ร.ร.อนุบาลโคราชนำเครื่องสแกนจดจำใบหน้า พร้อมวางมาตรการป้องกันโควิดเต็มที่ต้อนรับเปิดเทอม
โรงเรียนอนุบาลนครนครราชสีมาเตรียมนำเครื่องสแกน AI จดจำใบหน้านักเรียนกว่า 4 พันคน ป้องกันไวรัสโควิดเข้ม รับการเปิดเทอม จัดรูปแบบการเรียนแบบแบ่งครึ่งห้อง สลับวันเรียน ใช้กูเกิลคลาสรูม และแอพพลิเคชั่นหลากหลายสอนควบคู่กัน
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายสมศักดิ์ จักรสาน ผอ.โรงเรียนอนุบาลนครนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้นำผู้สื่อข่าวไปเยี่ยมชมห้องเรียน ซึ่งมีการจัดโต๊ะ เก้าอี้ เว้นระยะห่างจากเดิมที่เรียนห้องละ 30 คน เหลือ 15 คน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเทอม ในวันที่ 1 กรกฎาคม พร้อมกับพาชมห้องถ่ายทอดสด การเรียนการสอนออนไลน์ ผ่านระบบกูเกิลคลาสรูม ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม และจะใช้ในการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการเรียนในห้องเรียนในช่วงเปิดเทอมนี้ด้วย
นายสมศักดิ์ จักรสาน ผอ.โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา เปิดเผยว่า โรงเรียนอนุบาลนครนครราชสีมาถือว่าเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด โดยปีการศึกษา 2563 นี้ มีเด็กนักเรียนอยู่ทั้งหมด 4,220 คน มีห้องเรียนทั้งหมด 114 ห้อง ซึ่งในสถานการณ์โควิด-19 นี้ การจัดระยะห่างในการเรียนการสอนทำได้ค่อนข้างยากมาก เพราะมีนักเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ทางโรงเรียนก็ได้มีการสำรวจความพร้อมของเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ เหลือส่วนน้อยที่ไม่มีความพร้อม ซึ่งจะอยู่ในต่างจังหวัด ติดตามตัวไม่ได้ แต่ก็จะให้ครูลงพื้นที่ติดตามให้ครบ
“ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ทางโรงเรียนได้ประเมินแล้วตั้งแต่ปิดเทอม วันที่ 18 มีนาคม ซึ่งได้มีการจัดอบรมบุคลากรครู ให้นำเทคโนโลยีการเรียนการสอนต่างๆ มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอพพลิเคชั่นซูม โปรแกรมกูเกิลมีทติ้ง กูเกิลคลาสรูม กูเกิลสไลท์ และการเตรียมเอกสารประกอบการเรียนระยะไกล ผ่าน DLTV เป็นต้น หลังจากนั้นก็ได้ทดลองจัดการเรียนการสอนรูปแบบต่างๆ มาตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากครูและนักเรียนเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนรู้สึกตื่นตัวกับการเรียนรูปแบบใหม่ ต่างพากันคิดไอเดียต่างๆ เพื่อให้มีความสนุกสนนานและหลากหลายมากยิ่งขึ้น ครูผู้สอนก็สนุก นักเรียนก็ชื่นชอบ ตอนนี้ก็จะนำมาใช้ในช่วงเปิดเทอมด้วย เพื่อเรียนควบคู่ไปกับการเรียนในห้องเรียน”
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการช่วงเปิดเทอม ก็ได้มีการวางมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยการนำเครื่องสแกนระบบ AI จำนวน 2 เครื่อง มาติดตั้งบริเวณประตูทางเข้า-ออก โรงเรียน เพื่อสแกนใบหน้านักเรียนและครูทุกคน แทนการลงทะเบียนเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งเครื่องนี้นอกจากจะสามารถจดจำใบหน้าได้แล้วยังสแกนอุณหภูมิร่างกายได้ด้วย และมีถาดน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับให้นักเรียนทุกคนล้างรองเท้าบริเวณทางเข้าโรงเรียน หลังจากนั้นเมื่อเข้ามาในโรงเรียนแล้ว ทุกอาคารเรียนจะมีการใช้เทอร์โมสแกน เพื่อวัดอุณหภูมินักเรียนและครูทุกคน พร้อมกับมีเจลล้างมือให้ ส่วนใครที่ลืมหน้ากากอนามัย หรือทำหน้ากากอนามัยหาย ก็จะมีหน้ากากอนามัยสำรองไว้ให้ด้วย
“ส่วนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนนั้น ทางโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมาก็เลือกแบบที่ 4 ตามที่ สพฐ.มีแนวทางให้ คือการสลับกันเรียน เนื่องจากจะมีการจัดโต๊ะ เก้าอี้ในชั้นเรียนเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ต่ำกว่า 1 เมตร จึงทำให้ห้องเรียนไม่เพียงพอ จึงได้แบ่งครึ่งห้องให้สลับกันมาโรงเรียน วันเว้นวัน โดยในส่วนของนักเรียนที่อยู่บ้านก็จะให้เรียนผ่านออนไลน์ด้วยโปรแกรมกูเกิลคลาสรูม ซึ่งจะได้เรียนไปพร้อมกันกับนักเรียนที่อยู่ในห้องเลย จะได้ไม่ต้องมาสอนซ้ำอีก โดยจะมีการส่งคำถาม คำตอบผ่านโปรแกรมได้ทันที ซึ่งระบบนี้ทดลองใช้ดูแล้วได้รับความสนใจจากนักเรียนเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ก่อนเปิดเทอม 1 สัปดาห์ ก็จะมีการออกแบบสอบถามผู้ปกครองนักเรียนอีกทีว่า ถ้าจัดรูปแบบการเรียนเช่นนี้จะพอใจหรือไม่ หากมีอะไรแนะนำแก้ไขก็พร้อมที่จะรับฟัง ดังนั้นจึงขอให้นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนทุกคนมั่นใจว่าจะปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 อย่างแน่นอน” นายสมศักดิ์กล่าว