โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินทรีย์แกงค์ ร้านอาหารเวียดนามในโรงพยาบาลที่หยิบวัตถุดิบพื้นบ้านมาปรุง

a day magazine

อัพเดต 27 พ.ย. 2562 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2562 เวลา 17.02 น. • อรุณวตรี รัตนธารี

ใครเปิดa day ฉบับ Indian Thai ถึงหน้าอาหารอินเดีย ขอบอกให้รู้ว่าอาหารหน้าตาดูหากินยากทั้งหมดที่ปรากฏบนหน้ากระดาษนั้นคือฝีมือของพ่อครัวที่เรากำลังจะแนะนำให้รู้จักดังต่อไปนี้

โน๊ต–อธิป สโมสร เป็นเชฟ แต่หลายครั้งเขากลับปฏิเสธเวลาใครเรียกแบบนั้น ด้วยนิยามตัวเองว่าเป็นคนรักการทำอาหารธรรมดา แม้คนรอบข้างจะยืนยันว่ารสชาติที่เขาสร้างขึ้นมาไม่ธรรมดาเลย

เรารู้จักเขาครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนในฐานะพ่อครัวช่างถาม ผู้ออกเดินทางเรียนรู้วัตถุดิบทั้งใกล้-ไกล และรู้กลายๆ ว่าเขาเปิดร้านอาหารมังสวิรัติอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แม้ตัวเองจะไม่ได้เป็นมังสวิรัติก็ตาม ด้วยเหตุผลว่าอาหารมังสวิรัตินั้นท้าทายความสามารถในการคิดสมการรสชาติ ถ้าให้เทียบคงเหมือนเด็กเก่งที่ต้องการโจทย์ยากๆ มาฝึกปรือมันสมองก็เท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นาน เราก็ได้ข่าวว่าเขาย้ายมาตั้งรกรากกลางเมืองหลวง เปิดร้านอาหารเล็กๆ ในคอนเซปต์ตามใจฉัน ด้วยการหยิบวัตถุดิบพื้นบ้านและอาหารอินทรีย์มาปรุงเป็นเมนูอร่อยไร้นิยาม เป็นรสชาติที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็อร่อยจังเลย ทว่าด้วยปัจจัยชีวิตก็ทำให้ร้านดังกล่าวดำเนินการได้ไม่นาน ก่อนเขาจะออกเดินทางเรียนรู้โลกของอาหารอีกครั้ง พลางแอบบอกนักชิม(อย่างเรา) ให้หลงดีใจ ว่าจะกลับมาตามสัญญา ขอเวลาเขาอีกไม่นาน

แล้ววันนี้เขาก็กลับมาทำให้เราตื่นเต้นอีกครั้ง

ตื่นเต้นแรกคือ เขาเลือกเปิดร้านอาหารเวียดนาม

และตื่นเต้นสองคือ เขาเปิดมันในโรงพยาบาล…ศิริราช

1

“มันเริ่มจากหลายเดือนก่อนแม่เราป่วย ต้องนอนอยู่ที่นี่นานเป็นเดือน ก็เหมือนเราต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ไปโดยปริยาย เราใช้ช่วงว่างตระเวนชิมอาหารแทบทุกร้านแถวนี้ จนแปลกใจว่าทำไมอาหารสุขภาพจริงๆ ถึงหาได้ยากเย็น” อาหารสุขภาพ‘จริงๆ’ ที่เขาหมายถึงนั้นไม่ใช่แค่อาหารคลีนหรืออาหารตรงตามหลักโภชนาการทางการแพทย์ แต่รวมถึงอาหารที่เรากินกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องฝืนกลืนความไม่อร่อยเพื่อสุขภาพ และที่สำคัญคือใช้วัตถุดิบสะอาด ปลอดภัย ขายในราคาที่จับต้องได้ เหมาะกับคนทุกระดับชนชั้นทางเศรษฐกิจที่เข้า-ออกโรงพยาบาลใหญ่วันละหลายหมื่นคน

โจทย์ของเขาคือร้านอาหารทางเลือกในโรงพยาบาล ราคาเอื้อมถึง และกาดอกจันไว้นิดหนึ่งว่าต้องอร่อยแบบไม่ทิ้งลายพ่อครัวมือดี ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ ‘อินทรีย์แกงค์’ จึงเกิดขึ้นในโรงอาหาร ณ ริมน้ำ ใกล้กับอาคารผู้ป่วยพักฟื้น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใจกลางโรงพยาบาลศิริราช

“นี่มันไม่ใช่อาหารในโรงอาหารสักนิด…”

เราหันไปพูดกับเขาขณะมองเมนูในมือ ไข่กระทะยั่วญวน, หมี่ถาดโอบามา, เฝอแซ่บแห้ง ยังไม่นับของหวานอย่างลอดช่องเวียดนาม นอกกรอบขนมลอดช่องทั้งชนิดตัวอ้วนป้อมและเส้นเล็กใสอย่างลอดช่องสิงคโปร์ไปไกล

