โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'มาลัยเสี่ยงรัก' สัญลักษณ์ความเหงาและเพศวิถีแบบแอนะล็อก

The MATTER

อัพเดต 24 เม.ย. 2561 เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2561 เวลา 04.04 น. • seX-ray

นับวันโลกดิจิทัลค่อยๆ ทำให้วัฒนธรรมการอ่านจากกระดาษแทบจะกลายเป็นความไม่สะดวกสบาย เทอะทะ สิ้นเปลือง อ่านจากมือถือง่ายกว่าเป็นไหนๆ ข่าวออนไลน์ไม่เพียงเข้าถึงง่ายกว่าไวกว่า ผู้อ่านยังสามารถสื่อสารแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลได้อีกต่างหาก เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของข่าวสารนั้นๆ ไม่ต้องร่อนจดหมายไปถึงสำนักข่าว จนยอดขายหนังสือพิมพ์ กำไร เงินโฆษณาก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ย้อนไปสมัยที่หลายคนยังพึ่งพิงหนังสือพิมพ์ในฐานะพื้นที่สาธารณะ แต่สามารถนำเรื่องส่วนตัวมาเผยแพร่ได้เช่นเรื่องชาวบ้านร้านตลาด ชาวบ้านชาวช่อง ความระทมทุกข์อัดอันตันใจ ความรู้สึก มันจึงมีคอลัมน์ร้องทุกข์ของประชาชนต่อรัฐบาลหน่วยงานราชการที่เกิดจากการกระจายสาธารณูปโภคไม่ทั่วถึง การเอารัดเอาเปรียบของนายจ้าง ปัญหาครอบครัวที่ไม่รู้จะหันไประบายให้ใครฟัง รวมไปถึงความเหงาใจไร้คู่ตุนาหงัน อยากมีคนรัก

ด้วยเหตุนี้จึงมีคอลัมน์ 'หาคู่ชู้ชื่น' ในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่คอลัมนิสต์ นิวัติ กองเพียร ได้ใช้รหัสในคอลัมน์คือ 'มาลี' กับ 'แมลง' ความหมายคือ มาลี คือฝ่ายรับหรือคนที่ส่งเรื่องมาลงเพราะอยากมีคู่ ขณะที่แมลงคือฝ่ายรุกหรือผู้ที่ส่งจดหมายติดต่อหามาลี ซึ่งทั้งหมดจะผ่านนิวัติ กองเพียรในการคัดกรองอย่างเข้มงวดและอยู่ภายใต้กติกา ด้วยความต้องการให้เห็นว่าการมีคู่ผ่านคอลัมน์เป็นเรื่องยาก ต้องใช้ความพยายาม ดังนั้นไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถเป็นทั้งแมลงและมาลีได้

เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่เริ่มมีคอลัมน์ 'มาลัยเสี่ยงรัก' ตั้งแต่ปี 2516 ตามนโยบายของ สมิต มนัสฤดี บรรณาธิการ ผู้ต้องการเปิดพื้นที่ประกาศหาคู่และเพื่อน โดยมี 'ลุงหนวด' หรือ เทพชู ทับทอง เป็นคอลัมนิสต์ประจำ พร้อมผู้ช่วย 2 คนช่วยกันคัดเฟ้นจดหมายนำมาประกาศโฆษณา และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางส่งจดหมายให้ผู้ที่สนใจบุคคลในคอลัมน์ เนื่องจากว่าประกาศในคอลัมน์ไม่เปิดเผยชื่อจริงและที่อยู่ มันจึงเป็นงานหนักสำหรับคอลัมนิสต์เพราะสัปดาห์นึงลงเนื้อหาจดหมายได้แค่ 16 ฉบับ แต่มีจดหมายส่งมาเฉลี่ยวันละมากกว่า 100 ฉบับ[1]

