น.ศ.สาวจีนดับคาห้องพักกลางเมืองขอนแก่น พบยาเสริมความงามเพียบ "ผบ.ตร." สั่งคลี่คลายปม
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยถึงเหตุหญิงชาวจีนเสียชีวิตภายในห้องพัก พื้นที่ สภ.เมืองขอนแก่น ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เวลา 16.15 น.พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเหตุพบศพผู้เสียชีวิต ภายในห้องเลขที่ 2670 เดอะฟิวเจอร์อพาร์ทเมนต์ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จากการตรวจสอบทราบชื่อ คือ น.ส.LIU RONG อายุ 23 ปี สัญชาติจีน โดยได้เสียชีวิตในห้องน้ำลักษณะนอนคว่ำหน้าภายในห้องที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุจากนั้นพนักงานสอบสวนได้ร่วมกับแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์จึงได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต
“ผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรืออาวุธใดๆในที่เกิดเหตุ ไม่มีร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน และจากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นพบซองยาซึ่งสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับการเสริมความงามในห้องเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดและส่งมอบให้แพทยเพื่อประกอบในการชันสูตรพลิกศพไว้ส่วนหนึ่งด้วยจากนั้นพนักงานสอบสวนได้รายงานสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย สถานกงสุลจีน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองการต่างประเทศเพื่อทราบเหตุการเสียชีวิตและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป”พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว
รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายเข้ามาเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วต่อมาได้มาเสียชีวิตในสถานที่เกิดเหตุ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานไปแล้วจำนวนหนึ่ง รอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ รอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าพิสูจน์หลักฐาน มาประกอบสำนวนคดี พร้อมกับชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าว แสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องควบคู่กับฝ่ายสอบสวน ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ อย่างตรงไปตรงมา ด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ พร้อมกำชับฝ่ายสืบสวน สืบหาข้อมูล จากพยานบุคคลและพยานแวดล้อมต่างๆทางคดี โดยเน้นย้ำให้ทำงานควบคู่กันไป ระหว่างฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวน เพื่อจะได้ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ที่แท้จริงต่อไป