โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แนะกลยุทธ์เชิง "ธุรกิจ-นโยบาย"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2564 เวลา 04.31 น.

เป็นที่แน่นอนว่าหลังวิกฤตโควิด-19 ภาคการท่องเที่ยวจะไม่กลับมาเหมือนเดิม ทั้งในส่วนของรูปแบบการท่องเที่ยว การทำธุรกิจ รวมถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยว

“ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด” ผอ.แผนงานยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาสำหรับการท่องเที่ยวไทยหลังโควิด-19 บอกว่า จากงานวิจัยครั้งนี้พบว่าหลังโควิดธุรกิจท่องเที่ยวจะเกิดภาพที่ชัดเจน 4 เรื่อง คือ

1.นักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจในสิ่งที่คุ้นเคยและเชื่อถือได้

2.มีความเป็นส่วนตัว เลี่ยงพื้นที่แออัด เดินทางเป็นกลุ่มเล็กลง

3.ติดตามตัวได้ทุกเวลา

และ 4.จะเห็นทุนใหญ่กว้านซื้อกิจการมากขึ้น

ดังนั้น ธุรกิจท่องเที่ยวต้องเตรียมพร้อมในเชิงยุทธศาสตร์ธุรกิจและนโยบาย โดยในเชิงธุรกิจต้องมองการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจแพลตฟอร์ม ต้องมีความรู้เรื่องของการใช้เทคโนโลยี และต้องสร้างความหลากหลายของซัพพลายด้านท่องเที่ยว

ส่วนในเชิงนโยบายต้องลดการพึ่งพาการท่องเที่ยวโดยไม่ลดรายได้จากการท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาฐานรากทั้งหมดให้ใหญ่ขึ้น กระจายการลงทุนและบริหารลงท้องถิ่น และปรับแนวทางการลงทุนด้านการท่องเที่ยวตามความเสี่ยงและผลตอบแทน

ด้านข้อเสนอแนะ “ดร.มิ่งสรรพ์” บอกว่า อยากให้รัฐเน้นการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้เศรษฐกิจท่องเที่ยว พัฒนาแพลตฟอร์มท่องเที่ยว บูรณาการและพัฒนาท่องเที่ยว อาหาร การแพทย์ และเศรษฐกิจฐานราก กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมากขึ้น

รวมถึงใช้มาตรการการคลังเข้ามาช่วย มีกองทุนที่มาจากการเก็บภาษีนักท่องเที่ยวเพื่อใช้เมื่อเกิดปัญหา สนับสนุนการใช้สื่อออนไลน์ทำให้สินค้าท่องเที่ยวเป็น all time product และออกพันธบัตรเพื่อสร้างกองทุนรับซื้อหนี้ของธุรกิจเอกชน

ด้าน “ศ.ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์” ผู้อำนวยการแผนการศึกษาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย มองว่าการปรับตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังโควิดนั้นจะปรับทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับผู้ประกอบการ และระดับชุมชน

เช่น ในระดับนโยบายต้องเน้นที่การช่วยเหลือเยียวยา ฟื้นฟู ส่งเสริม และสนับสนุนธุรกิจให้สอดคล้องกับความปกติใหม่ที่เกิดขึ้น อาทิ การส่งเสริมสังคมไร้เงินสดในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดการแพร่เชื้อโควิด การส่งเสริมธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโตมากขึ้น ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ในแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น

หรือบริษัทนำเที่ยวเป็นกลุ่มที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพราะรูปแบบการเดินทางของนักท่องเที่ยวเปลี่ยน หรือธุรกิจสายการบินต้องหันมาโฟกัสเรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างเงินทุนกันใหม่

อีกส่วนที่ต้องปรับตัวแน่ ๆ คือ ภาคชุมชนที่ต้องทำให้มีมาตรฐานในด้านการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานของสาธารณสุข รวมถึงนักท่องเที่ยวก็ต้องปรับตัว โดยเลือกรูปแบบการเดินทางที่มีความปลอดภัยเช่นกัน

ขณะที่ “ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ย้ำว่า สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ เรื่องของ “วิชั่น เซ็นทริก” เพื่อสร้างให้การท่องเที่ยวเกิดความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

ส่วนการกำหนดนโยบาย รัฐบาลต้องดูทั้งส่วนของดีมานด์และซัพพลาย โดยในส่วนของดีมานด์นั้น หากจะเปิดประเทศต้องดูเรื่องของแทรเวลบับเบิลสำหรับประเทศที่มีความพร้อมเพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว ต่อมาคือ ประเมินกลุ่มลูกค้าที่มีความเป็นไปได้ ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับเงื่อนไขซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ ยังมองว่าจุดเด่นเรื่อง value for money destination ยังเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศ และขับเคลื่อนตลาดอินเดียในอนาคตให้ขยับเข้ามาใกล้เคียงกับตลาดจีน รวมถึงใช้จุดเด่นเรื่องของเวลเนสมุ่งจับตลาดกลุ่มเวลเนสและกลุ่มเกษียณอายุ

ส่วนด้านซัพพลายนั้นจากนี้ไปต้องโฟกัสใน 4 เรื่องหลัก คือ 1.มาตรการด้านการเงิน การคลัง 2.ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ทั้งระบบการบริหารจัดการและบุคลากร 3.มาตรการ
ด้านเปิดประเทศ และ 4.มาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย

ยกตัวอย่าง เช่น มาตรการด้านการเงิน การคลัง รัฐต้องดำเนินการเรื่องมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ พักชำระหนี้, ปรับโครงสร้างด้านภาษีธุรกิจท่องเที่ยวที่มีความซ้ำซ้อนและให้สิทธิพิเศษผู้ประกอบการนำเที่ยวอินบาวนด์เหมือนธุรกิจส่งออกที่เคลมภาษี VAT, มีระบบการเคลมภาษีนักท่องเที่ยวที่สะดวกรวดเร็ว เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...