โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กล้วยหอมทอง"ปทุม"ชูสินค้าGI ส่งออกจีน-ญี่ปุ่นยอดพุ่ง500ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 27 พ.ย. 2561 เวลา 12.22 น.
กล้วยหอมทอง GI - จังหวัดปทุมธานีถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่การปลูกกล้วยหอมทองมากที่สุดในประเทศเกือบ 20,000 ไร่ และได้ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ด้วย

ปทุมธานีครองแชมป์ผลผลิต “กล้วยหอมทอง” ขึ้นทะเบียน GI ส่งออก ทำรายได้ปีละกว่า 500 ล้านบาท พร้อมผนึก ม.ธรรมศาสตร์ ดึงนวัตกรรมแปรรูปเพิ่มมูลค่า หวั่นอสังหาฯรุกคืบ ส่งผลพื้นที่ปลูกลดปีละ 5-10%

นายสมเดช คงกะพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ ข้าว ผัก และไฮไลต์ คือ กล้วยหอมทอง ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกเกือบ 20,000 ไร่ โดยขึ้นทะเบียนเกษตรกรประมาณ 12,500 ไร่ กระจายในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของปทุมธานี 4 อำเภอ ได้แก่ หนองเสือ ธัญบุรี ลำลูกกา และคลองหลวง มีเกษตรกร 1,500 ราย สร้างรายได้เฉลี่ยปีละ 300-500 ล้านบาท

โดยจุดเด่นอยู่ที่การปลูกแบบร่องสวน และไม่ใช้สารเคมี ทำให้ผลผลิตได้คุณภาพ รูปทรงดี ผิวและสีสวย มีความคงทนในการขนส่ง และควบคุมการผลิตได้ ถือเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ทั้งปริมาณ คุณภาพ และพื้นที่ปลูก ด้านการตลาดส่งจำหน่ายตลาดค้าส่งผักผลไม้ ได้แก่ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไอยรา โดยผลผลิตเฉลี่ยปีละ 30,000 ตัน แบ่งเป็นตลาดภายในปทุมธานีและปริมณฑล 20% กระจายไปจังหวัดอื่น ๆ และห้างสรรพสินค้า 60% บางส่วนมีการเซ็นสัญญากับเกษตรกรถึงในแปลง รวมถึงส่งออกต่างประเทศ 20% ปัจจุบันผลผลิต

ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทั้งนี้การปลูกจะใช้เวลา 8 เดือน และผลผลิตออกมากสุดช่วงเทศกาลตรุษจีน ราคาหน้าสวน 12-15 บาท/กิโลกรัม (กก.) ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 5 บาท/กก. สวนทางกับราคาขายปลีกจะคิดเป็นผล

ขณะที่ปี 2562 มีการจัดทำโครงการแปลงใหญ่ โดยรวบรวมผู้ปลูกจากกลุ่มกล้วยหอมตามธรรมชาติเดิม ขณะนี้รวบรวมได้ประมาณ 2,000-3,000 ไร่ เกษตรกรกว่า 100 ราย ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต คุณภาพ และมุ่งเน้นใช้หลักการตลาดนำการผลิต โดยเริ่มนำร่องที่อำเภอหนองเสือ อนาคตอาจขยายให้มีแปลงใหญ่ทุกอำเภอ รวมถึงการผลักดันให้ได้มาตรฐาน GAP

ส่งผลให้จังหวัดในภาคกลางเข้ามาซื้อหน่อกล้วยที่ปทุมธานีเพื่อนำไปปลูกต่อมากขึ้น โดยราคาอยู่ที่เหง้าละ 10-15 บาท/หน่อ อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ได้ขึ้นทะเบียนกล้วยหอมปทุมธานีเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แล้ว ดังนั้นจึงมุ่งเน้นให้มีผลผลิตต่อต้นมากขึ้น จากเดิม 5 หวี/ต้น ให้เพิ่มขึ้นเป็น 6-7 หวี/ต้น

ขณะเดียวกันจังหวัดได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำวิจัยการพัฒนากล้วยหอมทองมาเป็นระยะเวลากว่า 2-3 ปีแล้ว ทั้งหมด 8 ด้าน เช่น ระบบการให้น้ำ ระบบการแปรรูป ระบบการควบคุมการขนส่งเพื่อยกระดับไม่ให้ขั้วกล้วยหอมเน่า ซึ่งจะช่วยยืดอายุกล้วยหอมได้มากกว่าปกติประมาณ 10 เท่า โดยอยู่ได้นานถึง 1-2 เดือน จากปกติอยู่ได้เพียง 1 สัปดาห์หลังจากผลสุก รวมถึงการวิจัยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เจลทาหน้า ไอศกรีม กล้วยหอมอัดเม็ด สกัดเป็นน้ำหวานเพื่อใช้ประกอบการทำขนม เป็นต้น ปัจจุบันได้วิจัยเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการแนะนำสู่เกษตรกรในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แปลงใหญ่

“ปัจจุบันการขยายตัวด้านอสังหาริมทรัพย์ส่งผลกระทบให้พื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองลดลงปีละกว่า 5-10% แต่มองว่าอนาคตเมื่อมีทั้งมาตรฐาน GI แล้ว จะช่วยประกันคุณภาพ ประกอบกับเกษตรกรรุ่นใหม่เริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการผลิต ระบบการแปรรูป การขนส่ง จะช่วยรักษาผลผลิตได้นานมากขึ้น จะช่วยเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้นด้วย” นายสมเดชกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...