โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัดหลังบริษัทเหล้าเบียร์นำเข้า บี้ภาษีย้อนหลัง-สำแดงราคาต่ำปรับหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 25 ก.ย 2560 เวลา 17.14 น.

สะเทือนทั้งบาง “เหล้า-เบียร์” นำเข้าสำแดงราคาต่ำเกินจริง หวั่นโดนเช็กบิลย้อนหลัง หลังภาษีใหม่เปลี่ยนใช้ฐาน “ราคาขายปลีก” ตรวจสอบง่าย ดัดนิสัยผู้ประกอบการหัวหมอ ชี้มีบางรายใช้วิธีปิดบริษัทเก่าแล้วตั้งใหม่ ล้างกระดาน หนีการถูกตรวจสอบ

แหล่งข่าวจากวงการเหล้าเบียร์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญคือการเปลี่ยนเกณฑ์การคิดภาษี จากราคาหน้าโรงงาน ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย และราคาสำแดงนำเข้า (ซีไอเอฟ) มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำก่อนคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งก็คือราคาที่คิดกับผู้บริโภคทั่วไปรายสุดท้ายในตลาดปกติ เช่น โมเดิร์นเทรด เทรดิชั่นนอลเทรดต่าง ๆ

แหล่งข่าวรายนี้ยังระบุด้วยว่า การปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บภาษีใหม่ของกรมสรรพสามิตดังกล่าว จะทำให้ผู้นำเข้าที่เคยแจ้งราคาซีไอเอฟต่ำ ๆ จะต้องเจอภาระภาษีที่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก และมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ประกอบการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศบางราย ที่เคยสำแดงราคาต่ำเกินกว่าความเป็นจริงมาก ๆ อาจจะถูกตรวจสอบ เนื่องจากราคาฐานการคำนวณภาษีใหม่และเก่ามีความแตกต่างกันมาก ซึ่งเป็นการแสดงถึงการจงใจเลี่ยงภาษี หรือแจ้งต้นทุนต่ำเพื่อให้เสียภาษีจำนวนน้อย ๆ ในช่วงก่อนหน้านี้

“ตอนนี้เริ่มมีภาพความเคลื่อนไหวของอิมพอร์ตเตอร์เหล้าเบียร์บางรายใช้วิธีปิดบริษัทเก่า แล้วตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาแทน เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบย้อนหลัง ทริกของผู้นำเข้าก็คือ จะมีการตั้งบริษัทเอาไว้ 2 แบบ คือ บริษัท ก. ทำหน้าที่นำเข้า บริษัท ข. ทำหน้าที่ขาย สมมุติบริษัท ก. สำแดงว่านำเข้ามา 10 บาท ขายให้ ข. 12 บาท แต่เอาไปขายให้ผู้บริโภค หรือช่องทางทั่วไป 100 บาท ทำให้เสียภาษีต่ำกว่าผู้ประกอบการในประเทศบางรายที่เคยใช้ฐานราคาขายจากหน้าโรงงานเสียอีก ล่าสุดมีบางรายที่ถูกกรมสรรพสามิตเรียกไปชี้แจงแล้ว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ระบุว่า เกณฑ์การคิดราคาขายปลีกแนะนำจากกรมสรรพสามิต มีวิธีการคิดจากราคาขายต่อผู้บริโภคทั่วไปที่ปรากฏบนสินค้า สิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ รายการราคา หรือราคาที่ได้แจ้งไว้กับส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ โดยกรมสรรพสามิตจะพิจารณาจากต้นทุนการผลิต ค่าบริหารจัดการ และกำไรมาตรฐาน โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนกรณีของสินค้านำเข้า จะพิจารณาจากต้นทุนการนำเข้าสินค้า ได้แก่ ราคาซีไอเอฟ อากรศุลกากร และค่าใช้จ่ายอื่นที่ใช้ในการดำเนินพิธีการศุลกากร

หากผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้าแจ้งราคาขายปลีกต่ำกว่า 95% ของราคาฐานนิยม (ราคาขายปลีกที่พบมากที่สุดในตลาดปกติของสินค้านั้น) หรือ 85% ของราคาขายปลีกสูงสุดในช่องทางปกติ ในกรณีที่ไม่สามารถหาราคาฐานนิยมได้ จะถือว่าเป็นราคาขายปลีกที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จะใช้ราคาขายปลีกสูงสุดในตลาดปกติที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...