คอลัมน์หาคู่จึงถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติพื้นที่สาธารณะ เปิดพื้นที่และสร้างอำนาจให้กับเพศใดก็ได้ในการเปิดเผยและแสดงออกตัวตน ความต้องการส่วนตัว ไปจนถึงรสนิยมทางเพศในการมีคู่ครอง ในยุคที่ผู้หญิงเริ่มมีเสรีภาพมากขึ้นไม่ต้องการถูกคลุมถุงชน มีการศึกษามากขึ้น มีหน้าที่การงานสถานภาพมั่นคงและอำนาจในการตัดสินใจ แทนความต้องการของพ่อแม่ที่จะเลือกคู่ครองให้ลูกอย่างแต่ก่อน แต่บางครั้งมันก็ยังหาแฟนไม่ได้ เพราะไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาเงื่อนไขบางประการของตัวเอง

ลุงหนวดเองก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า แม้มันยังขัดต่อค่านิยมไทยในยุคนั้น แต่ก็ถือว่าในเป็นพื้นที่เพื่อให้คนที่ไม่สามารถหาคู่ได้ ได้มีโอกาสพื้นที่ในการหาคู่ เช่นคนขี้อาย เป็นหม้าย ผู้ชายที่ไม่กล้าจีบผู้หญิง ซึ่งผู้ที่ส่งจดหมายมามีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี[2]

เมื่อแรกมี 'มาลัยเสี่ยงรัก' ก็ถูกนักสังคมสงเคราะห์บางคนออกประณามว่าทำลายจารีตประเพณีวัฒนธรรมที่ดีของชาติ ที่ผู้หญิงร้องแรกแหกกระเชอให้หนังสือพิมพ์ช่วยประกาศหาผัว ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เลว

จนสันติ เศวตวิมล ต้องออกโรงอธิบายเป็นบทความลง นสพ.เดียวกันว่า ในบริบทสังคมขณะนั้น แม่สื่อแม่ชักลดบทบาทน้อยลงเรื่อยๆ คอลัมน์ประเภทนี้จึงเข้ามาทำหน้าที่นี้แทนหนังสือพิมพ์จึงไม่ได้เพียงเป็นสื่อกลางช่วยหา 'คู่ชีวิต' ที่หายากและขาดแคลนในสังคมไทย ยังเป็นการที่ช่วยเติมเต็มผู้ชายผู้หญิงที่ความว้าเหว่ ผิดหวังในชีวิตรักมาแล้วอยากสมหวัง ผู้ที่ใฝ่ฝันชีวิตให้เหมือนในเทพนิยายที่ตัวละครเอกสมหวังในรัก ไปจนถึงคนยากจน ติดหนี้สิน ต้องการผู้อุปการะช่วยใช้หนี้แล้วยินดีเป็นคู่ชีวิตใช้หนี้ จากการได้อ่านจดหมายหลายฉบับเขาพบว่าแต่ละคนต่างเผชิญและสะสมปัญหาชีวิตเพียงแต่ไม่มีพื้นที่หรือใครที่ได้ระบายอย่างรู้สึกปลอดภัยนอกเหนือจากผู้ที่ชอบความสนุกอยากทดลองจึงส่งจดหมายมาลงประกาศหาคู่รัก บางคนต้องการหาแม่ให้ลูกเนื่องจากเลิกกับเมีย บางฉบับเขียนยาวหลายหน้า เนื่องจากเป็นการได้ระบายความในใจที่อัดอั้นไว้นาน ไม่กล้าพูดกับใคร การเขียนจดหมายประกาศหาคู่จึงเป็นการรักษาบำบัดความทุกข์ได้อย่างหนึ่ง[3]

