โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกแทงพ่อดับหลังถูกตำหนิเรื่องติดเกมส์ นักวิชาการเผยเด็กไทยติดเล่นเกมส์ร้อยละ 90

TODAY

อัพเดต 09 ธ.ค. 2562 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 04.33 น. • Workpoint News

นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน เผยเด็กไทยติดเกมส์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 90 ขณะที่ล่าสุดเกิดเหตุเยาวชนชายอายุ 17 ปี แทงพ่อตัวเองเสียชีวิตหลังถูกต่อว่าเรื่องเล่นเกมส์ ด้านจิตแพทย์ห่วงเด็กติดเกมแนะผู้ปกครองอย่าขัดขวางด้วยความรุนแรง 

วันที่ 9 ธ.ค.2562 จากกรณีเยยวชนชายอายุ 18 ปี ใช้มีดทำครัวแทงเข้าที่หลังพ่อแท้ๆ 2 แผลและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ขณะที่ผู้เป็นพ่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ผู้ก่อเหตุถูกตำรวจจับกุมตัวได้ จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิตรับสารภาพป็นผู้ก่อเหตุจริง สาเหตุเกิดจากไม่พอใจที่ถูกพ่อต่อว่าเรื่องพฤติกรรมติดเกมส์อย่างหนักจนต้องออกจากโรงเรียน จึงได้ใช้มีดในครัวแทงเข้าที่หลังจำนวน 2 แผล ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ล่าสุดพนักงานสอบสวนนำตัวส่งสถานพินิจเพื่อเข้าสู่กระบวนทางกฎหมายต่อไป

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.)

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) เปิดเผย ผลการวิจัยเชิงสำรวจสถานการณ์การเล่นเกมออนไลน์ของเด็กไทย ประจำปี 2562 จำนวน 3,056 คน พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 2,730 คนหรือร้อยละ 89.33 เคยเล่นเกมออนไลน์ โดยเล่นเกมเกือบทุกวันร้อยละ 64.66 เฉลี่ย 3-5 ชั่วโมง หากเป็นเด็กในพื้นที่ กทม.จะใช้เวลาเล่นเกมมากกว่า 8 ชั่วโมงในวันหยุด ส่วนใหญ่จะเล่นที่บ้านหรือหอพักร้อยละ 71.22 โดยถูกเพื่อนชักชวนมากที่สุด รองลงมาคือ ข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ดังนั้น หากยิ่งเล่นเกมเป็นเวลานานมากขึ้นก็ยิ่งสัมพันธ์กับอาการและพฤติกรรมความรุนแรงที่มากขึ้นตามไปด้วย เกิดการใช้คำหยาบที่ไม่เหมาะสมกับช่วงวัยรวมถึง มีอารมณ์ความรุนแรงหากถูกห้ามเล่นเกม

ขณะที่พญ.ณัฐพร ใจสมุทร สกุลแพทย์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ สังกัดกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก “N Jaisamut Sakunphest"ระบุว่า เด็กติดเกมความสนุกที่แสนเปราะบาง เพราะการติดเกมเปรียบเสมือนปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง ที่อยู่เหนือผิวน้ำแล้ว การติดเกมคือการใช้เวลาอยู่กับการเล่นเกม จนทำให้สูญเสียทั้งโอกาส และหน้าที่ที่ควรทำได้ตามวัย เช่นติดจนไปเรียนไม่ได้ ติดจนไม่มีสมาธิทำงานสร้างรายได้ ติดจนเสียความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด แต่ผู้ปกครองหรือคนรอบข้างต้องไม่ตัดสินว่าเขาติดเกมเพียง เพราะเราไม่ชอบให้เขาเล่นเกม

การดูแลบุตรหลานไม่ให้ติดเกม แบ่ง เป็น 3 ระยะ คือ

1.ระยะยังไม่เข้าสู่การเล่นคือกลุ่มที่เพิ่งมีอุปกรณ์ แต่ยังไม่เคยลองเล่น บุคคลสำคัญคือ พ่อและแม่ ต้องสื่อสารให้ลูกเข้าใจสถานะและกำหนดกติกาการใช้ร่วมกัน

