โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าจอมมารดาวาด สนมใน ร.4 ลือกันว่าคือหัวโจกในวัง ฤๅเป็นผู้ "ให้ยกพวกตีบริวารเจ้าจอมอื่น"?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 มี.ค. 2567 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 18.39 น.
ท้าววรจันทร ถ่ายเมื่ออายุ 45 ปี พร้อมกรมหมื่นพิทยลาภพพฤฒิยากร (อุ้ม)

เจ้าจอมมารดาวาด เป็นพระสนมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เจ้าจอมมารดาวาดมีความเก่งกาจเรื่องการละคร โดยเป็นนางละครหลวง เป็นท้าววรจันทร และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น โดยเฉพาะเรื่องความเป็น “หัวโจก”

เจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 4 ได้รับการฝึกสอนด้านการละครตั้งแต่เด็ก และได้เป็นที่ท้าววรจันทรในสมัยรัชกาลที่ 4 ท่านมีนามเดิมว่า“แมว” เกิดเมื่อ พ.ศ. 2384 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สกุลของท่านสืบเชื้อสายมาตั้งแต่พระยาอภัยพิพิธ (สุ่น) ซึ่งรับราชการในกรมท่าในสมัยรัชกาลที่ 1

เจ้าจอมมารดาวาดเป็นธิดาของนายสมบุญ มหาดเล็ก มารดาท่านชื่อถ้วย รับราชการฝ่ายใน นายสมบุญเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเด็กเจ้าจอมนาคในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นป้า กลายเป็นผู้เลี้ยงดูท่านและฝึกสอนละครให้ร่วมกับครูการละครอีกหลายท่าน อาทิ เจ้าจอมมารดาแย้ม ในรัชกาลที่ 3 (สมัยนั้นเล่นเป็นตัวอิเหนา)

หลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ เจ้าจอมนาคจึงนำท่านเข้าถวายตัวแด่สมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนาวดี เมื่อครั้งเจ้าจอมนาคถวายบังคมขอลาออกจากราชการได้ขอตัวท่านออกมาด้วย แต่เมื่อสมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนาวดีทรงฝึกหัดข้าหลวงรำละครถวายรัชกาลที่ 4 เมื่อพระองค์เสด็จลงเสวยที่พระตำหนัก พระองค์ขอท่านจากเจ้าจอมนาคมาฝึก ซึ่ง เล็ก พงษ์สมัครไทย นักเขียนด้านประวัติศาสตร์ อธิบายว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรละครก็จำท่านได้

เมื่อ พ.ศ. 2395 สมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนาวดีเสด็จสวรรคต เจ้าจอมมารดานาคขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ท้าววรจันทร (แมว) ซึ่งช่วงเวลานั้นยังอายุเพียง 11 ปีออกจากราชการ โดยอ้างว่าถวายตัวพระองค์สมเด็จพระนางโสมนัสวัฒนาวดีเท่านั้น แต่ออกมาไม่นาน รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้กรมวังและตำรวจหลวงรับตัวท้าววรจันทรกลับมารับราชการละครหลวง ท่านได้รับบทเป็นพระเอก พระรองในช่วงแรก กระทั่งช่วงหนึ่งที่ขาดตัวพระเอก จึงได้รับโอกาสเป็นพระเอกตั้งแต่นั้นมาตลอดรัชกาล

เล็ก พงษ์สมัครไทย บรรยายว่า ท่านเป็นพระเอกที่รำสวยและสง่าแบบ “ไม่มีที่เปรียบได้” เล่นละครเป็นพระเอกทั้งตัวอิเหนา พระราม และบางครั้งก็เป็นเทวดา จากนั้นท่านถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาในรัชกาลที่ 4 ซึ่งนางละครก็ยังเป็นหน้าที่ของเจ้าจอม และได้ถวายรับใช้มาตลอด โดยได้เล่นและรำได้สง่างามหลายครั้งจนเป็นที่เลื่องลือ นอกเหนือจากงานละครแล้ว หน้าที่ของบาทบริจาริกาทำให้ท่านได้โดยเสด็จพระราชดำเนินไปหัวเมืองต่าง ๆ ด้วยบ่อยครั้ง