มาลัยเสี่ยงรักพัฒนามาจาก คอลัมน์ 'ดับทุกข์ บำรุงสุข' ซึ่ง 'ลุงหนวด' เป็นคอลัมนิสต์เช่นกัน ทำหน้าที่เป็นเวทีให้ประชาชนเขียนจดหมายมาสะท้อนปัญหา เรียกร้องขอความช่วยเหลือหรือร้องเรียนสิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชน ด้วยสโลแกน “รับแจ้งเรื่องทุกข์ร้อนเพื่อไปจี้ไขผู้ใหญ่” สัปดาห์ละ 2 ประเด็น[4]กระทั่งฉบับวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2516 เริ่มมีการนำเสนอผู้แสวงหาความรักคู่ชีวิตในฐานะความทุกข์ร้อนที่ต้องบำบัดแก้ไข เช่นม่ายสาวที่ใช้ชื่อ 'อัมพรหาคู่' ประกาศหาผู้อุปการะ เธอมีอายุเพียง 20 เท่านั้น และกำลังเป็นสาวเต็มตัว แต่เตี่ยกำลังจะถูกเจ้าหนี้ยึดร้านและที่ดิน ไม่มีเงินใช้หนี้จึงขอความเมตตารับอุปการะเธอไม่ว่าจะเป็นเมียน้อยหรือเมียหลวงก็ยอม[5]และพ่อค้าหม้ายที่ต้องการคู่ชีวิตเคยแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง และมีทั้งลูกผู้หญิงและผู้ชาย แต่ก็ผิดหวังทั้ง 2 ครั้ง โดยฝ่ายแม่บ้านเป็นผู้กระทำเองตนเองไม่ดื่มสุรา ไม่เล่นการพนันและไม่มีความประพฤติเสียหายในทางชู้สาว อยากได้คู่ชีวิตมาเป็นหูเป็นตาค้าขายอยู่ที่ร้าน[6]

ต่อมาในหนังสือพิมพ์วันที่ 4 มีนาคม 2516 คอลัมน์ 'ดับทุกข์ บำรุงสุข' ก็มีประกาศว่า “โปรดทราบ ท่านที่ต้องการจะให้ประกาศหาเพื่อนหรือคู่ครองโปรดส่งรูปถ่าย ของท่านมาด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นจะไม่ลงให้” และในคอลัมน์ก็ลงจดหมายประกาศหาความสัมพันธ์ ทั้ง 3 ฉบับมีทั้งจดหมายของผู้หญิงประกาศหาเพื่อนเพศเดียวกัน เนื่องจากเข็ดขยาดเพราะแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ละครั้งผู้ชายมีเมียใหม่, ผู้ที่ไม่ประสงค์ออกนามจากสหรัฐอเมริกา ต้องการเพื่อนสาวที่เป็นพยาบาล ที่ประสงค์เรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาและจดหมายแม่ม่ายเจ้าของโรงเรียนที่ต้องการรักแท้และเป็นคู่ทุกข์คู่สุขและที่ปรึกษา[7]

กระทั่งในฉบับวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2516 คอลัมน์ 'มาลัยเสี่ยงรัก' ก็ถือกำเนิดบนบรรณพิภพ ภายใต้สโลแกน “คอลัมน์สื่อสวาทสัมภาษณ์ผ่าน 'ลุงหนวด' ” ซึ่งประเดิมประกาศให้หลายคนเลย

เช่น ผิดหวังในชีวิตสมรสมาแล้ว จะตั้งตนชีวิตใหม่ หนุ่มใหญ่วัย 42 ปี อาชีพรับราชการในตำแหน่งหัวหน้างานระดับอำเภอในภาคกลาง เคยผ่านชีวิตสมรสมาแล้ว แต่ต้องผิดหวัง ทั้งๆ ที่เขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเธอ แต่เธอกลับผละหนีไป ทิ้งพันธะหนี้สินให้เขาเป็นผู้ชดใช้แต่ผู้เดียว ฉะนั้นจึงต้องการสุภาพสตรี อายุระหว่าง 20-35 ปี มีความประพฤติดี อุปนิสัยเป็นผู้ใหญ่ รู้จักวางตัว มีความรู้พอควร สามารถเข้าสังคมระดับอำเภอ หรือจังหวัดได้ รูปสมบัติอยู่ในเกณฑ์พอควร และที่สำคัญมีความยินดีช่วยเหลือพันธะข้างต้นให้ด้วย สุภาพสตรีผู้สนใจโปรดติดต่อส่งจดหมาย และรูปถ่ายขนาดโปสการ์ดผ่านลุงหนวด แห่งหนังสือพิมพ์นี้ ทุกอย่างจะเก็บไว้เป็นความลับ[8]

