โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

FINNOMENA PORT Strategy: เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง พร้อมความหวังที่จะมีเลือกตั้ง

Finnomena

อัพเดต 16 ส.ค. 2562 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2561 เวลา 09.50 น. • FINNOMENA Investment Team
FINNOMENA PORT Strategy: เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง พร้อมความหวังที่จะมีเลือกตั้ง

กันยายน 2561: กลยุทธ์การลงทุนประจำเดือนกันยายนออกมาเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อย เนื่องจากทาง FINNOMENA มีการแนะนำปรับพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญในเดือนนี้ โดย FINNOMENA Investment Team เห็นพัฒนาการในทางที่ดีของตลาดหุ้นไทยจากการที่เศรษฐกิจไตรมาส 2/61 เติบโตดีถึง 4.6% สอดคล้องกับผลประกอบการไตรมาส 2/61 ของไทยที่เติบโตประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ล่าสุดได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย และเริ่มมีการประกาศโรดแมพการเลือกตั้งที่ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับคำแนะนำการปรับพอร์ตในรอบนี้ FINNOMENA Investment Team มีมุมมองให้มีการลดการลงทุนในกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ และหุ้นเอเชีย ขณะที่เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย และกองทุนอสังหาฯสำหรับพอร์ต Global Absolute Return (GAR) และพอร์ต TOP5 รวมถึงมีการให้ยืดอายุการลงทุนตราสารหนี้ขึ้นเล็กน้อยสำหรับพอร์ต Global Conservative Portfolio (GCP) สำหรับรายละเอียดเป็นอย่างไรไปดูกันเลย

1. Chart of the Month: การเคลื่อนไหวที่สวนทางของค่าเงินตลาดเกิดใหม่

รูปที่ 1 การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินตลาดเกิดใหม่ในไตรมาส 3/61 | ที่มา Bloomberg

ค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีความเปราะบางอย่างตุรกี รัสเซีย แอฟริกาปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วงเดือน ก.ค. - ส.ค. ปีนี้ ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ของประเทศที่มีความเข้มแข็งของทุนสำรอง และการเกินดุลบัญเดินสะพัดอย่างประเทศไทย หรือเกาหลีใต้ค่าเงินกลับติดลบเพียงเล็กน้อยสะท้อนภาพของเงินทุนไหลเข้า

2. ประเทศตลาดเกิดใหม่ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน

รูปที่ 2. ตารางดัชนีชี้วัดความแข็งแกร่งของตลาดเกิดใหม่ | ที่มา : Bloomberg Economics

ในไตรมาสที่ผ่านมา ตลาดเกิดใหม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ได้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบให้เงินทุนไหลออก และค่าเงินอ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญในตลาดเกิดใหม่ที่มีฐานะทางการเงินไม่แข็งแรง ได้แก่ ประเทศที่มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด, มีหนี้ต่างประเทศและอัตราเงินเฟ้อในระดับสูงอย่างตุรกี อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ บราซิลขณะที่ตลาดเกิดใหม่ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแรง ซึ่งหลัก ๆ ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย กลับมีลักษณะของความเป็น Safe Havenคือมีเงินไหลเข้า ค่าเงินแข็งค่า หรืออ่อนค่าเพียงเล็กน้อย ประเด็นนี้จึงทำให้ FINNOMENA Investment Team หลีกเลี่ยงการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่มีฐานะทางการเงินอ่อนแอ และแนะนำให้ลดน้ำหนักกองทุนที่ลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่ไม่แข็งแรงในรอบนี้ ขณะที่ FINNOMENA Investment Team มองสถานการณ์ยังคงดีสำหรับตลาดเกิดใหม่ที่มีฐานะการเงินแข็งแรง

3. ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ PMI ยังส่งสัญญาณชะลอตัว

รูปที่ 3. ดัชนี PMI ภาคการผลิตของประเทศพัฒนาแล้ว (DM) และประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่มา : Topdowncharts.com

ดัชนี PMI ซึ่งเป็นตัวสะท้อนถึงมุมมองทางเศรษฐกิจในช่วง 6 - 12 เดือนข้างหน้าที่ผ่านมา PMI ทั้งสหรัฐฯ และโลก ปรับตัวขึ้นและยืนเหนือระดับ 50 จุดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม PMI ได้เริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงสัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวลงในระยะข้างหน้า

