โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

คปภ. เผยยอดจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิดสูงถึง 9.43 พันล้านบาท อาจจะทะลุ 1 หมื่นล้านบาทในเร็วๆ นี้

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 22 ก.ย 2564 เวลา 04.30 น. • ทันข่าว Today

Highlight

คปภ. เปิดเผยยอดจ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยโควิดจนถึงปัจจุบันกว่า 9.4 พันล้านบาท และอาจจะเกินหมื่นล้านบาทในเร็วๆนี้ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อยังสูงเกินหมื่นรายต่อวัน โดย คปภ.ติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด ขอประชาชาชนอย่าตื่นตระหนก

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ย้ำประกันภัยโควิดช่วยเยียวยาความเดือดร้อนแก่ประชาชนแล้วกว่า 9,428 ล้านบาท คปภ. คุมเข้มบริษัทประกันเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้เอาประกัน วอนขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยืนยันยังไม่พบความเสี่ยงเชิงระบบ
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยเมื่อ 21 กันยายน 2564 ที่ผ่านมาว่า  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่สูง ทำให้มีผู้เอาประกันภัยยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนปริมาณรายวันเป็นจำนวนมาก 
จากข้อมูลสถิติการรับประกันภัยโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ถึงเดือนสิงหาคม 2564 พบว่ามียอดกรมธรรม์สะสมสูงถึง 39.86 ล้านฉบับ เบี้ยประกันภัยสะสม 11,250 ล้านบาท ขณะที่มียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสะสมถึง 9,428.63 ล้านบาท โดยในแต่ละเดือนมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสะสมเพิ่มขึ้นดังนี้

  • เดือนเมษายน  308.96  ล้านบาท 
  • เดือนพฤษภาคม 1,143.09 ล้านบาท 
  • เดือนมิถุนายน   2,050.49 ล้านบาท 
  • เดือนกรกฎาคม  3,996.22 ล้านบาท 
  • เดือนสิงหาคม  9,428.63 ล้านบาท

แม้อัตราการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น และมีผลกระทบต่อบางบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยโควิด-19 แต่เบี้ยประกันภัยของอุตสาหกรรมประกันภัยตั้งแต่มีนาคม 2563- มิถุนายน 2564 มีเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบกว่า 340,230 ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตกว่า 794,500 ล้านบาท โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งอุตสาหกรรมกว่า 1.1 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบมีกว่า 340,230 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 3% ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบ 
“ซึ่งจากการที่ทำการทดสอบภาวะวิกฤตล่าสุด ยังไม่พบความเสี่ยงในเชิงระบบ สำหรับบริษัทประกันภัยบางบริษัทที่มีปัญหาสภาพคล่อง”ดร.สุทธิพล กล่าว
ทั้งนี้สำนักงาน คปภ.มีการกำกับดูแลฐานะทางการเงินและการดำเนินการของบริษัททั้งการกำกับดูแลนอกที่ทำการบริษัทและการเข้าตรวจสอบที่ทำการบริษัท ควบคู่กับการออกออกมาตรการเร่งด่วนระยะสั้นและระยะยาว เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย
ณ เดือนสิงหาคม 64 ประกันภัยโควิด-19 ได้เข้าไปเยียวยาประชาชนถึงกว่า 9,428 ล้านบาทแล้ว และคาดว่าจะมีการเยียวยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงในเชิงระบบของธุรกิจประกันภัย 
ดร. สุทธิพล กล่าวว่า คปภ. จะกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดและจะติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่ หากมีการดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกกับบางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ 
ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยหลายแห่งเตรียมข้อเสนอไปยัง คปภ. เพื่อเป็นแนวทางในการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่บรษัทประกันภัย เช่น การจัดตั้งกองทุนกลางขึ้นมาช่วยเหลือบริษัทประกันจ่ายสินไหมให้กับผู้เอาประกันที่ป่วยโควิด-19 เหมือนกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตอนเกิดสึนามิในปี 2547 รวมถึงอาจมีการผ่อนเกณฑ์ต่างๆให้กับบริษัทร่วมด้วย เช่น การไม่นำความเสียหายจากโควิด-19 มาพิจารณาการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง เป็นต้น
“สถานการณ์โควิด-19ระบาดในไทยเป็นวิกฤติ เหมือนกับสึนามิ ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีบริษัทไหนคาดเดาได้ว่าจะสูงขนาดนี้ และการบริหารจัดการตอนนี้ทำได้ยากลำบาก  ในขณะที่ การทำรีอินชัวเรอส์ต่างประเทศก็ไม่รับความเสี่ยงโควิด-19ในไทย ดังนั้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงของอุตสาหกรรม การตั้งกองทุนมาช่วยบริษัทประกันจ่ายสินไหม น่าจะเป็นทางออก ทำให้บริษัทประกันผ่านพ้นจ่ายสินไหมประกันโควิดผ่านพ้นในช่วงระยะสั้น 3-5 เดือนไปได้ซึ่งยอดเคลมมีโอกาสพุ่งทะลุหมื่นล้าน” แหล่งข่าวกล่าว
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กรุงเทพธุรกิจ
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...