และ

ต้องการผู้นำที่ดี วินี (สตรีม่ายวัย 30เศษ) ประสงค์ จะติดต่อกับท่านที่ยอมรับว่าคน 'ม่าย' ควรอยู่ในวัย 35-40 ปีเศษ เพื่อมาเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต เพื่อชดเชยอดีต ชีวิตปัจจุบันควรอิสระปราศจากภาระหรือข้อผูกพันใดๆ การศึกษาและอาชีพการงานเป็นปัจจัยสำคัญ ควรจะต้องทำงานกันทั้ง 2 ฝ่าย ขณะนี้มีบ้านหลังย่อม โทรศัพท์พร้อมซึ่งเป็นที่พัก รายละเอียดหรือข้อปลีกย่อยคุยกันได้ทางจดหมาย ส่งผ่านคุณลุงหนวดคอลัมน์นี้[9]

และเนื่องจากคอลัมน์นี้มีนำความต้องการของผู้เขียนจดหมายมาลงประกาศอย่างละเอียด จึงเผยให้เห็นรสนิยมความปรารถนาระดับปัจเจกและค่านิยมของสังคมทั้งชาติพันธุ์ เช่นต้องมีเชื้อจีน[10]หรือความรู้ความถนัดด้านวิชาชีพ เช่น

รักกันได้ด้วยยา 'นิรันดร์' หนุ่มขายยาอยากมีคู่ครองที่มีความรู้เรื่องยา สำหรับคุณสมบัติของคู่ครองที่ต้องการ 1. มีลักษณะสูง ขาว อายุระหว่าง 20-23 มีนิสสัยใจเย็น สุขุม 2. มีความรู้ทางภาษาอังกฤษพออ่านใบสั่งแพทย์ได้ 3. เป็นแพทย์หญิงหรือเภสัชกร จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ สนใจติดต่อที่ลุงหนวด คอลัมน์นี้ ทางจดหมาย[11]

หรือ

สมรัก 'น.ส.ด.' สุภาพสตรีสาววัย 26 หน้าตาน่ารัก รูปร่างบอบบาง สูง 150 หนัก 45 ความรู้ปริญญาตรี ประสงค์จะมีคู่ครองที่เป็นสุภาพบุรุษอายุ 28-38 ที่จบปริญญาตรีทางกฎหมายเป็นอย่างต่ำ หรือปัจจุบันทำงานด้านตุลาการ จะต้องเป็นโสด ถ้าม่ายต้องไม่มีพันธะใดๆ ฐานะไม่สำคัญแต่ต้องจริงใจ สนใจให้เขียนจดหมาย ติดต่อส่งผ่านลุงหนวด รับรองไม่ผิดหวัง[12]

บางคนก็ศาสนาความเชื่อเช่น คนรักจะต้องต้องเป็นอิสลาม[13]หรือต้องนับถือศาสนาพุทธ[14]เช่น สาวในฝันของ 'คุณเกียรติ'

ความรักคืองาน คุณ 'เกียรติ' หนุ่มปริญญาการศึกษาต้องการคู่ชีวิตที่จะร่วมลงทุนลงแรงทำงานอะไรสักอย่างหนึ่ง โดยไม่จำกัดว่าสตรีผู้นั้น จะต้องเป็นโสดหรือไม่ แม้แต่อายุก็ไม่สำคัญ แต่ต้องนับถือศาสนาพุทธและสนใจในหลักธรรมพอสมควร สุขภาพดี มีการศึกษาอย่างน้อย ม.ศ. 3และที่สำคัญก็คือ ไม่มีพันธะใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับคุณเกียรติเอง เวลานี้อายุ 35 ปี ยังเป็นโสด สูง 166 ซม. น้ำหนักตัว 60 กก. เป็นคนพูดพอสมควร สุภาพสตรีใด 'สนใจ' ติดต่อทางจดหมายส่งผ่านลุงหนวด คอลัมน์นี้ได้ตั้งแต่บัดนี้[15]