เมื่อประกอบกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และอัตราการเติบโตของค่าจ้างรายชั่วโมงทรงตัว เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ชะลอเศรษฐกิจสหรัฐฯ และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

4. Tech แพง แต่ยังเป็น Mega Trend

รูปที่ 4. อัตราส่วน P/E ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดสหรัฐฯ และตลาดจีน |ที่มา : FINNOMENA Investment Team

ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นผู้นำตลาดที่สำคัญของโลก แต่ด้วยผลประกอบการไตรมาส 2 ของหุ้นกลุ่ม FAANG ในสหรัฐฯ (facebook, amazon, apple, netflix, google) ที่ประกาศออกมาส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดการณ์ แต่ด้วยมุมมองต่อการเติบโตในอนาคตแสดงถึงการเติบโตที่ชะลอตัวในอนาคตทั้งกำไรและยอดผู้ใช้ของ facebook ที่ทำให้หุ้นมีการปรับฐานถึงประมาณ 20%

ขณะเดียวกันกลุ่ม BAT ซึ่งเป็นผู้นำตลาดเทคโนโลยีในจีน มีกรณีของ Tencent ที่ประกาศผลประกอบการออกมาเติบโตน้อยกว่าคาดการณ์ เมื่อประกอบกับประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงกดดันตลาดอยู่ ส่งผลราคาหุ้นในกลุ่มเทคฯ ยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีของ Tencent ที่ราคาปรับฐานถึงประมาณ 30% จากจุดสูงสุดนับแต่ต้นปี

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ ทั้งการเป็นแนวโน้มที่สำคัญของโลกและในชีวิตประจำวัน (Mega Trend) แต่ด้วยมูลค่าที่ค่อนข้างตึงตัว FINNOMENA Investment Team จึงยังแนะนำให้ชะลอการลงทุนและให้ลดการลงทุนในกองทุนหุ้นเอเชียที่เน้นลงทุนในกลุ่ม BAT

5. เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง พร้อมความหวังที่จะมีเลือกตั้ง

รูปที่ 5 การเติบโตของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/61 | ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

เศรษฐกิจไทยเติบโต 4.6% ดีกว่าที่ตลาดคาด หนุนครึ่งปีแรกโต 4.8%โดยหลักมาจากการการบริโภคที่เติบโต 4.5% โดยเฉพาะสินค้าคงทนอย่างรถยนต์ โดยล่าสุดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส นอกจากนี้ภาคการลงทุน และการท่องเทียวยังสนับสนุนการเติบโตด้วยเช่นกัน

กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 เติบโตสูงถึงเกือบ 20%เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า 10% ในไตรมาสที่ 3 จากแรงส่งที่ดีของการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และฐานกำไรไตรมาส 3/60 ที่อยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ยังได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง กกต.ทั้ง 5 รายเป็นที่เรียบร้อยและล่าสุดทางกกต. ได้ประชุมร่วมกับรัฐบาล โดย พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.คาดว่าจะประกาศได้ประมาณกลางเดือน ก.ย. 61 และตามกฎหมายต้องจัดเลือกตั้งภายใน 150 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นภายใน 24 ก.พ. 62 ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากขึ้น

6. อัตราเงินปันผลของ Property Fund & REITs อยู่ในระดับที่น่าลงทุน

รูปที่ 6 อัตราเงินปันผลของกองทุนอสังหาฯ & REITs | ที่มา: MBKET, Bloomberg

นอกจากหุ้นไทยที่ FINNOMENA Investment Team แนะนำ “เพิ่มน้ำหนัก” ในการลงทุนแล้ว ในเดือนนี้ FINNOMENA Investment Team ยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกองทุนอสังหาฯ และ REITsด้วย ได้แก่กองทุน CIMB-Principal iPROP-A ซึ่งล่าสุดกองทุนอสังหาฯ ของไทยล่าสุดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 5 - 6% ของปี เช่นเดียวกับกอง REITs ของสิงค์โปร์ที่มี Yield ที่ระดับ 6% เช่นกัน

ทั้งนี้การปรับตัวของ Bond Yield ยังเป็นอีกเหตุผลสนับสนุนการเข้าลงทุนใน Property Fund & REITs ในรอบนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ และไทยเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากแนวโน้มเงินเฟ้อของไทยที่อยู่ในระดับต่ำ และมุมมองของทรัมป์ที่เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นว่าไม่อยากให้ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นมากเกินไปนัก

