โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นวเวช อินเตอร์ฯ ทุ่มงบบุกธุรกิจโรงพยาบาล-เปิดใหม่ต้นปีหน้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2563 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 09.50 น.
เดินหน้าลงทุน - ธุรกิจโรงพยาบาลยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ และเลียบด่วนรามอินทรา มีอัตราการเติบโตสูงมาก

3 กลุ่มทุนยักษ์ “ณรงค์เดช-สหยูเนี่ยน-สหพัฒน์” รุกธุรกิจโรงพยาบาลเต็มสูบ ส่ง “นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล” ยึดทำเลทองนวลจันทร์-รามอินทรา เจาะโซนที่พักอาศัย-ประชากรหนาแน่น-กำลังซื้อสูง เร่งก่อสร้างคาดเฟสแรก 152 เตียง ตัดริบบิ้นเปิดให้บริการต้นปี 2564 เล็งบุกซีเนียร์เฮลท์แคร์รองรับสังคมผู้สูงวัย

นายณพ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลนวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทได้เริ่มทำการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 152 เตียง บนถนนเกษตร-นวมินทร์ และถนนนวลจันทร์ โดยงบฯลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท

แต่เนื่องจากที่ผ่านมา ก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดเดิมที่ตั้งไว้ค่อนข้างมาก หรือช้าไปประมาณ 10 เดือน เดิมกำหนดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเฟสแรกในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนหนึ่งต้องกลับประเทศ จากการประกาศปิดประเทศ และแรงงานไทยหายาก

ล่าสุด บริษัทผู้รับเหมาได้เริ่มกลับมาก่อสร้างต่อแล้ว และกำลังเร่งการก่อสร้าง โดยตามกำหนดการจะเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2563 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างเป็นทางการประมาณเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งในช่วงนั้นก็คาดว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 น่าจะคลี่คลายไปแล้ว

โดยโครงการมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 13 ไร่ครึ่ง สำหรับเฟสแรกจะเป็นโรงพยาบาลขนาด 152 เตียง อาคารจอดรถขนาด 600 คัน โดยในเฟสแรกนี้จะใช้งบฯลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนเฟส 2 ระยะถัดไปจะมีเพิ่มอีก 200 เตียง ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมในส่วนนี้อีกประมาณ 1,000 ล้านบาท และหลังจากขึ้นอาคารเฟส 2 แล้ว พื้นที่โครงการยังจะมีพื้นที่เหลืออีกประมาณ 5 ไร่เศษ ซึ่งสามารถจะลงทุนเพิ่มได้อีกระดับหนึ่ง

“อย่างไรก็ตาม จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า ทำให้คนไม่อยากเข้าโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น และคนไข้จากต่างประเทศก็ไม่มีเข้ามา ดังนั้น ช่วงนี้โรงพยาบาลยังเปิดให้บริการไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ขณะเดียวกันก็ทำให้บริษัทมีเวลาในการเตรียมความพร้อมในเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านต่าง ๆ รวมถึงการเตรียมสั่งซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์”

โรงพยาบาลนวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล

นายณพกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทได้ข้อสรุปในการตั้งชื่อโรงพยาบาลแล้ว โดยใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลนวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล และเนื่องจากทำเลที่ตั้งของโรงพยาบาล ตั้งอยู่บริเวณบนถนนนวลจันทร์ และสามารถเข้าได้ 2 ด้าน ด้านหน้าจะอยู่ฝั่งถนนรัชดาภิเษก และอีกด้านหนึ่งจะอยู่ติดถนนรามอินทรา จึงทำให้รัศมีการให้บริการกินพื้นที่ค่อนข้างกว้าง

โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่พักอาศัยในย่านใกล้เคียงทั้งย่านรามอินทรา นวลจันทร์ เรื่อยไปจนถึงอาจณรงค์ ที่สำคัญย่านดังกล่าวเป็นโซนที่พักอาศัยและประชากรหนาแน่น มีหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่หลายโครงการ และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และมีระดับอายุที่ครอบคลุมตั้งแต่ปู่ ยา ตา ยาย และไปจนถึงลูกหลาน นอกจากนี้ ในอนาคตที่ตั้งของโรงพยาบาลยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-ลำสาลีผ่าน และมีสถานีใกล้ ๆ กับโรงพยาบาลด้วย

นายณพย้ำด้วยว่า ธุรกิจโรงพยาบาลยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก เพราะในกรุงเทพฯมีพื้นที่ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ และมีดีมานด์การรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น ซึ่งย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ และเลียบด่วนรามอินทรา มีอัตราการเติบโตสูงมากในกรุงเทพฯ และยังไม่ค่อยมีโรงพยาบาลใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีเพียงโรงพยาบาลเก่า ๆ ไม่กี่แห่ง” นายณพย้ำ

“ทั้งที่พื้นที่ตรงนั้นมีดีมานด์สูงมาก แต่ซัพพลายน้อย เราจึงคิดว่าน่าจะขยาย โดยคอนเซ็ปต์โรงพยาบาลจะมีเทคโนโลยี อีควิปเมนต์ มีความคุ้มค่า คุ้มราคา และใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาช่วย และวางแผนว่าจะเป็นซีเนียร์เฮลท์แคร์ในอนาคต เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทยด้วย แต่การลงทุนในส่วนนี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและต้องมีการศึกษา”

รายงานข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนแปลงสถานภาพมาจากบริษัท เคพีเอ็น เฮลท์แคร์ จำกัด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2558 และมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 550.63 ล้านบาท เป็น 1,350 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นหลักประกอบด้วย นายณพ ณรงค์เดช 31.43% บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) 30% กลุ่มสหพัฒน์ 10% (สหพัฒนพิบูล 5% สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง 2.5% และ ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล 2.5%) นายณัฐวุฒิ เภาโบรามย์ 10.20% นายไกรวิน ศรีไกรวิน 8.30% และคุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา 4.18% บริษัท หลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) 3.70% นางสาวสุจิตรา นวนะนนท์ 0.71% นางนิภาวรรณ ศิริประเสริฐ 0.59% นางสาววรินทร์ทิพย์ โรชาร์พิทักษ์ 0.59% นายทัศนะ นิวัฒน์ภูมินทร์ 0.07% นายธันว์ เหรียญสุวรรณ 0.07% นายรณภพ ปัทมะดิษ 0.07% และนายเสรี หงษ์หยก 0.07%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...