ผู้หญิงบางคนก็ร่อนจดหมายมาลงคอลัมน์ที่แสดงถึงความก๋ากั่นก้าวข้ามค่านิยมทางสังคมบางประการเช่น 'ลาวัลย์' ในปี 2516

ม่ายสาวพราวเสน่ห์ ลาวัลย์ ม่ายลูก 2 กำลังตกยากเพราะค่าครองชีพสูง ประสงค์จะหาคู่อุปการะ เจ้าตัวยินดีแม้แต่จะเป็นเมียเก็บ สนใจติดต่อทางจดหมายถึงลุงหนวดคอลัมน์หนังสือพิมพ์นี้ ด่วน[16]

ผู้ชายก็เช่นกันที่ป่าวประกาศหาผู้หญิงอุปการะ อย่าง 'สุพรรณ' และ 'เสือ' ในปี 2527

ไม่สูบ 'สุพรรณ' หนุ่มวัย 20 สูง 153 หนัก 54 เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ต้องการผู้อุปการะที่เป็นหญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป รับรองจะปฏิบัติตามทุกอย่าง สนใจให้เขียนจดหมายติดต่อส่งผ่านมาที่ลุงหนวด ซึ่งได้ดีเพราะนารีอุปถัมภ์เช่นกัน[17]

และ

หล่อมาก 'เสือ' หนุ่มวัย 22 เคยรับราชการทหารมาก่อน รูปหล่อต้องการแม่ยก อายุไม่เกิน 40 ปี (ต้องเงินถึงเพราะไม่ค่อยมีเงิน) สนใจติดต่อผ่าน ลุงหนวด คนไม่ค่อยมีเงินเช่นกัน[18]

ตลอดสัปดาห์ที่เริ่มมี คอลัมน์ 'มาลัยเสี่ยงรัก' จากการสำรวจจดหมายที่ส่งเข้ามายังกองบรรณาธิการอ้างว่า ผู้หญิงอาชีพครูอาจารย์และผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาส่งจดหมายประกาศหาคู่มากที่สุด ขณะที่ผู้ชายเป็นอาชีพข้าราชการทหารตำรวจ แล้วแต่ละจดหมายที่ส่งเข้ามาส่วนมากเป็นกระดาษราชการ[19]

แม้จะเป็นการแสวงหาคู่ชีวิตที่ก้าวข้ามเงื่อนไขทางสังคมหลายอย่าง ที่ถือว่า progressive ในยุคสมัยนั้นๆ แต่ลักษณะบางประการของคอลัมน์หาคู่นี้ก็คือการหาคู่ครองคนรักแบบ Structuralism หรือโครงสร้างนิยมที่ประกาศโฆษณาหาความสัมพันธ์พร้อมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบร่วม การพึ่งพาอาศัยกันอย่างมีกฎและระเบียบที่ชัดเจนตายตัว เป็นผัวหาบเมียคอนร่วมทุกข์ร่วมสุขมันจึงมักมีการอธิบายสถานภาพทางสังคม หนี้สิน อาชีพ วุฒิการศึกษา ประวัติพอสังเขปไปพร้อมกับแสวงหาความสัมพันธ์