ยิ่งเมื่อไล่เรียงดูราคาก็น่าตกใจขึ้นอีก ด้วยราคาอาหารส่วนใหญ่สามารถจ่ายได้ด้วยแบงก์ร้อยใบเดียว หลายเมนูสามารถจ่ายด้วยแบงก์ยี่สิบด้วยซ้ำ

“ขายราคานี้ กำไรมาจากไหน” คือคำถามถัดมา เขายิ้มรับก่อนอธิบายว่ากำไรเกิดจากการคิดต้นทุนอย่างละเอียดและใช้วัตถุดิบชนิดคุ้มค่าทุกหยด

ยืนยันความคุ้มค่าด้วยจานแหนมเนืองตรงหน้าที่เขาภูมิใจนำเสนอ

2

แหนมเนืองที่ดูเผินๆ คงไม่ต่างจากร้านทั่วไป ทว่าเมื่อได้ลองชิมกลับพบรสชาติซับซ้อนน่าสนใจ ทั้งด้วยรสมือของพ่อครัวและวิธีคิดไม่เหมือนใคร

“จานนี้เป็นแหนมเนืองสูตรเมืองเว้ น้ำจิ้มของสูตรนี้มีส่วนผสมพื้นฐานจากถั่วเหลือง เราหยิบมาปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นเราและคนไทย ด้วยการเพิ่มตับบดลงไปด้วย กินกับแหนมเนือง แผ่นแป้ง และผักสด” เขาหมายถึงผักกระจาดใหญ่ที่สามารถกินได้2-3 คน ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกเปิดร้านอาหารเวียดนาม “จะมีอาหารอะไรกินผักเยอะกว่านี้ไม่มี” เขาเคยบอกแบบนั้น

หลังห่อแหนมเนืองกินได้ไม่กี่คำ ตัวแหนมเนืองก็ทำเราสงสัย ด้วยเนื้อของมันมีส่วนของเอ็นเคี้ยวสนุก เนื้อนุ่ม แต่ยังมีกลิ่นหอมลึกซึ้งแบบที่ไม่ค่อยเจอตามร้านอาหารเวียดนามเท่าไหร่“เนื้อแหนมเนืองทำมาจากอะไร”

เขาหัวเราะเมื่อเราจับสังเกตได้

“เนื้อแหนมเนืองทำจากเนื้อติดกระดูกเล้ง(เอียเล้ง–ส่วนกระดูกสันหลังของหมู) เวลาเราต้มน้ำซุปไว้ใช้ในร้าน เราใช้กระดูกเล้งอยู่แล้ว พอเล้งเปื่อยก็เลาะเอาเนื้อมาผสมกับเครื่องปรุง ย่างให้หอม เท่านี้ก็กลายเป็นแหนมเนือง” เขาเล่าเรื่อยๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติในการทำอาหาร ทั้งที่เรากลับรู้สึกอัศจรรย์ในการใช้วัตถุดิบแบบเก็บทุกเม็ดของเขาอยู่ในใจ มากกว่านั้นแหนมเนืองของเขายังรสชาติเฟรนด์ลี่กับผู้ป่วย เป็นรสชาติกลางๆ ไม่เค็มจัด ไม่เผ็ดไป ผักสดนั้นก็เลือกและล้างมาอย่างดี

เช่นกันกับ‘ไข่กระทะยั่วญวน’ เมนูที่แค่ฟังดูก็รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง ทว่าเป็นเราเองที่ย่ามใจ เข้าใจไปเองว่าจะได้กินไข่กระทะแบบที่คุ้นเคย

3

ประการแรก ไข่กระทะของโน๊ตไม่ได้เสิร์ฟในกระทะ

แต่เสิร์ฟบนแผ่นแป้งบางกรอบย่างร้อนๆ ซึ่งคนเวียดนามเรียกว่า‘ใบเมี่ยง’ ที่ตอกไข่ใส่ลงไป ย่างอีกนิดให้พอเป็นยางมะตูม โรยเนื้อสัตว์ ผักโรย เครื่องเทศ ก่อนตบท้ายด้วยซอสพริกทำเองที่เขาภูมิใจนำเสนอ

และไม่น่าเชื่อ ไข่บนกระทะแป้งของเขาให้สัมผัสแปลกใหม่ แต่ยังครบรสไข่กระทะแบบไม่ขาดตกบกพร่อง ไข่ยางมะตูมสุกกำลังดี ซอสพริกที่เคี่ยวจากพริกอินทรีย์นานาชนิดนั้นก็กลมกล่อมเข้ากันดีกับเนื้อสัตว์ ทั้งยังช่วยตัดเลี่ยนเมื่อต้องกินทั้งไข่และแป้ง เรียกว่าเป็นสมการรสชาติที่คิดมาแล้วอย่างดี