2.ระยะเล่นแล้วแต่ยังไม่มีผลกระทบกลุ่มนี้พ่อแม่ต้องรีบให้แรงเสริมทางบวก คือการจับถูก ที่เขารักษากติกา เขาเล่นเกม แต่รักษากติกาไว้ได้ ทำให้ไม่กระทบต่อหน้าที่ก็ควรดูแลอยู่ห่างๆ และ

3.ระยะติดเกมนั่นคือมีผลกระทบแล้ว จำเป็นต้องนำเข้าสู่การประเมิน เพราะการติดเกมนั้นมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภาวะซึมเศร้า ภาวะปัญหาการปรับตัวครอบครัวที่ไม่สามารถบอกความต้องการได้ หรือไม่ได้รับการตอบสนองทางจิตใจที่เหมาะสม

สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ ไม่ควรเข้าไปขัดขวางการเล่นด้วยความรุนแรงทันที "ถ้าท่านคิดว่า ท่านคุมสถานการณ์ไม่ได้ ควรพาเด็กเข้าสู่ระบบบริการที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพราะมีระบบการดูแล และคัดกรองว่าเป็นการเล่นเกมแบบไหน แล้วเด็กจะได้รับการส่งต่อตามระบบบริการ และที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่เองต้องเป็นตัวอย่างที่ดีไม่ให้บรรยากาศในบ้านเป็นสังคมก้มหน้า

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดการเสวนาเรื่อง "เปิดวิถีออนไลน์…เด็กไทยกับภัยใกล้ตัว" มีการเปิดผลการวิจัยเชิงสำรวจ ในหัวข้อ "สถานการณ์การเล่นเกมออนไลน์ของเด็กไทย" ประจำปี 2562

สำรวจนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และชั้นประกาศนียบัตรขั้นสูง (ปวส.) 3,056 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนก.ย. – ต.ค. ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 2,730 คน หรือร้อยละ 89.33 เคยเล่นเกมออนไลน์ และเล่นเกมเกือบทุกวัน ร้อยละ 64.66 เฉลี่ย 3-5 ชั่วโมง ทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

เด็กในพื้นที่กรุงเทพฯ ร้อยละ 8.1 จะใช้เวลาเล่นเกมมากกว่า 8 ชั่วโมงในวันหยุด ส่วนใหญ่จะเล่นที่บ้านหรือหอพักร้อยละ 71.22 ปัจจัยที่สนับสนุนมาเล่นเกมออนไลน์มากที่สุด คือเพื่อนชักชวนหรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รองลงมาคือเห็นข้อมูลต่างๆ จากสื่อออนไลน์ และความเข้าใจว่า E-Sport เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ตามลำดับ

ผลสำรวจยังพบว่า เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเด็กไทย คือ ROV ร้อยละ 51.38 รองลงมา คือ PUBG MOBILE ร้อยละ 18.21 และ Free Fire ร้อยละ 15.53 ซึ่งจากการวิจัยพบข้อน่าเป็นห่วงคือ กลุ่มตัวอย่างที่เล่นเกม STARCRAFT 2 และ TAKKEN 7 จะมีระดับการแสดงออกถึงอารมณ์ที่รุนแรง ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่เล่นเกม MOBILE LEGENDS จะมีระดับการแสดงออกของพฤติกรรมความรุนแรงสูง และกลุ่มตัวอย่างที่เล่นเกม MOBILE LEGENDS และเกม FIFA ONLINE จะมีระดับความรุนแรงของภาษาที่ใช้ในการสื่อสารที่สูงเช่นกัน นอกจากนี้ พบว่าความเข้าใจถึงคำว่า "E-sport" จากกลุ่มตัวอย่างพบว่ากว่าร้อยละ 60.29 คิดว่า E-Sport คือ กีฬาและมีพฤติกรรมการเล่นเกมที่นานมากกว่า ผู้ที่ไม่คิดว่า E- Sport เป็นกีฬา

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...