รัชกาลที่ 4 สวรรคตใน พ.ศ. 2411 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ครองราชย์ และบรรลุพระราชนิติภาวะบริหารราชการแผ่นดินด้วยพระองค์เองใน พ.ศ. 2429 พระองค์ทรงเห็นว่า ราชการฝ่ายในขาดผู้บังคับบัญชาสิทธิขาด ท้าววรจันทร (มาลัย) อายุมาก ท้าวนางรองลงมาก็ไม่สามารถสั่งการเฉียบขาดได้

รัชกาลที่ 5 ทรงทาบทามเจ้าจอมมารดาวาดให้มารับราชการในวังอีกครั้ง แม้เจ้าจอมจะบ่ายเบี่ยง แต่พระองค์ทรงแนะนำว่า สามารถกราบบังคมทูลถามได้ทุกอย่าง และจะทรงสอนให้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรเป็น ท้าววรจันทร บรมธรรมิก ภักดีนารีวรคณานุรักษา บังคับบัญชาราชการในพระบรมมหาราชวัง

เล็ก พงษ์สมัครไทย ผู้เขียนหนังสือ “พระญาติ ราชสกุลกรุงรัตนโกสินทร์” บรรยายว่า การบริหารงานฝ่ายหน้าและฝ่ายในในช่วงต้นรัตนโกสินทร์จนถึงรัชกาลที่ 5 จะแยกออกจากกัน พระบรมวงศานุวงศ์ พระสนม และข้าราชการฝ่ายใน มักมีบริวารกันจำนวนมาก ทำให้พระบรมมหาราชวังกลายเป็นที่ประชุมประกวดการสมาคมฝ่ายหญิงไม่ด้อยหย่อนไปกว่านอกวัง

มีเรื่องเล่าจากพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร พระโอรสในพันเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา ซึ่งเป็นหลานย่าของท้าววรจันทร (เจ้าจอมมารดาวาด) เสด็จไปประทับร่วมกับท่านในพระบรมมหาราชวัง เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ทรงนิพนธ์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของท้าววรจันทร มีเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า

“นิสัยคุณย่า เป็นคนที่ภาษาสามัญใช้ว่าหัวโจก มีอัธยาศัยเฉียบขาดรุนแรง แต่ระคนด้วยเมตตากรุณา พยายามคุ้มครองรักษาผู้น้อยใต้บังคับบัญชา ไม่ว่าในราชการหรือครอบครัว ในระหว่างที่เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 4 เป็นคนกว้างขวาง มีบริวารมากอันนิสสัยเช่นนี้ ในทางดีย่อมเห็นกันอยู่แล้ว แต่ ทางร้ายของการมีบริวารมากนั้นก็ใช่ว่าไม่มี

ท่านเคยเล่าว่า ท่านได้ให้ยกพวกบ่าวไพร่ เพื่อนฝูง ไปตีกันกับบริวารของเจ้าจอมอื่น ๆ ก็มี มาถึงตอนรัชกาลที่ 5 ที่เข้าไปเป็นท้าววรจันทรนิสสัยหัวโจกดูเหมือนจะช่วยท่านได้มาก ด้วยนิสสัยเช่นนี้ ช่วยให้ท่านรู้เท่าถึงนัยของหัวโจกต่าง ๆ ที่ได้ตั้งตัวขึ้นในพระบรมมหาราชวังในครั้งนั้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้แสดงพระราชประสงค์ให้ท่านเข้าไปปราบปรามนั้น ท่านจึงได้ทําการปกครองได้สําเร็จ

ถึงแม้จะไม่ได้รับความนิยมรักใคร่ของทุกคน ก็ได้รับความไว้วางใจและความเคารพเกรงใจของคนทุกชั้นที่อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ถึงแม้ท่านจะเป็นคนใจเร็วและทําอะไรทําโดยด่วน ลงมือเร็วสําเร็จเร็วก็จริง แต่ท่านไม่ใคร่ทําอะไร ๆ นอกจากท่านจะได้ตรองอะไรเห็นดีเห็นชอบแล้วด้วยตนเองจริง ๆ

