โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อมูลจากยานวอยเอเจอร์ เผยความลับของโครงสร้างระบบสุริยะ

Khaosod

อัพเดต 08 พ.ย. 2562 เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 04.40 น.

ข้อมูลจากยานวอยเอเจอร์ เผยความลับของโครงสร้างระบบสุริยะ – BBCไทย

งานวิจัย 5 ชิ้นซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ฉบับล่าสุด เผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ยานสำรวจวอยเอเจอร์ 1 และ 2 ส่งกลับมายังโลก ขณะที่เดินทางพ้นขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะ (Heliosphere) เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นการก้าวข้ามเส้นขอบเขตชั้นแรกในระบบดาวเคราะห์ของเราที่มีดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ศูนย์กลาง

การเดินทางที่ยาวนานถึง 42 ปี ได้เผยถึงรายละเอียดตรงบริเวณ “สุดขอบรั้ว” ของระบบสุริยะ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจะคาดการณ์ถึงรูปร่างของขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะ ซึ่งเป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกไปจากดวงอาทิตย์ และมีสภาพคล้ายฟองห่อหุ้มระบบสุริยะอยู่ได้

ผลการตรวจวัดความหนาแน่นของพลาสมา ซึ่งเป็นกลุ่มก๊าซและอนุภาคมีประจุที่พบได้ทั่วไปในห้วงอวกาศ ยืนยันว่ายานวอยเอเจอร์ทั้งสองลำได้ออกพ้นขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะ และเข้าสู่ห้วงอวกาศในพื้นที่ที่เรียกว่า “ตัวกลางระหว่างดวงดาว” (Interstellar medium) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยพลาสมาที่ยานวอยเอเจอร์ 2 ตรวจวัดได้เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2018 มีความหนาแน่นสูงขึ้นอย่างฉับพลันหลายเท่าและมีอุณหภูมิต่ำกว่าที่พบในระบบสุริยะมาก

ศาสตราจารย์ ดอน เกอร์เนตต์ หนึ่งในทีมผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาของสหรัฐฯ บอกว่า “ข้อมูลนี้ชี้ว่าแนวสิ้นสุดอิทธิพลลมสุริยะหรือเฮลิโอพอส (Heliopause) เป็นเส้นแบ่งสภาพแวดล้อมสองฝั่งในห้วงอวกาศที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว”

ข้อมูลยังเผยว่า ขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะหรือเฮลิโอสเฟียร์มีรูปร่างคล้ายดาวหางหรือกระสุนปืนที่ส่วนหัวกลมมนและสมมาตร เนื่องจากจุดที่ยานทั้งสองลำเดินทางถึงเส้นขอบเขตดังกล่าว มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์เกือบจะเท่ากัน

ส่วน “เฮลิโอชีต” (Heliosheath) แถบหนาที่ลมสุริยะสะสมตัวตรงริมขอบของระบบนั้น มีความหนาไม่สม่ำเสมอกันในทุกตำแหน่ง โดยทราบได้จากการที่ยานวอยเอเจอร์ 1 ใช้เวลาเดินทางผ่านแถบดังกล่าวนานกว่า

ปัจจุบันยานวอยเอเจอร์ทั้งสองลำอยู่ห่างจากโลกราว 18,000 ล้านกิโลเมตร โดยยานวอยเอเจอร์ 1 เดินทางไปถึงแนวสิ้นสุดอิทธิพลลมสุริยะก่อนในปี 2012 ในขณะที่วอยเอเจอร์ 2 ไปถึงเส้นแนวดังกล่าวในอีกตำแหน่งหนึ่ง 6 ปีหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจกล่าวได้ว่ายานวอยเอเจอร์ทั้งสองลำได้เดินทางออกพ้นขอบเขตของระบบสุริยะแล้วโดยสิ้นเชิง เนื่องจากยังไปไม่ถึงกลุ่มเมฆออร์ต (Oort cloud) ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุอวกาศและดาวหางจำนวนมากที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์ ทำให้ในทางเทคนิคแล้วนักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยถือว่ากลุ่มเมฆนี้เป็นเส้นขอบเขตที่แท้จริงของระบบสุริยะ

แม้ยานวอยเอเจอร์ 1 และ 2 จะมีอายุการใช้งานนานมากแล้ว แต่อุปกรณ์สำรวจต่าง ๆ หลายชิ้นยังคงใช้งานได้ดีอยู่ โดยยานทั้งสองลำจะทำหน้าที่สำรวจห้วงอวกาศระหว่างดวงดาวนี้ต่อไป จนกว่าแหล่งพลังงานพลูโตเนียมที่ผลิตไฟฟ้าขับเคลื่อนยานจะหมดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...