หรืออีกในนัยนึง คอลัมน์โฆษณาหาคู่ด้วยตัวของมันทำหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์ความเหงา ความโหยหา ความรักความใคร่ของผู้คนมาหลายทศวรรษ จากทั่วประเทศหลากหลายวัย เพศ จังหวัด ฐานะทางเศรษฐกิจ ที่บอกเป็นนัยว่ารักเพียวๆ มันกินไม่ได้ หากแต่จะต้องตามมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง อย่างน้อยที่สุดเงื่อนไขของอีกฝ่าย และการแชร์ทรัพยากรร่วมกัน

ตลอดหลายปี 'มาลัยเสี่ยงรัก' เผชิญความเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่เพียงเปลี่ยนคอลัมนิสต์เป็น 'ศิวะรมย์' ก่อนมรณกรรมของเทพชู ทับทองในปี 2546 การโฆษณาหาคู่ที่เริ่มไปประดิษฐานบนเว็บไซต์แทนในยุคดิจิทัล และเมื่อยิ่งมีแอพหาคู่มากมายดารดาษ และ niche มากขึ้น การประกาศโจ่งแจ้งบนหนังสือพิมพ์ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงเรื่อยๆ ไปพร้อมกับวัฒนธรรมการอ่านหนังสือจากกระดาษ มิพักต้องพูดถึงแนวคิดที่การมีคู่ครองเป็นสิ่งไม่จำเป็น 'มาลัยเสี่ยงรัก' จึงไม่เพียงเอาไปแขวนไว้ในเว็บไทยรัฐออนไลน์ ยังลดอัตราคนโสดประกาศหารักเหลือเพียงอาทิตย์ละคนและความดิ้นรนของ 'มาลัยเสี่ยงรัก' อีกเฮือกลมหายใจนึงคือการทำให้เป็นรายการทีวีจับหนุ่มสาวโสดมาทำความ blind date ให้ผู้ชมนั่งดูทางไทยรัฐทีวี ที่มีการสัมภาษณ์คนที่ออกเดทในรายการเพื่อถอดบทเรียนแล้วให้เลือกว่าอยากสานสัมพันธ์กับใครต่อ อารมณ์รายการเรียลลิตี้ Blind Date ตั้งแต่ปี 1999 -2006 หรือรายการ Dismissed ใน MTV ระหว่างปี 2001 – 2005 แต่เพราะด้วยการกระบวนการทางการผลิตและตลาด 'มาลัยเสี่ยงรัก' จึงไม่สามารถนำคนขี้ริ้วขี้เหร่มานำเสนอได้อย่างในหนังสือพิมพ์และมีคาดตาดำเป็นการเซ็นเซอร์เพื่อไม่ให้เก้อเขิน ซึ่งออกอากาศเทปแรกในปี 2557 ก่อนจะยุติในปี 2558 ศิริรวม 41EP

จากการสำรวจสถิติจดหมายในปี 2558 พบว่า สัดส่วนเพศชายหญิงยังคงสูสีเสมอกัน แต่ที่เพิ่มเติมคือความสัมพันธ์รักเพศเดียวกัน คนที่ส่งจดหมายมาโฆษณาหาคู่อายุน้อยกว่า 35 ปี มีสัดส่วนเพียง 17 % ช่วงอายุ 36-49 ปี สัดส่วนอยู่ที่ 44 %ขณะที่อายุมากกว่า 50 ปี มีจำนวน 39 %[20]

และหลังวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2560 ก็ไม่เห็น 'มาลัยเสี่ยงรัก' ในเว็บไซต์อีกเลยหากแต่คอลัมน์ยังคงดำรงอยู่เรื่อยมาในกระดาษหนังสือพิมพ์รับบทบาทเป็นสื่อกลางช่วยประกาศหารักและความหวังให้กับ 'แม่ม่ายไร้เรือพ่วง' พ่อม่ายวัยเกษียณ หรือคนบางคนที่เพิ่งเป็นโสดอีกครั้งในช่วงวัยเกษียณที่ยามว่างชอบท่องเที่ยว ทัศนาจรเปิดหูเปิดตาต่างจังหวัด เข้าวัดทำบุญทำทาน หรือชายรักชายวัย 40 ปลายๆ หาคนฝากผีฝากไข้ ไปจนถึงนักศึกษามหาลัยวัยฉกรรจ์ ถวิลหาหญิงในสเป็คคือเป็นเบญจกัลยาณี ต้องประกอบอาชีพนักเขียนอิสระ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มสุรา รักษาศีลห้า ชอบเข้าวัด ทำบุญ ไม่คิดร้าย (เขาประกาศแบบนั้นในปี 2560 จริงๆ นะ)

