โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจงที่มาไอเดีย 'รีคอล' ใบขับขี่ตลอดชีพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ส.ค. 2563 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 05.48 น.

เกิดเสียงคัดค้านกระหึ่ม จากกรณีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) มีแนวคิดเรียกผู้มีใบขับขี่รถยนต์แบบตลอดชีพกลับมาทดสอบสมรรถนะในการขับรถใหม่อีกครั้ง หลังยกเลิกไม่ออกใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพเพิ่มเติมตั้งแต่ปี 2546 เนื่องจากได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้จะได้ใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพ แต่เมื่ออายุมากขึ้น แต่สภาพร่างกาย เช่น การมองเห็น และการได้ยิน อาจไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ และมีหลายครั้งที่มีผู้สูงอายุขับขี่รถยนต์ ที่มีใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพขับขี่รถบนท้องถนนแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น

โดยจะดำเนินการภายใต้ชื่อ โครงการเรียกผู้ขับขี่รถ และมีใบอนุญาตแบบตลอดชีพกลับมาทดสอบสมรรถนะการขับรถใหม่ หรือ recall (รีคอล) เพื่อให้ผู้ถือใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพ กลับมาแสดงตัวที่ขนส่งทางบกทั่วประเทศ และทำการทดสอบสมรรถภาพความพร้อมในการขับขี่อีกครั้ง

ผู้ขับขี่รายใดที่ยังมีสมรรถภาพร่างกายพร้อม ก็จะสามารถใช้ใบอนุญาตขับขี่ฉบับนั้นได้ต่อไป แต่หากผู้ถือใบอนุญาตรายใด สภาพร่างกายไม่สามารถขับรถได้แล้ว และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุในการขับขี่บนท้องถนน ก่อให้เกิดอันตรายทั้งกับตัวเองและผู้ใช้รถคนอื่น ก็จะพิจารณาว่า จะต้องมีการยกเลิกใบอนุญาตของบุคคลนั้นหรือไม่

จันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายปฏิบัติการ กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า การ recall ใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพเป็นโครงการที่ฝ่ายปฏิบัติการของกรมการขนส่งทางบกเตรียมการไว้นำเสนอ จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากใบขับขี่ตลอดชีพยังไม่อยู่ในระบบใบขับขี่รุ่นใหม่ที่มีคิวอาร์โค้ดอยู่ด้านหลัง เพราะว่าใบขับขี่ที่ทำอยู่กำลังพัฒนาไปสู่ไลเซ่นส์บนมือถือ

แต่ว่าคนที่จะใช้บนมือถือได้ต้องมีใบขับขี่ที่มีคิวอาร์โค้ดก่อน เพื่อเป็นช่องทางในการเข้าสู่อินเตอร์เน็ตไลเซ่นส์

อีกประเด็นหนึ่งคือ อยากจะสำรวจสำมะโนประชากรใบขับขี่ตลอดชีพสักครั้งหนึ่งว่าจริงๆ เหลือเท่าไหร่ เพราะใบขับขี่ตลอดชีพเป็นกรณีเดียวที่ออกจากกรมการขนส่งทางบกแล้วไม่กลับมาหาอีกเลย นอกจากชำรุดสูญหายเท่านั้น ก็เลยเป็นโครงการที่เตรียมเสนออธิบดีพิจารณา

“การเรียกผู้มีใบขับขี่ตลอดชีพเข้ามาเปลี่ยน หลักคือต้องการเรียกเข้ามาเพื่อให้เข้ามาสู่ระบบฐานข้อมูลใหม่ที่เราอยากรวบรวม เพราะถ้าทุกคนเข้ามาอยู่ในฐานข้อมูลเดียวกัน จะมีบริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทุกคนจะอยู่ในระบบเดียวกัน วิธีการคือไม่ได้เรียกมาใน 3 วัน 7 วัน แต่จะมีการเสนอว่าอาจจะเป็น 1 ปี 2 ปี ส่วนจะนานไปหรือไม่ก็แล้วแต่ที่ประชุมจะพิจารณา และจะมีการออกระดมไปยังพื้นที่เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพื่อไม่ให้มีปัญหาบ่นว่าคนเยอะ รถติดอีก ก็มองเห็นประเด็นปัญหาอยู่แล้ว ในการนำเสนอตรงนี้ก็ทราบดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชน”

“ในเรื่องนี้ก็จะเกี่ยวเนื่องกับอีกเรื่องหนึ่งคือ พอดีว่ามีการประชุมอีกชุดหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานใบขับขี่ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะมีการปรับปรุงในเรื่องใบรับรองแพทย์ เพราะมีความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในการประชุมก็มีการเสนอไอเดียในที่ประชุม มีคุณหมอ มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ มากมายมาช่วยกันพิจารณา คือ เสนอว่ากรมการขนส่งทางบกอยาก “recall” ใบขับขี่ตลอดชีพ จะทำอย่างไร ก็เลยเกิดการคุยกันขึ้นว่า ควรจะทดสอบสมรรถนะด้วยดีหรือไม่ แต่จะเป็นอะไรอย่างไร ก็อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอโครงการกับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เรื่องนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นเลย แต่พอดีมีประเด็นผู้สูงอายุเกิดขึ้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ทางอธิบดีก็คงไปรับทราบมาในตอนที่ตนนำเสนอในที่ประชุมว่าดีหรือไม่ แล้วจะติดขัดอะไรหรือไม่ ทางอธิบดีก็เลยบอกว่าเดี๋ยวคงจะต้องคุยกันกับตนว่าสัปดาห์หน้าจะมีการหารือกันว่าโครงการที่จะนำเสนอจะเป็นอย่างไร”

