กลยุทธ์ Workpoint 2020: “ส่ง Online ไป On life”
์เจาะกลยุทธ์ Workpoint 2020 เน้นสร้างเนื้อหาที่เจาะลงไปในหลายกลุ่มผู้ชม เพื่อให้ขายกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย มองหากคนย้ายจากโลกทีวีมาออนไลน์ต้องมีแผนรองรับและเมื่อลงออนไลน์ต้องสร้างรายได้เพื่อให้อยู่รอดด้วย
นายสุรการ ศิริโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารการเงิน การลงทุน บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ระบุว่า ปัจจุบัน Workpoint มีสตูดิโอถึง 19 สตู และมีพื้นที่ตัดต่อและทำงานในพื้นที่สตูดิโอเดียวกัน ซึ่ง Workpoint เริ่มต้นในปี ค.ศ.1989
เริ่มต้นจากสตูโอเล็ก ๆ ในตอนนั้นมีปณิธานว่าจะเป็นผู้ให้บริการด้านเนื้อหาคอนเทนต์ที่ดีที่สุดในไทย
"ส่วนตัวมองว่าประสบการณ์ 30 ปีของ Workpoint ไม่มีครั้งใด ที่ไม่ถูกเทคโนโลยีและสังคมเปลี่ยนแปลงการทำงาน (Disruption) ซึ่งวิธีการทำงานของบริษัท คือ ใช้คอนเทนต์นำ และต่อยอดไปยังกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจอื่น ๆ เพื่อรองรับในวันที่โฆษณาทางโทรทัศน์ไม่ใช่รายได้หลักอีกต่อไป"
ที่ผ่านมาในอดีตแนวคิดในการทำทีวีดิจิทัล คือ หากรายการต่าง ๆ ที่ Workpoint ผลิตไม่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับช่องนั้น ๆ อีกต่อไป หรือมีอะไรที่ ช่องนั้น ๆ คิดว่าดีกว่า คอนเทนต์ของ Workpoint แล้วจะถูกนำไปออกที่ช่องใด ? จึงเป็นที่มาของการทำช่องทีวีดิจิทัล สิ่งที่ Workpoint พยายามทำ คือ การเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งรูปแบบการทำงานโทรทัศน์ บริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ในเครือข่าย ก็จำเป็นที่จะต้องอาศัยความหลากหลายของผู้ชมที่เฉพาะเจาะจงไปตามกลุ่มลูกค้า
ก่อนหน้านี้ Workpoint มองว่าไม่ช้าก็เร็วในช่วงที่เปิดประมูลที่จะเข้าใหม่ ๆ โลกออนไลน์เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ดังนั้น จึงเริ่มมีการนำคอนเทนต์ของ Workpoint ขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์
ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามบน YouTube ถึง 25 ล้านผู้ใช้และมีผู้ติดตามบน Facebook ตัวละ 15 ล้านผู้ใช้
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำ Workpoint ทำคือ การทดลองออกอากาศคู่ขนานบนโลกออนไลน์เพื่อพิสูจน์ว่า "คนบนโลกออนไลน์ไม่ได้ทำให้รายได้ลดลง" ซึ่งจะปรากฏการรายการเดอะแมสซิงเกอร์ทำให้พิสูจน์ได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้โฆษณาลดลงเลย และทำให้ขยายช่องทางขายได้อีกด้วย
จากการศึกษาพบว่าคนที่อยู่บนโลกออนไลน์จะเป็นกลุ่มคนอายุ 18 ถึงได้ 44 ปี ซึ่งสิ่งที่พบ คือ กลุ่มคนที่มีการดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น กลยุทธ์ในปี 2563 คือ การผสมเรื่องราวที่อยู่บนโลกโทรทัศน์บนโลกออนไลน์และเข้าไปช่วยชีวิตประจำวันของคนมากยิ่งขึ้น จะทำให้เห็นว่าสามารถที่จะขายสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์และโทรทัศน์ไปพร้อมกันได้
ในปี 2563 จะมีรายการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วยกับความหลากหลายในกลุ่มลูกค้า
คำถามคือรายการที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มออนไลน์ได้อย่างไร ? ต้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนแบ่งโฆษณา , ถ่ายทอดสดขายสินค้าออนไลน์ และ ทำคอนเทนต์เพิ่มเติมให้กับลูกค้า
ดังนั้น วิธีการที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้ ก็คือ การนำ Content ที่อยู่บนโลกโทรทัศน์มาใช้ในชีวิตประจำวัน (On TV) และการทำคอนเทนต์ออนไลน์ (Online) ให้เข้ากับผู้คนและรับชมได้ง่ายรวมถึงการทำเนื้อหาการจัดงานและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมและองค์กร (On Ground)
"ส่วนตัวมองว่าวันหนึ่งที่เทคโนโลยี 5G เข้ามา อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ทั่วทั้งประเทศและทุกพื้นที่ ผู้คนก็จะเข้ามาสู่โลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นหากผู้คนย้ายยอดผู้ชมจากบนโลกโทรทัศน์มาสู่บนโลกออนไลน์จะทำอย่างไรเพื่อรองรับเหตุการณ์เหล่านั้น"
ข้อดีหนึ่ง คือ Workpoint มีคอนเทนต์ที่หลากหลายแต่คอนเทนต์บางอย่างก็ไม่ได้เหมาะกับทุกแพลตฟอร์ม
คำถาม คือ การสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งกับการสร้างคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งพอ Workpoint จะเลือกอะไร ?
Workpoint คงจะไม่ทุ่มเงินเป็นพันล้านเพื่อสร้างแพลตฟอร์มไปแข่งขันกัน Youtube แต่สิ่งที่ Workpoint พยายามทำ คือ การสร้างกลุ่มฐานะแฟนคลับที่ชื่นชอบ คอนเทนต์ที่มีกลิ่นอายของ Workpoint มากยิ่งขึ้น และสามารถขายสินค้าและสร้างรายได้ได้