ก่อนว่า “ทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน”

พี่ยู : แล้วครูก็หันมาถามคุณพ่อว่า “ปกติน้องอยู่บ้านร่าเริงแบบนี้มั้ย” หันมาถามเจาะจงคุณพ่อเลย ก็เลยตอบไปว่า

“ร่าเริงครับ ร่าเริงแบบนี้ ซนแต่ไม่ดื้อ” ถามคุณพ่อต่อ “น้องกรีีดมั้ย” ซึ่งเราตอบไปแบบไม่ต้องปรุงแต่งเลย “กรี๊ดครับ แต่ไม่ได้กรี๊ดด้วยอารมณ์ ไม่ได้สิ่งที่ต้องการแล้วกรี๊ด อันนี้ไม่มี”

พี่ยู : ตอนนั้นก็คิดขึ้นมาว่าทำไมท่านถึงเจาะจงถามพ่อ น่าจะเพราะเค้าต้องการประเมินว่า พ่อได้เลี้ยงลูกรึเปล่า รู้จักลูกตัวเองดีแค่ไหน ซึ่งก็ตอบโจทย์เรา เพราะเราเลี้ยงเอง หิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด

พี่น้ำ : แล้วก็หันมาถามแม่ต่อว่า

“น้องช่วยเหลือตัวเองได้มั้ย” ตอบไปว่า “ทั่วไปค่ะ บอกฉี่ บอกอึได้” แล้วผอ.ท่านก็ถามมาว่า “ล้างก้นเองได้มั้ย” ซึ่งเท่าที่คุยกับผู้ปกครองท่านอื่นมาก็โดนคำถามนี้กันเยอะ ตอบเลย “อ๋อ ไม่ได้ค่ะ” ครูบอกว่า “ถ้ามาเรียนที่นี่ ต้องทำได้นะ ไม่มีคนล้างให้นะ” แล้วก็เชิญผู้ปกครองออก แต่น้องยังอยู่ ซักพักก็ออกมา

Part IV สรุปสุดท้ายหลังจากได้ส่งลูกเรียนตามที่คุณพ่อคุณแม่เลือกไว้

ทำไมถึงส่งลูกเรียน EP

พี่น้ำ : เรามองว่าลูกยังได้ภาษาไทย ยังได้สอบข้อสอบของไทย เด็กสองภาษาจะได้เปรียบตรงที่ว่า ยังไปเรียนภาคภาษาไทยได้ ถ้าจะลดค่าใช้จ่ายในอนาคต ไปทั้งสองอย่างมันกลางๆ ดี อนาคตเราอาจจะรวยมาก ส่งลูกเรียนอินเตอร์ ไปเมืองนอกได้ เค้าจะเรียนโรงเรียนไทย 100% ก็ได้ เรียนอังกฤษ 100% มันยืดหยุ่นดี

มีความคาดหวังยังไงกับโรงเรียนสาธิต

พี่น้ำ : ที่เลือกสาธิตเพราะได้ยินมาว่าช่วงระดับอนุบาลถึงประถมต้นๆ จะยังไม่เคร่งวิชาการมากนัก เน้นให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง รู้จักคิด ฝึกระเบียบวินัยมากกว่า ซึ่งตอบโจทย์บ้านพี่มาก เพราะพี่ไม่เน้นวิชาการ แล้วก็อยากให้ทางโรงเรียนช่วยหาว่าลูกเราถนัดอะไร

วางแผนค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาของลูกยังไงบ้าง

พี่ยู : เราเลี้ยงลูกตามสถานการณ์ เพราะงั้นค่าใช้จ่ายเราจะลงเหมือน Marketing Plan เลย โยก Budget ตามสถานการณ์ อย่างเรื่องค่าเทอมจากโชคชัยมาสาธิต เพิ่มขึ้นเท่าตัว ก็เลยคุยกันแล้วว่า จะลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนออก จากไปต่างประเทศ 3 รอบ ก็ลดเหลือไปรอบเดียว จะจัดการงบไว้ตั้งแต่ต้นปี ให้เพียงพอต่อการจ่ายในแต่ละปีไปก่อน ตอนนี้ก็ตั้งใจจะเก็บค่าเทอมล่วงหน้าให้ได้อย่างน้อย 5-6 ปี เก็บทุกเดือน กันเงินออกมาก่อน เป็นค่าเทอมให้ลูก

ก่อนจะจากกันไป ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นสักหน่อย

พี่ยู : บ้านเราเลี้ยงลูกแบบไม่ได้วางแผนเป็นจริงเป็นจัง เพราะมีลูกแล้ว เราควรมีความสุข มากกว่ามีแล้วเครียด มากกว่าการไปยึดติดกับแผนมากเกินไป จนเราไม่มีความสุข ถ้าเรามีความยืดหยุ่นในการเลี้ยงเค้า เราก็มีความสุข และเค้าก็จะมีความสุขด้วย (ยิ้ม)

จากบทสัมภาษณ์จะเห็นว่าพี่ยูและพี่น้ำ ได้มีศึกษาข้อมูลมาพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังมีการจ่ายค่าเทอมลูกไปถึง 2 โรงเรียน ซึ่งตรงนี้พี่ยูพี่น้ำได้แนะนำมาว่า ถ้าเป็นเราคิดเยอะ เลือกเยอะแบบบ้านเค้า ก็ควรที่จะวางแผนเตรียมค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มไว้ก่อนเลย แม้ว่าส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น น่าจะฟันมาแค่โรงเรียนเดียวอยู่แล้ว แต่ถ้ามีเผื่อไว้ในกรณีแบบนี้ก็จะดีกว่า

พี่ยูพี่น้ำได้วางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว แล้วคุณล่ะ… วางแผนการศึกษาให้ลูกหรือยัง?

หากสนใจ วางแผนการศึกษาลูกแบบครบจบในที่เดียว เราขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับ KID'S WEALTH PATH

KID'S WEALTH PATH คือ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก FINNOMENA ที่จะช่วยตอบโจทย์การวางแผนการศึกษาให้ลูก เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาและมองหาโรงเรียนให้เจ้าตัวน้อย "เพราะความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก" ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษนี้ก่อนใครได้ที่ https://www.finnomena.com/kidswealthpath/ หรือคลิกที่แบนเนอร์ข้างล่างได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...