กมธ.ฟ้องประชาชน ขรก.ระดับสูง ทำตัวเป็นนักเลง สักลาย ข่มขู่ ใครตัดงบจะจำจนตาย
“จิรายุ” เผยขรก.ระดับสูงเข้าแจงกมธ.บางคนทำตัวเป็นนักเลง สักลายทั้งตัว บอกใครตัดงบ จะจำไปจนวันตาย
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ พร้อมด้วย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายงบประมาณ 2565 สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกมธ. โดย น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราพิจารณาไปแล้ว 5 กระทรวง 3 กองทุน คิดเป็น 19.7% ได้แก่กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนวันนี้จะเป็นการเริ่มพิจารณาในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและการขนส่งและจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โดยในการพิจารณางบระมาณของการขนส่งทางบกได้หารือเกี่ยวกับปัญหาแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย ที่ลักลอบขับรถยนต์ในประเทศไทยซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายในการใช้รถใช้ถนน เพราะภาษาของป้ายจราจรเป็นภาษาไทยและไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ดังนั้นเราอาจจะต้องมีการเพิ่มข้อความจราจรเป็นภาษาอื่นเพิ่มเติม เช่น ภาษาเมียนมา
ด้าน นายจิรายุ กล่าวว่า ขอเรียนไปยังข้าราชการระดับสูงตั้งแต่รองปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี ซึ่งตนเคยย้ำไว้แล้วว่า ก่อนมารัฐสภาอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้เงินภาษีของประชาชน ท่านต้องถอดชฎามาก่อน ปรากฎว่าหลายท่านนอกจากไม่ถอดชฎาแล้วยังสักลายทั้งตัว ทำตัวเหมือนนักเลง ยกตัวอย่างเช่น การประชุมคณะอนุฯ กมธ. ชุดที่ 1 คณะอนุฯ กมธ. การฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษาฯ มีอธิบดีท่านหนึ่งเข้ามาแล้วคณะกมธ.เสนอตัดงบเพียง 1 ล้านบาทก็โวยวายและขู่อาฆาต ถึงขณะพูดว่า “ใครตัดงบผม ผมจะจำไปจนวันตาย” ตนขอเรียนกับอธิบดีและผู้ที่เข้ามาชี้แจงว่า ที่นี่คือที่ใช้เงินภาษีของประชาชน การตัดลดงบประมาณเป็นเรื่องจำเป็นเพราะหลายหน่วยงานนั้นทำงบใช้ไม่ได้ ดังนั้นตนขอเตือนท่านว่าที่นี่ไม่มีใครกลัวใคร กลัวอย่างเดียวคือกลัวความถูกต้องและวิชาการ
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ในการประชุมของอนุ กมธฯ ได้มีการระบุว่า ต้องมีการประชุมเพิ่มเติมในส่วนของอนุฯ กมธ. ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ฯ ไปจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม ส่วนเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น จะต้องรอดูประธานกมธ.งบว่า จะมีความเห็นอย่างไร หลังจากที่รัฐบาลประกาศคล้ายกับการล็อกดาวน์ ซึ่งเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธานกมธ.งบ ว่าจะสั่งงดประชุมหรือไม่