โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"นพดล ธรรมวัฒนะ" ย้อนรอยปม ห้างทอง เหมือนหรือต่าง 'จิระอนันต์' #เลือดข้นคนจาง?

Khaosod

อัพเดต 24 ก.ย 2561 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2561 เวลา 12.29 น.

เล่าที่เดียว! “นพดล ธรรมวัฒนะ” เหมือนหรือต่าง ‘จิระอนันต์’ #เลือดข้นคนจาง?

นับว่าเป็นละครที่มีกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ และบนจอแก้วอย่างมาก สำหรับซีรีส์ “เลือดข้นคนจาง” ที่กำลังฉายอยู่ทางช่องONE HD ซึ่งออกอากาศทุกวันศุกร์ 20:45 น. และวันเสาร์ 20:10 น. ทั้งยังสามารถติดตามย้อนหลังผ่านทาง Line TV ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ จากกระแสซีรีส์ดังกล่าว จึงทำให้หวนนึกถึง เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปีพุทธศักราช 2542 หรือประมาณ 19 ปีที่แล้ว กับการนำบทละครของซีรีส์เรื่องนี้ มาเปรียบเทียบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของตระกูลดังอย่างตระกูล “ธรรมวัฒนะ” ที่เคยเกิดประสบเหตุสะเทือนขวัญ กับการเสียชีวิตของ “ห้างทอง ธรรมวัฒนะ” ที่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง สังคมเข้าใจว่าเป็นการ “ฆาตกรรม” เนื่องด้วยเหตุความขัดแย้งภายในครอบครัวพี่น้อง แต่บัดนี้ ความจริงก็ได้ปรากฏแล้ว หลังจากศาลได้ตัดสินว่า การเสียชีวิตของนายห้างทอง เป็นการ “ฆ่าตัวตาย”

ในวันนี้ “ข่าวสดออนไลน์” จะพาทุกท่าน มาเปิดใจ และเปิดบ้านคุยกับ “นพดล ธรรมวัฒนะ” ผู้ที่ครั้งหนึ่ง “เคย” ตกเป็น “จำเลยสังคม” ของกรณีนี้

  • สังคมมองว่า ละคร “เลือดข้นคนจาง” มีความคล้ายคลึงกับเรื่องราวความขัดแย้งของ ตระกูล “ธรรมวัฒนะ”

นพดล : ผมเป็นคนที่มีภารกิจมากมาย จึงไม่ค่อยมีเวลาติดตามละครเรื่องไหนเลย เรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่ระหว่างที่เดินทางไปภาคใต้ ก็มีสื่อมวลชนโทรมาสอบถามเกี่ยวกับกระแสของละครเรื่องนี้ ก็ทราบว่ามีการอ้างอิงไปถึง เรื่องราวของตระกูลธรรมวัฒนะด้วย

  • มารู้จักกับ “ตระกูล ธรรมวัฒนะ?”

นพดล : ความจริงครอบครัวธรรมวัฒนะ ก็เป็นเพียงครอบครัวธรรมดา ที่บังเอิญคุณแม่ (นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ) เป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล และก็สร้างอาณาจักรของท่าน บนความบริสุทธิ์ทุกอย่าง กระทั่งเป็นผู้ก่อกำเนิด ตลาดยิ่งเจริญ ขึ้นมา จนตลาดแห่งนี้มีความสำคัญในการกำหนดราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน เป็นครอบครัวที่ใหญ่ ประกอบด้วยลูก 10 คน โดยคุณแม่ยังได้รับบุตรบุญธรรมมาเพิ่มอีก จนแทบจะตั้งทีมฟุตบอลได้อยู่แล้ว

ระหว่างที่คุณแม่ยังอยู่ ทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยดี และราบรื่น และท่านก็เห็นว่าลูกๆ คนโต ก็จะมีส่วนในการดูแลกิจการที่มีอยู่ได้ บังเอิญลูกคนโตคือ นายเทอดชัย ธรรมวัฒนะ หรือผู้ใหญ่แดง ก็ได้ไปใช้ชีวิตในอเมริกา ซึ่งชอบเรื่องของการพนัน จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณแม่ อาจจะให้ความสำคัญน้อยหน่อย ลูกคนต่อมาคือ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ ซึ่งเสียชีวิตในห้องนี้

  •  การเลี้ยงลูก ของตระกูลนี้ เป็นอย่างไร?

นพดล : จริงอยู่ที่วัฒนธรรมของคนจีนจะให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่า โดยเฉพาะลูกชายคนโต คุณแม่ก็มีเชื้อสายจีน 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคุณพ่อเป็นจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่ แต่คุณพ่อก็เสียชีวิตไปตั้งแต่พวกเรายังเด็ก บทบาทหัวหน้าครอบครัวจึงตกอยู่ที่คุณแม่ รวมถึงการสร้างฐานะทำกิจการต่างๆ ด้วย

ฉะนั้น ความเชื่อมั่นในตัวเองจึงมีสูงมาก การดูแลลูกๆ ของคุณแม่ก็มีบ้างที่ให้ความสำคัญกับลูกผู้ชาย แต่มุมมองการมองโลกของท่านก็ค่อนข้างกว้าง และทันสมัย เพราะมีช่วงหนึ่งที่คุณแม่ได้ไปใช้ชีวิตที่อเมริกา ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่ลูกผู้หญิงไปทำธุรกรรมต่างๆ ก็ใส่ชื่อไปด้วย ขณะเดียวกันคุณแม่ก็ให้ตน ซึ่งเป็นลูกคนที่ 4 ดูแลครอบครัว และทรัพย์สินของตระกูลแทนที่จะยกให้พี่ชายคนโต เพราะตนอาจจะมีทักษะในเชิงธุรกิจมากกว่าคนอื่นๆ

  • คุณแม่รักลูก “เท่ากัน” หรือไม่? 

นพดล : คุณแม่จะให้ความเท่าเทียมกับลูกๆทุกคน โดยให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาดีที่สุดเท่าที่จะให้ได้ และดูแลทุกคนอย่างเสมอภาค แต่ก็มีบ้างที่จะให้ความสำคัญกับลูกชาย เพราะ มักจะเป็นลูกที่อยู่ในลำดับต้นๆ และความคาดหวังของท่านก็คงไม่ต่างจากคนอื่นที่ต้องหาผู้สืบทอดตระกูล และกิจการ

ยกตัวอย่างเช่น การที่คุณแม่ให้พี่ห้างทอง ไปสืบความเป็นไปของลูกๆคนอื่น ส่วนนี้ก็อาจจะทำให้บางคนเกิดความไม่พอใจ เช่น กรณีที่นัยนา (ลูกคนที่ 8 ปัจจุบันเสียชีวิต) คบหากับ พ.ต.ท.สมาน พี่ห้างทองก็จะนำมาแจ้งกับคุณแม่ จนท่านตัดสินใจที่จะยับยั้งการแต่งงานของคนทั้งคู่ลง คุณแม่มีความไม่ไว้วางใจบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนในตระกูล เพราะจะมามีส่วนในเรื่องของสมบัติที่ท่านหามาด้วยตัวเองอย่างยากลำบาก

และเรื่องราวบทสัมภาษณ์ “นพดล ธรรมวัฒนะ” ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โปรดติดตามตอนต่อไป ซึ่งจะเจาะลึกเข้าไปอีก กับเรื่องที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ที่ไหนมาก่อน!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...