โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เทคนิคไล่ผี" ยุคกลาง จากคติเทววิทยา คนที่ถูก "ผีเข้าสิง" ได้ยินแล้วอาจเข่าทรุด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.16 น.
พิธีขับไล่ผีออกจากร่างกายของผู้ป่วยภายในวัด

เทคนิคไล่ผียุคกลาง จากคติเทววิทยา คนที่ถูกผีเข้าสิง ได้ยินแล้วอาจเข่าทรุด

ในห้วงสมัยกลาง (ค.ศ. 500-1500) การบำบัดเยียวยาคนบ้าหรือผู้ป่วยโรคจิต อยู่ในความดูแลของนักบวชหรือพระเป็นหลัก วัดจึงถูกใช้เป็นเรือนบำบัดและคุมขังไปในตัว

ในสมัยกลางยุคต้นๆ ผู้ป่วยโรคจิตจะได้รับการดูแลดีมีเมตตา มีผู้สวดมนต์ให้ มีน้ำมนต์ประพรม หรือมีน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ดื่ม มีแท่นบูชา และมีการพาผู้ป่วยทัวร์สถานที่อันควรเคารพต่างๆ และที่สำคัญก็คือ มีพิธีขับไล่ผีออกจากร่างกายผู้ป่วย คือเชื่อว่าผีมาเข้าสิงทำให้ผู้ป่วยเป็นบ้า

บางวัดและบางสำนักศาสนามีศาลบูชาเทพเจ้าและจัดพิธี “ไล่ผี” ที่แปลกประหลาดออกไป เช่น ใช้วิธีบำบัดรักษาแบบของกาเลน (Galen) ผู้เป็นแพทย์ชาวกรีกที่มีชื่อเสียงมากในช่วง ค.ศ. 130-200 เขาอพยพมาจากกรีก-เอเธนส์ เข้าอาศัยอยู่ในกรุงโรม วิธีรักษาของกาเลนก็คือ สำหรับผู้ป่วยชายที่เชื่อว่า ผีเข้าสิง ให้ใช้สมุนไพรประเภทลูปิน (lupin) กระเทียม และสมุนไพรอีกสองสามชนิด บดรวมกันผสมด้วยเบียร์และน้ำมนต์ แล้วเป่าพ่นใส่หน้าผู้ป่วยแรงๆ เชื่อว่าวิธีเช่นนี้ปีศาจจะเผ่นหนีไปเอง และผู้ป่วยจะคืนกลับเป็นปกติ

เทคนิคไล่ผีออกจากร่างผู้ป่วยรุนแรงมากเมื่อเน้นไปที่ตัวซาตาน ซ่ึ่งเชื่อว่าเป็นต้นตอของการเจ็บป่วย ด้วยเหตุดังนั้นหัวใจของการบำบัดรักษาผู้ป่วย จึงมุ่งทำลายตัวซาตานเป็นสำคัญ พร้อมกับร่ายเวทมนตร์ขับไล่ เทคนิคการบำบัดรักษาเช่นนี้เชื่อว่ามีประสิทธิภาพมาก เช่น เชื่อว่าสามารถไล่ผีปีศาจออกได้ถึง 5 ตัว จากร่างผู้ป่วยคนหนึ่ง คือ ทั้งปีศาจใหญ่และปีศาจเล็กๆ ถูกขับกระจัดกระจายออกไปหมด

อย่างไรก็ตามการขับไล่ผีแบบรุนแรงยังคงมีอยู่ เช่น ใช้การเฆี่ยนตีให้ตกเลือด เชื่อว่าขับไล่ผีได้ดีกว่า นอกจากนั้นยังมีการขับไล่ผีที่โหดร้ายต่างๆ เช่น ให้อดอาหาร ล่ามโซ่ จับจุ่มน้ำร้อน และการกักขังทุบตีทรมานต่างๆ อันถือว่าเหมาะสมกับความเป็นบ้า นอกจากนั้นยังเชื่อกันอีกว่า ถ้าให้ผู้ป่วยถูกจองจำจมอยู่ในปลักตมของความสกปรกมากเท่าใด ปีศาจที่สิงอยู่ในตัวผู้ป่วยก็จะหนีออกไปเพราะไม่อาจทนอยู่กับความสกปรกเหล่านั้นได้ จึงเป็นที่แน่นอนว่าสุขภาพของผู้ป่วยย่อมทรุดโทรมอย่างที่สุด จึงยิ่งมีความสิ้นหวังเป็นทวีคูณกับการบำบัดรักษาที่โหดร้ายเช่นนั้น