โมเดลพอร์ตการลงทุนแนะนำของ FINNOMENA

1. Global Conservative Portfolio (GCP)

FINNOMENA Investment Team แนะนำเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย Big Cap 10% และ Property Fund & REITs 5% ขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่

นอกจากนี้ FINNOMENA Investment Team ยังแนะนำให้ยืดอายุการลงทุนสำหรับกองทุนตราสารหนี้ขึ้นเล็กน้อย โดยย้ายจากกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น <1 ปี ไปที่กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น 1 - 3 ปี

2. Global Absolute Return Portfolio (GAR)

FINNOMENA Investment Team แนะนำให้ลดสัดส่วนกองทุนหุ้น Asia ex Japan เนื่องจากประเด็นของหุ้น Tech จีนที่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ขณะที่ FINNOMENA Investment Team แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย Big Cap และกอง Property Fund & REITs อย่างละ 10%

3. TOP5 Portfolio

สำหรับพอร์ต TOP5 FINNOMENA Investment Team แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย Big Cap เพิ่มขึ้น 20% ของพอร์ตการลงทุนเช่นกัน

4. Global Income Focus Portfolio (GIF)

สำหรับโมเดลพอร์ต GIF FINNOMENA Investment Team ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพอร์ตแนะนำในเดือนนี้

5. GOAL Portfolio

6. 1st Million Portfolio

Market Timing Portfolio Recommendation (กลยุทธ์การจับจังหวะเข้าลงทุนสำหรับเงินลงทุนใหม่)

กองทุนหุ้นที่แนะนำให้ลงทุนเพิ่ม

CIMB-PRINCIPAL IPROP-A: กอง Property fund of funds ที่กระจายการลงทุนทั่งในไทยและสิงคโปร์ ด้วยสัดส่วน 46% และ 49% ตามลำดับ ทำให้มีโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์ชั้นดี ในแทยและสิงคโปร์ ด้วยอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจ ภายใต้ความผันผวนที่คุ้มค่า

TSF : ด้วยนโยบายการลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง ประกอบกับนโยบายการวิเคราะห์แบบ Bottom Up ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสเติบโต ด้วยราคาที่เหมาะสม ทำให้ TSF เป็นกองทุนหุ้นไทยอีก 1 กองที่น่าสนใจ ด้วยอัตราผลตอบแทนและความผันผวนย้อนหลังติด FINNOMENA PICK

LHEQD-A : มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยพอร์ตการลงทุนมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่เน้นคุณค่าและมีโอกาสเติบโต อีกทั้งยังกระจายการลงทุนไปยังหุ้นขนาดกลางและเล็กเน้นคุณค่า จึงทำให้พอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยง เหมาะกับพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงต่ำอย่าง TOP5

กองทุนที่ยังคงให้ชะลอการลงทุน

SCBKEQTG : ลงทุนใน iShares MSCI Korean Equity FINNOMENA Investment Team ยังคงให้ชะลอการลงทุนเพิ่มในระยะนี้ เนื่องจากการเติบโตของการส่งออกที่ลดลง และประเด็นสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศเกาหลี อย่างไรก็ตามสัญญาณทางเทคนิคชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น สำหรับท่านที่ถือกองทุนนี้อยู่แล้วจึงแนะนำให้ถือรอจังหวะการปรับพอร์ทการลงทุนอีกครั้งFINNOMENA Investment Team รายงาน

*โปรดทราบ *สำหรับลูกค้าฟินโนมีนาที่ลงทุนใน FINNOMENA PORT และได้รับบทความนี้ แต่ยังไม่ได้รับอีเมลและ/หรือ Notification ในการแจ้งสัดส่วนเงินในการเข้าลงทุน ภายใน 2-3 วันทำการ อาจเกิดจาก

1) ท่านอยู่ระหว่างการทำรายการซื้อขายกองทุน ซึ่งทางฟินโนมีนาจะแจ้งเตือนอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการทำรายการซื้อขายเสร็จสิ้น 2) ท่านมีจำนวนเงินลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่แนะนำ

*หมายเหตุ *หากท่านไม่ประสงค์ที่จะรอรับการแจ้งเตือน ท่านสามารถดูรายละเอียดของพอร์ตการลงทุนที่แนะนำผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของฟินโนมีนาพร้อมปรับพอร์ตเข้าลงทุนได้ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @finnomenaport

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...