โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมืองทางใต้ของอินเดียพบผู้ติดโควิด-19 ซ้ำรายแรก

สวพ.FM91

อัพเดต 07 ก.ย 2563 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2563 เวลา 11.42 น.

มุมไบ, 7 ก.ย. สำนักข่าวซินหัว รายงาน — เมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) เมืองเบงกาลูรูทางตอนใต้ของอินเดียรายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ซ้ำเป็นรายแรก โดยเป็นหญิงวัย 27 ปีที่หายดีและได้รับการปล่อยตัวในเดือนกรกฎาคม ทว่ากลับมามีผลยืนยันว่าติดเชื้ออีกครั้งโดยโรงพยาบาลเอกชนท้องถิ่น
“โดยปกติ เราจะตรวจพบการทดสอบแอนติบอดีโควิด อิมมูโนโกลบูลิน จี (IgG) ว่ามีผลเป็นบวกในตัวผู้ติดเชื้อ หลังจากติดเชื้อได้ 2-3 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เรากลับพบว่าผู้ป่วยรายนี้มีผลทดสอบแอนติบอดีเป็นลบ ซึ่งหมายความว่าเธอไม่ได้พัฒนาภูมิคุ้มกันหลังการติดเชื้อ” ดร. แพรตทิก พาทิล ที่ปรึกษาด้านโรคติดเชื้อของโรงพยาบาลฟอร์ทิส ซึ่งเป็นเครือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในอินเดียกล่าว
การกลับมาติดเชื้ออีกครั้งเกิดขึ้นในช่วงที่เบงกาลูรู อันเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดีย มีรายงานผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ 41,453 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 2,128 ราย
ดร. พาทิล ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้อื่น นั่นคือแอนติบอดี IgG อาจหายไปในเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เธอติดเชื้อซ้ำ
ผู้ป่วยกรณีเช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าแอนติบอดีได้รับการพัฒนาให้อยู่ได้นานพอ จนทำให้ไวรัสเข้าสู่ร่างกายและกลายเป็นโรคเดิมอีกครั้ง แพทย์กล่าว
ในเดือนกรกฎาคม เดลีพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ซ้ำ 1 ราย และกรณีเดียวกันนี้อีกจำนวนหนึ่งในรัฐเบงกอลตะวันตก ทางตะวันออกของอินเดีย
อนึ่ง อินเดียครองอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา ในแง่ของประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ยังรักษาตัวอยู่สูงสุด โดยทำสถิติที่ 882,542 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมที่ 71,642 ราย
(ขอบคุณแฟ้มภาพจากสำนักข่าวซินหัว : เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอินเดียเก็บตัวอย่างจากเจ้าของร้านค้าและคนงานในตลาดเคอาร์เพื่อนำมาตรวจโรคโควิด-19 ซึ่งกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังปิดไป 5 เดือนเนื่องจากการระบาดขอโรคดังกล่าว ในเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย วันที่ 1 ก.ย. 2020)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...