ในห้วง ค.ศ. 1500 การบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคจิตหรือโรคบ้า ได้เปลี่ยนไปเน้นแนวเทววิทยา คือเชื่อว่าปีศาจที่เข้าสิงจนเจ็บป่วยหรือเป็นบ้านั้นมี 2 พวกด้วยกัน

พวกแรก เข้าสิงโดยเหยื่อหรือผู้ป่วยไม่ยินยอม การเข้าสิงจึงคล้ายๆ กับการถูกลงโทษจากพระเจ้า เพราะบาปกรรมที่เคยกระทำมาแต่ปางก่อน

ส่วนพวกหลัง ปีศาจเข้าสิงโดยเหยื่อมีความยินดีที่ได้มีปีศาจซ่อนอยู่ในร่างของตน และบุคคลนั้นได้กลายเป็นพันธมิตรของซาตาน ผู้เป็นเจ้าของเหล่าปีศาจทั้งหลายที่เชื่อว่ามีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติหลายอย่าง กล่าวคือสามารถบันดาลให้เกิดโรคระบาดร้ายแรง พายุ น้ำท่วม และให้เกิดอาการตายด้านทางเพศ สร้างอันตรายให้ศัตรูทำให้พืชไร่เสียหาย ทำให้นมบูด และสามารถแปลงเป็นสัตว์ต่าง ๆ ได้ ก็คนเช่นนี้แหละที่รู้จักกันว่าเป็น แม่มด

ผู้ป่วยที่ถูกประเมินว่าพระเจ้าลงโทษ ก็จะได้รับการบำบัดเยียวยาโดยวิธีขับไล่ผีออกตามที่นิยมกันในสมัยนั้นที่หนักไปทางกักขัง ทุกข์ทรมาน

ในเวลาต่อมา ช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ผู้ที่ถูกผีเข้านั้น มีแนวโน้มจะถูกลงความเห็นว่าถูกพระเจ้าลงโทษ เป็นคนนอกศาสนาและเป็นแม่มด นัยหนึ่งก็คือคนบ้า และเพื่อให้หายบ้าก็ต้องไล่แม่มดที่เข้าสิงนั้นออกไป โดยวิธีอันรุนแรงชวนสยอง 3 อย่าง อย่างแรก คือตัดศีรษะหรือรัดคอจนตาย

อย่างที่ 2 เผาทั้งเป็น และอย่างสุดท้าย ทำให้เป็นง่อยเปลี้ยทุพพลภาพแล้วเผาทิ้งไป โดยก่อนเผาทั้งเป็นจะต้องทรมานให้สารภาพว่าตนเป็นแม่มด เป็นคนบาปหรือเป็นคนชั่วร้ายต่าง ๆ ในห้วงเวลานี้มีผู้คนถูกฆ่าตายด้วยวิธีทุกข์ทรมานมาก ไม่ว่าในฝรั่งเศส อังกฤษ หรือเยอรมนี

ความเชื่อเรื่องเผาทั้งเป็นเพื่อไล่ผี หรือแม่มดนี้ ได้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางจนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 19 เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “มนต์ไล่ผีกับแม่มดมนต์ดำ” เขียนโดย ส.สีมา ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2554

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 ตุลาคม 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เทคนิคไล่ผี” ยุคกลาง จากคติเทววิทยา คนที่ถูก “ผีเข้าสิง” ได้ยินแล้วอาจเข่าทรุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...