โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัว iPhone Xs, iPhone Xs Max รุ่นท็อปจอ OLED 5.8 นิ้ว และ 6.5 นิ้ว มาพร้อมชิป A12 Bionic รองรับ 2 ซิม

Siamphone

อัพเดต 13 ก.ย 2561 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2561 เวลา 01.00 น.
เปิดตัว iPhone Xs, iPhone Xs Max รุ่นท็อปจอ OLED 5.8 นิ้ว และ 6.5 นิ้ว มาพร้อมชิป A12 Bionic รองรับ 2 ซิม

Apple เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปพรีเมี่ยม 2 รุ่นใหม่ iPhone Xs และ iPhone Xs Max

โดยเน้นขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นบนดีไซน์อ้างอิงจาก iPhone X

รวมถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่นการใช้ Face ID ปลดล็อคเครื่องแทนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ นำชิปเซ็ต

Apple A12 Bionic

มาใช้งานพร้อมแนะนำฟังก์ชั่นการใช้งาน 2 ซิม (Dual SIM function) เป็นครั้งแรกบน iPhone

iPhone Xs Max เป็นรุ่นที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับ iPhone ทุกรุ่นในอดีต โดยใช้งานจอ AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 19.5 : 9 มีรอยบากด้านบน มีความกว้างเทียบเท่ากับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วบน iPhone 8 Plus แต่มีความยาวมากกว่า

เทคโนโลยีจอแสดงผล Super Retina รุ่นใหม่ยังคงมีความหนาแน่นพิกเซล 458ppi เช่นเดียวกับ iPhone X โดยเพิ่มความละเอียดเป็น 2688x1242 พิกเซล เลเยอร์ระบบสัมผัสจะทำงานที่ความถี่สูงสุด 120Hz (แต่ส่วนติดต่อผู้ใช้ยังคงเรนเดอร์ภาพที่ความถี่ 60Hz) จอแสดงผลนี้ยังสนับสนุน HDR10 และ Dolby Vision ซึ่งมีช่วงไดนามิกเพิ่มขึ้น 60%

Apple เลือกที่จะทิ้ง Touch ID และเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือไว้เป็นอดีต โดยระบบสแกนใบหน้า 3 มิติ Face ID เป็นวิธีการตรวจสอบไบโอเมตริกเพียงอย่างเดียวที่ถูกเลือกใช้ มีการปรับปรุงด้านความปลอดภัยข้อมูลและจดจำใบหน้าได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

กล้องหลังคู่ 12MP ได้รับการปรับปรุงใหม่ กล้องหลักเป็นเลนส์มุมกว้างมีเซ็นเซอร์รุ่นใหม่พร้อมกับจุดพิกเซลที่ขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 1.22 ไมครอนมาเป็น 1.4 ไมครอน รูรับแสงยังคงกว้าง f/1.8 เท่าเดิมและมีระบบกันสั่น OIS ส่วนเลนส์เทเลโฟโต้ตัวรองมีเซ็นเซอร์ 12MP รูรับแสง f/2.4 พร้อมรองรับการซูม 2x optical zoom

การอัปเดตฟีเจอร์ละลายฉากหลังใหม่ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับค่าระยะชัดลึกหลังจากถ่ายภาพได้ ชิปเซ็ต Apple A12 Bionic รุ่นล่าสุดถูกนำมาใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Smart HDR

ด้วยความหน่วงชัดเตอร์เท่ากับศูนย์ กล้องจะบันทึกเฟรมภาพ 4 เฟรมไว้บนหน่วยความจำชั่วคราวก่อนจะรวมเข้าเป็นภาพเดียวที่มีช่วงไดนามิกน่าประทับใจ

กล้องหน้าก็มีการอัปเดตเช่นกันโดยเซ็นเซอร์รับภาพสี 7MP ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานเร็วขึ้น ส่วนการบันทึกวิดีโอสามารถรองรับระบบเสียงสเตอริโอแล้วและยังมีช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้นด้วย

iPhone Xs Max และ iPhone Xs มีโครงสร้างตัวเครื่องเป็นสแตนเลสครอบทับด้วยกระจกทนรอยขีดข่วนซึ่ง Apple อ้างว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ทนรอยขีดข่วนมากที่สุดในเวลานี้ นอกจากนั้นตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68 ซึ่งช่วยให้ทนแรงดันน้ำที่ความลึกไม่เกิน 2 เมตรในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง

iPhone Xs เป็นรุ่นที่มีขนาดหน้าจอเล็กกว่า iPhone Xs Max โดยมีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436x1125 พิกเซล เท่ากับ iPhone X

ชิปเซ็ต Apple A12 Bionic จะเป็นชิปสถาปัตยกรรม 7nm รุ่นแรกที่เข้าสู่ตลาด ภายในชิปประกอบด้วย CPU 6-core (2 Big + 4 small), GPU 4-core และส่วนประมวลผล Neural Engine ใหม่ 8-core ซึ่งทั้งหมดนี้รวมเป็นทรานซิสเตอร์จำนวน 6.9 พันล้านชิ้นที่ออกแบบโดย Apple

CPU ตัวหลักของ Apple A12 Bionic มีความเร็วเพิ่มขึ้น 15% และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น 40% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อนอย่าง Apple A11 ส่วน CPU ตัวรองมีการใช้พลังงานน้อยลงถึงครึ่งหนึ่ง ขณะที่ GPU สามารถให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น 50%

ทั้ง iPhone Xs และ iPhone Xs Max มีตัวเลือกสีเหมือนกัน 3 สี ได้แก่ สีเงิน สีเทาสเปซเกรย์และสีใหม่ล่าสุดที่เพิ่มมาอย่างสีทอง โดยมีตัวเลือกพื้นที่เก็บข้อมูลแบ่งเป็น 3 โมเดล ได้แก่ 64GB / 256GB / 512GB

Apple ยังเปิดตัวฟังก์ชั่น 2 ซิม Dual SIM function บน iPhone เป็นครั้งแรกด้วย โดยในยุโรปและอเมริกาจะมีซิมแบบฝังอยู่ในเครื่อง (eSIM) ใช้ร่วมกับซิมการ์ดปกติ ขณะที่ฝั่งเอเชียอย่างตลาดจีน ฮ่องกง มาเก๊าจะเป็นโมเดลที่ใส่ซิมการ์ดได้ 2 ซิม Dual SIM Dual Standby

iPhone Xs และ iPhone Xs Max จะเปิดตัวในประเทศกลุ่มแรกวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2018 โดยมีราคาเปิดตัว (อ้างอิงจากราคาต่างประเทศ) สำหรับรุ่น iPhone XS (64GB) ราคาเริ่มต้นที่ $1,000 (ประมาณ 32,700 บาท) ส่วน iPhone XS Max (64GB) ราคาเริ่มต้นที่ $1,100 (ประมาณ 35,970 บาท)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...