การสิ่งใด ๆ ที่คนนั้นคนนี้มาแนะนําตักเตือนว่าควรทําอย่างนั้นควรทําอย่างนี้ิ ถ้าท่านมิได้เห็นจริงตามแล้วก็ยากที่ท่านจะอนุโลมเพียงโดยเหตุว่าใคร ๆ เขาว่าดีว่าถูก เหตุฉะนี้จึงเกิดข้อครหาขึ้นเนือง ๆ ว่าท่านเป็นคนดื้อ แม้ในราชการบางคราวก็เคยมีผู้กราบบังคมทูลกล่าวโทษท่านรุนแรงว่ายาก…โดยเหตุแห่งนิสสัยอันรุนแรงเช่นนี้ในชั้นต้น ท่านจึงต้องปะทะกับคนต่าง ๆ ทุกชั้น แต่ในที่สุด เมื่อทรงรู้จักนิสสัยท่านดีขึ้น ก็กลายเป็นพระเมตตาทุกพระองค์ โดยเฉพาะสมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ และสมเด็จพระพันวัสสาเจ้า…”

สำหรับการกล่าวโทษดังเนื้อหาข้างต้นนั้น เล็ก พงษ์สมัครไทย อธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเข้าพระทัยในการปฏิบัติหน้าที่ของท้าววรจันทร เมื่อมีพระบรมวงศ์ฝ่ายในกราบบังคมทูลกล่าวโทษท้าววรจันทร พระองค์มีพระราชดำรัสว่า

“เรื่องท้าววรจันทรนั้นฉันขอเสียที รู้อยู่แล้วว่าไฟ ก็อย่าได้เอามือเข้าไปจี้ เขาไม่ได้เดินเหินหรือขอเข้ามา ฉันเอาเขาเข้ามาเอง”

ไม่เพียงแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเท่านั้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเมตตาท้าววรจันทรด้วย เนื่องจากทรงคุ้นเคยกับท้าววรจันทรมาแต่ทรงพระเยาว์

ในสมัยรัชกาลที่ 6 การงานในพระบรมมหาราชวังไม่ใคร่มากมายเหมือนก่อน เนื่องจากรัชกาลที่ 6 ประทับพระราชวังอื่น ไม่ได้ประทับในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงที่รัชกาลที่ 6 สวรรคตใน พ.ศ. 2468 ท้าววรจันทรยังรับราชการอยู่ แม้จะอยู่ในวัย 84 ปีแล้วก็ตาม

เมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเมตตาท้าววรจันทร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ชั้นที่ 2 เมื่อครั้งท้าววรจันทรทำบุญฉลองอายุครบ 90 ปี

ท้าววรจันทร ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ใน พ.ศ. 2482 ขณะอายุ 98 ปี

ท้าววรจันทร ประสูติพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 61 ในรัชกาลที่ 4 แต่ในต้นรัชกาลที่ 6 พระโอรสพระองค์นี้ (ภายหลังคือ นายพันเอก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา) สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2456

นายพันเอก พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา มีพระโอรสและพระธิดา ประสูติแต่หม่อมเอม 13 พระองค์ โอรสพระองค์ที่ 2 คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต กรมหมื่นพิทยลาภพพฤฒิยากร เป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ เมื่อ พ.ศ. 2469 ต่อมาใน พ.ศ. 2492 รับตำแหน่งเป็นประธานองคมนตรี สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2517 รวมพระชนมายุ 88 พรรษา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เล็ก พงษ์สมัครไทย. พระญาติ ราชสกุลกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : ข้าวฟ่าง, 2549

เจ็ดรอบอายุ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร. พระนิพนธ์พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร, 2512

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 สิงหาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าจอมมารดาวาด สนมใน ร.4 ลือกันว่าคือหัวโจกในวัง ฤๅเป็นผู้ “ให้ยกพวกตีบริวารเจ้าจอมอื่น”?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...