“ความสนุกของอาหารเวียดนามคือเป็นสัญชาติอาหารที่เอนจอยกับอิทธิพลต่างชาติแบบไม่เคอะเขิน ฉันชอบรสชาติแบบฝรั่งเศสฉันก็มีอาหารฝรั่งเศสในเมนูประจำชาติ หรือชอบอาหารจีนก็หยิบมาประยุกต์ให้เข้ากับรสนิยมตัวเองจนกลายเป็นจานโด่งดัง” เขาเล่าเรื่อยๆ“เราว่านี่เป็นอัตลักษณ์ใกล้เคียงกันกับอาหารไทยและลาว บ้านพี่เมืองน้องกันนี่เอง”

เขาสำทับก่อนยกสองเมนูที่อุดมด้วยกลิ่นอายประเทศเพื่อนบ้านมาเสิร์ฟ‘เฝอแซ่บแห้ง’ และ‘สลัดเวียงจันทน์’ หน้าตาสดชื่นชวนชิม ทั้งรสยังกลมกล่อมทว่าซับซ้อนชวนให้ถามถึงเบื้องหลังการปรุง“ปกติเฝอจะเสิร์ฟแบบซุป แต่พอเราขายในโรงพยาบาล เพื่อความสะดวกในการปรุง ก็ประยุกต์เป็นแบบแห้ง แต่ยังคงกลิ่นของอาหารเวียดนามไว้ครบ ส่วนสลัดเวียงจันทน์ พื้นฐานคือสลัดเย็น พอเติมไข่ต้ม ผักพื้นบ้านกลิ่นฉุนที่เจอในอาหารอีสานอย่างผักแขยงลงไปเสริม ก็กลายเป็นสลัดที่มีชีวิตชีวา กินแล้วนึกถึงอาหารอีสาน(ยิ้ม)”

พ่อครัวเล่าเรื่อยๆ ระหว่างเราละเลียดทั้งสองจาน และเป็นอย่างที่เขาว่า เพราะทุกคำทำให้เรารู้สึกถึงสำรับอาหารประเทศเพื่อนบ้านที่ทั้งเฟรนด์ลี่ สัมผัสถึงความใส่ใจ ทั้งความใส่ใจในการปรุงแต่งรสชาติอาหาร และความเอาใจใส่ของผู้อยากมอบทางเลือกแสนพิเศษเพื่อช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายของผู้คน

ล่าสุดทางร้านอินทรีย์แกงค์แจ้งว่า สาขานี้ปิดลงอย่างเป็นทางการแล้ว

โดยเชฟโน๊ต เจ้าของร้านได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กบอกว่า “สาขานี้ปิดลงแล้วอย่างเป็นทางการ มีหลายคนถามมาว่าทำไม จริงๆ ผมก็ยังไม่ได้บอกรายละเอียดไป แต่คิดว่าเรื่องนี้น่าจะพอมีประโยชน์กับคนอื่นได้บ้าง”

“ตอนที่กำลังจะเปิดร้าน ผมได้เขียนแผนการเงินไว้คร่าวๆ แล้วว่า ร้านนี้จะมีรายจ่ายประจำอยู่ที่เดือนละ 80,000 บาท รวมแล้ว ควรจะต้องทำเงินให้ได้เดือนละ 180,000-200,000 บาท เฉลี่ยแล้วเดือนนึงขายได้ 25 วัน ต้องหาเงินให้ได้วันละ 8,000 บาท ร้านถึงจะอยู่ได้”

“พอเปิดไปพบว่า เราทำเงินได้วันละประมาณ 1,500-3,000 บาท ซึ่งผมก็มองหาทางออกอยู่หลายๆ ทาง การเพิ่มรายได้ การลดรายจ่าย ซึ่งโอกาสที่จะทำได้นั้นมีอยู่ แต่ยากมาก สุดท้ายก็อย่างที่เคยบอกไปว่า การย้ายร้านไปที่วังหลัง แล้วค่อยๆ ทำร้านไป น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”

Highlights

  • อรุณวตรี รัตนธารี แห่งคอลัมน์ aftertaste ชวนไปร้านอาหารสุขภาพที่เพื่อสุขภาพจริงๆ ไม่ใช่แค่คลีน
  • ร้านนี้ชื่อว่า 'อินทรีย์แกงค์' ของเชฟโน๊ต–อธิป สโมสร เป็นร้านอาหารเวียดนามที่ตั้งอยู่กลางโรงอาหาร ณ ริมน้ำ ของโรงพยาบาลศิริราช
  • โน๊ตเปิดร้านด้วยคอนเซปต์ตามใจฉัน ด้วยการหยิบวัตถุดิบพื้นบ้านและอาหารอินทรีย์มาปรุงเป็นเมนูอร่อยไร้นิยาม ในรสชาติที่หลายคนไม่คุ้นเคย
  • ส่วนเมนูที่เราแนะนำในวันนี้คือ แหนมเนืองสูตรเมืองเว้, ไข่กระทะยั่วญวน, หมี่ถาดโอบามา และเฝอแซ่บแห้ง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...