โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดข้อสงสัย ชิ้นส่วนกระดูก คดีฆ่าบิลลี่ ทำไมไม่ตรงกัน 'ความร้อน – เวลา' มันต่างกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ธ.ค. 2562 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 09.48 น.

เปิดข้อสงสัย ชิ้นส่วนกระดูก คดีฆ่าบิลลี่  

ทำไมไม่ตรงกัน *‘ความร้อน – เวลา มันต่างกัน’ *

จากกรณีผลตรวจกระดูกจำนวน 9 ชิ้น ที่ผลตรวจพิสูจน์ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกระเหรี่ยง บ้านโป่ง-บางกลอย  ทำให้เกิดข้อสงสัย  การตั้งคำถามในสังคมขึ้นมาทันว่า เกิดอะไรขึ้น?

เรื่องนี้ร้อนถึง “บิ๊กอ้วน” พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ต้องออกมายืนยันทันทีว่า

“ผลการตรวจกระดูก 9 ชิ้น  ไม่ได้ส่งผลต่อคดีฆาตกรรม “บิลลี่” เพราะดีเอสไอ  ใช้หลักฐานที่เป็นชิ้นส่วนกระดูก บริเวณกะโหลกศีรษะ ที่ใช้การตรวจดีเอ็น แบบไมโตคอนเดรีย ซึ่งสืบทอดจากแม่มาสู่ลูก ซึ่งตรงกับแม่ บิลลี่ จึงสามารถชี้ชัดได้ว่า บิลลี่เสียชีวิต แล้ว จากคดีคนหายกลายเป็นคดีฆาตกรรม” 

ทั้งนี้ยังรายงานจากชุดพนักงานสอบสวนยังระบุว่า เศษกระดูกมนุษย์ จำนวน  9 ชิ้น  เป็นการงมครั้งที่2 เก็บหลักฐานในวันที่ 28-30 ส.ค. 2562   โดยมีระยะห่างจากการงมครั้งแรกประมาณ 10 เมตร ซึ่งงมได้กว่า 20 ชิ้น  และระหว่างนั้นก็มีการปล่อยข่าวเรื่องจุดลอยอังคาร ในลำน้ำแก่งกระจาน ส่วนชิ้นส่วนกระดูกที่ระบุชี้ได้ว่านายพอจะลี เสียชีวิต  นั้นเก็บหลักฐานครั้งแรกได้เมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ต่อเนื่องวันที่ 22- 24 พ.ค. ห่างกันประมาณ 2 เดือน

 

โดยครั้งนั้นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ใช้เครื่องยานยนต์สำรวจใต้น้ำจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และนักประดาน้ำ จากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตรวจหาพยานหลักฐานที่พื้นที่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เขื่อนแก่งกระจาน จนสามารถตรวจพบชิ้นส่วนกระดูก 2 ชิ้น ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 1 ถัง เหล็กเส้น 2 เส้น ถ่านไม้ 4 ชิ้น และเศษฝาถังน้ำมัน จากนั้นได้ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำการตรวจพิสูจน์พบว่าวัตถุเป็นชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะข้างซ้ายของมนุษย์ โดยมีรอยไหม้สีน้ำตาล

นอกจากนี้จากตรวจพิสูจน์ ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยังพบว่าข้อมูลความร้อนที่ใช้เผากระดูก ของ 2 กลุ่มที่เก็บได้  ชุดแรกความร้อนที่ใช้จะค่อนข้างน้อยกว่า. เมื่อตรวจสภาพกระดูก ยังพบด้วยว่าเป็นกระดูกที่ถูกเผาแล้วนำมาทิ้งแช่น้ำเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ทั้งนี้สภาพกระดูกค่อนข้างสมบูรณ์กว่า เศษกระดูกในกลุ่มที่ 2 จำนวน   20 ชิ้นที่ถูกความร้อนค่อนข้างสูงการเผาทำลาย คาดกับการเผาจากเตาความร้อนที่ใช้การฌาปนกิจศพ  ตามวัดๆต่าง

ซึ่งตรงนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กำลังดำเนินการสอบปากคำเจ้าหน้าที่นักนิติวิทยาศาสตร์ให้ชี้ชัดถึงความแตกต่างระหว่างวัตถุพยานทั้ง 2 ชุดเพื่อไม่ให้สำนวนคดีมีจุดอ่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะหยิบยกขึ้นมาทำลายความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน ส่วนประเด็นอายุกระดูกที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตามผลของชิ้นส่วนกระดูก 9 ชิ้น ที่ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ ” บิลลี่”  นั้นจะส่งผลทางคดีหรือไม่อย่างไร ต้องรอติดตามกันต่อไป 

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...