คอลัมน์ประเภทนี้บนหนังสือพิมพ์จึงเป็นอีกที่พึ่งพิงหนึ่งและเครื่องยืนยันของการดำรงอยู่ของกลุ่มผู้บริโภคการสื่อสารระบบแอนะล็อก การติดต่อของพวกเขาและเธอยังคงเป็นเบอร์โทรศัพท์ เบอร์บ้านและบ้านเลขที่ทางไปรษณีย์ ขณะเดียวกันรูปประกอบที่แนบมาเพื่อประกาศหาคู่ก็เป็นรูปถ่ายประเภท ใส่ชุดครุย ชุดทำงาน ข้าราชการ โปรดักชั่นสตูดิโอถ่ายรูปใกล้บ้านมากกว่าจะเซลฟี่ หรือถ่ายกล้องมือถือ บางคนเขียนลายมือประณีตตัวบรรจงลงกระดาษส่งจดหมายมาก็มี

อ้างอิงข้อมูลจาก

[1] ภาวินี อินเทพ, กามเทพ แขวนศร ลุงหนวด อำลา มาลัยเสี่ยงรัก, เนชั่นสุดสัปดาห์; 6, 294 (23-29 ม.ค.41) 27-29

[2] เรื่องเดียวกัน,หน้าเดียวกัน.

[3] สันติ เศวตวิมล. ใน แม่สื่อ พ.ศ. 2516 ปีที่ 12  (29 เมษายน 2516),หน้า 9-10.

[4] ลุงหนวด. ดับทุกข์บำรุงสุข. ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12(7 มกราคม 2516),  หน้า 6.

[5] ลุงหนวด. ดับทุกข์บำรุงสุข. ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12 (11 กุมภาพันธ์ 2516),  หน้า 6.

[6] ลุงหนวด. ดับทุกข์บำรุงสุข.  ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12 (11 กุมภาพันธ์ 2516),  หน้า 6.

[7] ลุงหนวด. ดับทุกข์บำรุงสุข. ใน ไทยรัฐ  ปีที่ 12 (4 มีนาคม 2516),  หน้า 6.

[8] เรื่องเดียวกัน,หน้าเดียวกัน

[9] เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน

[10] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก.  ใน ไทยรัฐ ปีที่ 23 (2 ธันวาคม2527),  หน้า 9.

[11] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก. ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12 (4 พฤศจิกายน  2516),  หน้า 6.

[12] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก. ใน ไทยรัฐ ปีที่ 23 (2 ธันวาคม 2527),  หน้า 9.

[13] เรื่องเดียวกัน, หน้าเดียวกัน.

[14] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก. ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12 (22 เมษายน 2516),  หน้า 6.

[15] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก.  ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12 (22 เมษายน  2516), หน้า 6.

[16] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก. ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12 (5 สิงหาคม  2516),  หน้า 6.

[17] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก.  ใน ไทยรัฐ ปีที่ 23 (4 พฤศจิกายน  2527), หน้า 9.

[18] ลุงหนวด. มาลัยเสี่ยงรัก.  ใน ไทยรัฐ ปีที่ 23 (9 ธันวาคม2527),  หน้า 9.

[19] สันติ เศวตวิมล. แม่สื่อ พ.ศ. 2516 ใน ไทยรัฐ ปีที่ 12 (29 เมษายน 2516),  หน้า 9-10.

[20] www.thairath.co.th

Illustration by Yanin Jomwong

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...