“สำหรับคำว่าทดสอบใหม่นั้น คือ สมรรถนะเฉยๆ ไม่ใช่การสอบใบขับขี่อะไรใหม่ เหมือนกับทุกคนที่มาต่อใบขับขี่ 5 ปี ก็จะมีทดสอบสายตาบ้าง หรือว่าการมองเห็นในระยะบ้าง เรียกว่าทดสอบสมรรถนะ ไม่ใช่สอบใบขับขี่ใหม่ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า การทดสอบสมรรถนะ ไม่ใช่การสอบข้อเขียน หรือทดสอบอื่นๆ ใหม่ จะไม่มีแน่นอน และไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน”

“อย่างไรก็ตาม อยากให้มองเรื่องของความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันเป็นหลัก จากการรับฟังข้อมูลมา เสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย โดยแนะนำว่า ควรจะดูสักนิดหนึ่งว่าผู้จะขับรถ สมรรถนะทางร่างกายของผู้ที่สูงอายุมากๆ จะดูนิดหน่อยดีไหม จึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมา”

“ประเด็นของเรื่องนี้คือ ไม่ถึงกับต้องสอบใหม่ขนาดนั้น เรื่องก็ยังไม่ได้นำเสนออธิบดี เป็นเพียงโครงการที่เคยไปเล่าในที่ประชุมอีกชุดหนึ่งเท่านั้น ที่มีคุณหมอเยอะๆ ท่านก็เลยบอกว่าช่วยกันปรับช่วยกันปรุงจะได้ออกมาพอดี ไม่มีใครเดือดร้อน เพราะทราบดีว่า ถ้าทำอะไรที่เป็นปัญหากับประชาชนก็น่า จะไม่ได้อยู่สุขเท่าไหร่” รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบาย

“จันทิรา” ยังระบุย้ำอีกว่า หากมีการเรียกเข้ามาทดสอบสมรรถนะ เรื่องการอบรม กับเรื่องการสอบไม่มีแน่นอน ที่แน่ๆ คือเป็นการเปิดโอกาสให้เข้ามาเปลี่ยนเป็นใบขับขี่รุ่นใหม่ ขณะที่กรมการขนส่งทางบกก็จะเห็นสภาพร่างกาย การเดินของผู้มีขับขี่เท่านั้น ตามที่ได้นำเรื่องเข้าหารือกับหน่วยงานทางสาธารณสุข ด้านความปลอดภัยต่างๆ แต่ถ้าจะมีการเสนอ หรือให้นโยบายเข้มข้นอีกนิดหนึ่ง ก็ต้องรอฟังต่อไปว่าผลจะออกมาอย่างไร

สำหรับเรื่องการนำเสนออธิบดีพิจารณานั้น ไม่ใช่เรื่องยาก สามารถนำเสนอได้โดยเร็วอยู่แล้ว แต่การดำเนินการเรียกผู้มีใบขับขี่เข้ามาอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีในการเปลี่ยนเลย ไม่ใช่ 3 เดือน 6 เดือน จะสามารถรวบรวมคนทั้งหมดให้เข้ามาใช้บริการได้ ต้องมีระยะเวลาทยอยเปลี่ยนกันไป และช่วงนี้ก็อยู่ระหว่างนิวนอร์มอลก็ไม่สามารถให้บริการใบขับขี่ในหน่วยงานได้จำนวนมาก ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมและรับประชาชนเข้ามาใช้บริการก็ต้องจำกัดจำนวน รับคนได้น้อยลงก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย

“เมื่อไปทดสอบแล้ว จะไม่มีการตัดสิทธิไม่ให้ใบขับขี่ตลอดชีพ จะยังได้ใบขับขี่ตลอดชีพเหมือนเดิม เพียงแค่ “recall” เท่านั้น แต่คนไหนที่ได้ใบขับขี่แบบใหม่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมาอีก สำหรับการให้ใบขับขี่ตลอดชีพในต่างประเทศนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบเหมือนกันว่ามีหรือไม่ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะต้องเข้าไปหาข้อมูลประเทศต่างๆ เพื่อนำเข้ามาคุยกันในที่ประชุมด้วย แต่ไม่มีแนวโน้มจะยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ ส่วนทดสอบสมรรถภาพร่างกายอาจจะมีหรืออาจจะไม่มีก็ได้ เพราะขณะนี้ยังไม่เกิดการประชุมกัน ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ยังไม่มีการหารือ เพียงแค่ตั้งโครงการเท่านั้น ส่วนตัวเลขผู้ที่ใบขับขี่ตลอดชีพคร่าวๆ ก็อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคน ขณะที่ผู้ที่ใบขับขี่ทั่วประเทศอยู่ที่ 30 หรือ 40 ล้านคน ใกล้เคียงกับจำนวนรถยนต์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ” จันทิรากล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...