จนท.ดับไฟป่าพรุควนเคร็ง อึดอัดใจ 'ยังไม่ได้เบี้ยเลี้ยง' ช่วยทีมท่อสูบพญานาค ทั้งที่ 'มท.1' รับปากแล้ว
‘ผู้ปฎิบัติงานดับไฟป่าพรุควนเคร็ง’ เผยอึดอัด เบี้ยเลี้ยงปฎิบัติงานดับไฟป่าปี 62 ยังไม่ได้ ท้อใจ “มท.1” และ “ผู้ว่าจำเริญ” รับปาก
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ มีรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการโพสต์ข้อความลงในไลน์กลุ่ม “ดับไฟป่าพรุควนเคร็ง (เฉพาะกิจ)” ซึ่งเป็นกลุ่มประสานงานการทำงานในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย มีสมาชิกกลุ่มรวม 187 ราย ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ในระดับบังคับบัญชาและปฏิบัติการ รวมทั้งอาสาสมัครประจำพื้นที่เกิดเหตุจุดต่างๆ
ซึ่งมีผู้ใช้งานรายหนึ่งชื่อ ด.ต.จำเริญ เกตุแก้ว ซึ่งในช่วงปฏิบัติการนั้นเป็น “ทีมท่อพญานาคซิ่ง” คอยดูแลทีมงานที่นำอุปกรณ์ท่อสูบน้ำมาจากจังหวัดนครปฐม เข้าให้การช่วยเหลือในการสูบน้ำดับไฟป่าหลายจุด ซึ่งเป็นท่อขนาดใหญ่มีเครื่องยนต์แรงม้าสูงสามารถสูบน้ำได้รวดเร็วกว่าเครื่องสูบน้ำของทางราชการหลายเท่าตัว และเป็นทีมเดียวกับที่เข้าช่วยสูบน้ำช่วงการช่วยเหลือ 13 สมาชิกทีมหมูป่าอคาเดมี ที่ จ.เชียงราย
ทั้งนี้ ด.ต.จำเริญ เกตุแก้ว ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ จ. นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความ ว่า
“ขอใช้พื้นที่ตรงนี้สักนิดนะครับท่านทั้งหลาย…. เรียนท่านรองถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยติดตามเรื่องค่าใช้จ่ายของท่อพญานาค* ให้ด้วยครับ *
*ตามที่ท่านอนุพงศ์ เผ่าจินดา สั่งไปกับ ท่านผู้ว่าจำเริญ (ปัจจุบันย้ายไปอยู่ จ.พังงา) ให้ดูแลในเรื่องค่าใช้จ่าย ตามสมควร *
*ผู้ใหญ่วิบูลย์ เอาท่อกลับนครปฐม แม้แต่น้ำมันเดินทางไม่ให้เขาสักลิตร แบกแต่ความช้ำกลับบ้าน ลองไปศึกษาที่เขาไปช่วยเด็กติดถ้ำดูซิครับเขาทำกันอย่างไร เขาให้อะไรใครเป็นผู้สั่งการ คนนครอายเขามั่งมั๊ยล่ะครับ *
*เขาทวงถามผมมาหลายครั้งแล้ว ที่เขาทวงเพราะทางผู้ใหญ่ของบ้านเมือง (นคร)บอกให้เขา พอเสร็จงานกลับไม่ใส่ใจเขาเลย ผมเคยทวงถามหลายครั้งหลายคน นายอำเภอเชียรใหญ่ก็แล้ว เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็แล้ว ท่านรองเองก็แล้ว ไม่มีใครใส่ใจเลย *
*ช่วยกันหลับตาคิดดูซิครับ ที่เขาเครื่องราคาห้าหกแสนมาช่วยเราระยะทางเจ็ดแปดร้อยกิโล เดินเครื่องตั้งแต่วันที่ห้าสิงหาไปจบวันที่ยี่สิบสี่สิงหา เดินเครื่องตลอดยกเว้นย้ายที่ตั้ง กินแต่ข้าว นอนก็นอนข้างเครื่อง มันเป็นเรื่องที่ไม่สนุกเลยครับท่านๆๆๆ ทั้งหลายครับ ผมต้องมาเสียเพื่อนอีก ครั้งสุดท้ายที่เขาโทรมาหาผม มันพรั่งพรูออกมาจากใจของเขา ที่ผิดหวังกับผู้หลักผู้ใหญ่ของนคร และจนบัดนี้เขาไม่โทรมาหาผมอีกเลย *
ผมไปประชุมทุกวันรับนโยบายทุกวันหน่วยนั้นก็จะเอา นี้ก็จะเอา ท่อพญานาคเป็นพระเอกเลยทีเดียว ลงจุดไหนเห็นผล ทุกจุด น้ำเดินห้ากิโลหกกิโลปลายน้ำเรือชาวบ้านเข้าไปได้เอาน้ำดับไฟได้ พอเสร็จงานควักเงินเองเติมมันกลับบ้าน ไหนบอกว่าประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ มีงบเข้ามามากเบิกไปไหนไปหมดละท่าน หรือท่านไม่เห็นท่ออันใหญ่โต”
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
