นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
วันพฤหัสบดีที่29 สิงหาคม2562 เวลา10.30 น. นายพลากรสุวรรณรัฐองคมนตรีในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือพร้อมคณะอนุกรรมการฯเดินทางไปยังห้องประชุมโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอำเภอวัดโบสถ์จังหวัดพิษณุโลกเพื่อติดตามและรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำของจังหวัดพิษณุโลกการบริหารจัดการน้ำของโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนสร้างขึ้นตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอันมีความหมายว่า"เขื่อนแควน้อยที่ทำให้มีความเจริญในพื้นที่" เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนเป็นอ่างเก็บน้ำอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ประกอบด้วยเขื่อนหลัก3 เขื่อนได้แก่เขื่อนแควน้อยเขื่อนสันตะเคียนและเขื่อนปิดช่องเขาต่ำสามารถเก็บกักน้ำได้939 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งสร้างประโยชน์ในการป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำแควน้อยตอนล่างในเขตอำเภอเมืองอำเภอวังทองและอำเภอบางกระทุ่มจังหวัดพิษณุโลกยังสามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูกทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งในพื้นที่โครงการฯจำนวน155,166 ไร่ซึ่งครอบคลุมพื้นที่17 ตำบล4 อำเภอได้แก่อำเภอวัดโบสถ์อำเภอวังทองอำเภอเมืองพิษณุโลกและอำเภอพรหมพิรามรวมทั้งยังช่วยพื้นที่ในเขตทุ่งเจ้าพระยาในช่วงฤดูแล้งประมาณ250,000 ไร่นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งมีกำลังผลิต38 เมกะวัตต์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละ148.8 กิกกะวัตต์/ชั่วโมงรวมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดขนาดใหญ่นำไปสู่อาชีพประมงน้ำจืดให้กับราษฎรและยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดพิษณุโลกที่สร้างรายได้ให้กับราษฎรปัจจุบันราษฎรได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำจำนวน503 กลุ่มมีสมาชิกรวม3,472 รายเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์กับทุกคนต่อไป
จากนั้นเวลา16.00 น. องคมนตรีและคณะฯเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน31 อำเภอหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ตำรวจตระเวนชายแดนประจำฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนที่31 และทหารจากกองพันทหารม้าที่28 จังหวัดเพชรบูรณ์รวมจำนวน40 ชุดเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป