มีจริงไหม? เรื่อง ความบริสุทธิ์ ของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน
เปิด ความบริสุทธิ์ เป็นถ้อยคำที่ผู้คนมักใช้เรียกการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แม้แต่คำที่ได้ยินบ่อย ๆ เช่น “การเสียความบริสุทธิ์” ก็มีความหมายที่สื่อถึงการสูญเสียอะไรบางอย่างที่มีค่าไป ไอริส ปาเซ ผู้สื่อข่าวอิสระบอกว่า วลีเหล่านี้มักทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ และทำให้คิดถึงผลที่ตามมาจากการสูญเสียพรหมจรรย์
การพูดคุยเรื่อง ความบริสุทธิ์ เป็นเรื่องต้องห้าม
แต่ยังนำไปสู่การเผยแพร่ความเชื่อแบบผิด ๆ และข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้คนสนใจแต่ไม่กล้าพูด ไอริสอธิบายว่า หากเราเปิดพจนานุกรมหาคำว่า “หนุ่มหรือสาวบริสุทธิ์” ก็จะพบคำบรรยายว่า “บุคคลที่ยังไม่เคยร่วมประเวณี” อย่างไรก็ตาม “การร่วมประเวณี” มักหมายถึง “การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่”ปาเซ ชี้ว่าเราอยู่ในสังคมที่ยังยึดถือกฎเกณฑ์และความเชื่อเรื่องเพศแบบเก่า ๆ และเป็นสังคมที่ตราหน้าผู้หญิงที่สูญเสียความบริสุทธิ์เร็วเกินไป หรือคนที่ “เสียตัว” ช้าเกินไป แนวคิดเรื่องความบริสุทธิ์จึงมักจำกัดอยู่ในกรอบความคิดที่ว่ามนุษย์มีอยู่เพียง 2 เพศ คือชาย และหญิง ซึ่งหมายความว่า การจะ “เสียตัว” ได้นั้น จะต้องมี “องคชาติ” หรือวัตถุลักษณะเดียวกันในการทำลายพรหมจรรย์“นี่เป็นความคิดที่ล้าหลัง และไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะไม่เพียงแนวคิดเรื่องความบริสุทธิ์จะตัดกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศออกไป แต่ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วย อันที่จริงไม่มีคำนิยามทางการแพทย์หรือทางชีววิทยาที่จะพิสูจน์การมีอยู่ของความบริสุทธิ์ได้”นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดเลือดออกในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่เลือดที่ไหลออกมานั้นอาจมาจากการหล่อลื่นไม่เพียงพอ การหดเกร็งของกล้ามเนื้อช่องคลอด แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่การสอดใส่ทำให้เยื่อพรหมจารีเกิดการฉีกขาดเล็กน้อยคนจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่าความบริสุทธิ์สามารถรับรู้ได้ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ระหว่างชายหญิงหรือด้วยการใช้นิ้วมือ ความเชื่อนี้มีรากฐานมาจากแนวคิดที่กล่าวมาข้างต้นเรื่องเยื่อพรหมจารีที่คนคิดว่ากำบังทางเข้าช่องคลอดของผู้หญิงทั้งหมดความเชื่อดังกล่าวนำไปสู่การตรวจสอบพรหมจรรย์ เพื่อหาว่าเด็กหญิง หรือผู้หญิง เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่มาแล้วหรือไม่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และแม้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในหลายประเทศ แต่ก็ยังมีการปฏิบัติกันอยู่ในบางประเทศ