นอกจากนั้น ด.ต.จำเริญ ยังโพสต์ภาพอีกหลายภาพระบายความอัดอั้น ในการพบกับองคมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคนที่ในโพสต์ได้ ยืนยันถึงการสั่งการของรัฐมนตรีมหาดไทย ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด คือนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ในขณะนั้นให้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายตามสมควร
นอกจากนั้นยังได้โพสต์ภาพข้าวกล่องที่ได้รับเป็นข้าวเปล่ากับไก่ชิ้นเล็กๆเพียง 1 ชิ้นเท่านั้น และยังระบุว่า กรณีการรับปากได้รับคำยืนยันจากข้าราชการในที่ประชุมว่า มีการรับปากไปอย่างนั้นๆ เท่านั้น
พร้อมกันนั้น ด.ต.จำเริญ ยังได้กล่าวขอโทษในกลุ่มไลน์ดังกล่าวเพราะว่าเก็บมานานอึดอัดและอัดอั้น หากมีกรณีไฟป่าเกิดขึ้นอีกคงไม่กล้าเอ่ยปากให้เขามาช่วยกันดับไฟอีกแล้ว
สำหรับการปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็งในปลายปี 2562 ที่ผ่านมานั้นมีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องนับเดือน มีอากาศยานกองทัพอากาศ กองทัพบก เข้าร่วมให้ความช่วยเหลือในการดับไฟป่า กรมการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ที่ถูกเปิดเผยข้อมูลไม่ปกติไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่งบประมาณการใช้จ่ายในการดับไฟป่าครั้งนี้แหล่งข่าวภายในระบุว่ามีสูงกว่า 300 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขงบประมาณที่ใช้อย่างเป็นทางการยังคงถูกปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลจนถึงปัจจุบัน
ด.ต.จำเริญ กล่าวว่า ผมรู้สึกอัดอั้น เมื่อวานนี้มีคนจากจังหวัดโทร.มาหาผมบอกว่าให้มาพบท่านรองหน่อย ซึ่งผมได้ปฎิเสธ เนื่องจากผมต้องปฎิบัติงานในหน้าที่ราชการ ไม่สามารถเดินทางไปพบกับใครได้ ที่ผ่านมาผมรู้สึกอึดอัดใจมาตลอดพอได้ระบายออกไปก็สบายใจมากขึ้น วันนี้พวกท่านต้องรับทราบว่าได้ทำอะไรไป ขาดเหลือตรงไหน ไม่ใช่บอกอย่างเดียวว่าไม่ทราบ คนทำงานต้องบอกได้ว่าเงินส่วนนี้อยู่ที่ใคร
“วันนี้พอจะเข้าหน้าแล้งก็เรียกประชุมอีกแก้ปัญหา แล้วที่ผ่านมาทำกันอย่างไร ผมอึดอัดแล้วก็หนักใจมานานก็อยากจะให้สื่อมวลชนรับทราบบ้างก็เป็นเรื่องที่ดี ได้ช่วยกันแล้วก็เป็นบทเรียนให้ทางหน่วยงานราชการเขาต้องปฏิบัติ ผมอยากให้เป็นข่าวออกทีวีด้วยซ้ำไป เพราะจะทำให้ข้าราชการไม่ว่าตัวใหญ่ตัวเล็กจะได้กระตือรือร้นในเรื่องที่จะต้องทำไม่ใช่คุณเอาแต่เฉยอย่างเดียว เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ได้ทำเป็นธุระไม่ใช่รับแต่เรื่องใต้โต๊ะที่ในหมู่บ้านผมมีอีกเยอะครับ ในเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลแต่ไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้าแสดงออก”
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้แล้วเกิดกรณีภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่พรุควนเคร็งอีกจะทำอย่างไร
ด.ต.จำเริญ เผยว่า “ก็ต้องช่วยกันดับต่อไป เราจะไปยอมแพ้ไปมันไม่ได้ เพราะมันเป็นป่าของประเทศชาติไม่ใช่เป็นของผู้ใดผู้หนึ่ง ไอ้ส่วนที่มีเจ้าของก็ว่ากันไป แต่ถามว่าผมจะเอาเครื่องพญานาคมาอีกหรือเปล่า ผมคงจะไม่แล้วเว้นเสียแต่ทางหน่วยงานราชการเขาติดต่อกันไปเอง”