โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สำรวจอนาคตของ Adobe การเติบโตระยะยาว และปัจจัยกดดันระยะสั้นที่ต้องเผชิญ

Wealthy Thai

อัพเดต 04 ม.ค. 2568 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 02.19 น.

Adobe Inc. (ADBE) เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สำหรับการสร้างสรรค์และการจัดการเอกสารดิจิทัล ตั้งแต่การออกแบบกราฟิกและการตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงการทำงานกับเอกสารและการตลาดดิจิทัล ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักอย่าง Adobe Photoshop, Illustrator, Premiere Pro, และ Acrobat Reader
ในช่วงหลัง Adobe ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการสร้างสรรค์ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ผ่านแพลตฟอร์ม Adobe Sensei. Adobe Sensei โดยเป็นเทคโนโลยี AI และแมชชีนเลิร์นนิ่งที่ขับเคลื่อนฟีเจอร์ต่างๆ ในผลิตภัณฑ์ของ Adobe เพื่อให้การทำงานมีความเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
ล่าสุด Adobe เผยผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2567 ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้อยู่ที่ 5.41 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 4.65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ รายได้จาก Digital Media Net New ARR ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 504 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้คาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2567 ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดทั้งในด้านรายได้ที่ระดับ 5.5-5.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรต่อหุ้นที่ 4.63-4.68 ดอลลาร์
แม้แนวโน้มผลประกอบการจะออกมาเติบโตแข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นกลับตอบรับเชิงลบ เนื่องจากคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 ออกมาต่ำคาด ในระยะสั้นหุ้นของ Adobe ยังเข้าลงทุนได้หรือไม่ และภาพระยะยาวหุ้นยังมีความน่าสนใจแค่ไหน
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า จากภาพรวมไตรมาส 3 ปี 2567 งบยังโตดี มีแรงหนุนหลักจากธุรกิจซอฟต์แวร์คลาวด์ประมวลเอกสารที่ผู้ใช้บริการ AI เพิ่มขึ้น 70% ขณะที่ซอฟต์แวร์สำหรับตัดต่อรูปภาพและวิดีโอ ซึ่งเป็น Adobe พัฒนาโมเดล AI มีการเติบโตที่ไม่เด่นชัด ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อภาพการรับรู้รายได้ที่มาช้ากว่าคาด
ถึงแม้ Adobe จะอยู่ในจุดที่ได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ AI ที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะสั้นแรงกดดันยังคงมีอยู่จาก 1. การรับรู้รายได้จาก AI ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะเห็นผล, 2. ค่าใช้จ่ายการลงทุน AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกดดันการขยายตัวของมาร์จิ้น ในระยะสั้น, 3. เศรษฐกิจที่ชะลอตัว กดดันค่าใช้จ่ายลูกค้าองค์การ รวมถึง 4. การแข่งขันจากสตาร์ทอัพอย่าง Stability AI และ Midjourney ซึ่งให้บริการ AI คล้ายกัน รวมถึง Canva
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวนักวิเคราะห์จากบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า Adobe ยังมีความโดดเด่นจากการเป็นผู้นําตลาด โดยครองส่วนแบ่งตลาดซอฟต์แวร์สร้างสรรค์เป็นอันดับต้นๆ และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทําให้ลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์สูง
อีกทั้งโมเดลธุรกิจแบบ Subscription ที่มีรายได้ที่สม่ำเสมอและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการพัฒนา AI และ Machine Learning ใช้ในผลิตภัณฑ์ ตลอดจนความต้องการคลาวด์ที่ขยายตัวทําให้เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น สุดท้ายอุปสงค์การใช้งานแอปฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการเนื้อหาดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
สำหรับมุมมองการลงทุนในระยะสั้น นักวิเคราะห์จากบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เชื่อว่าราคาหุ้นยังคงมี Downside จากแนวโน้มการปรับประมาณการณ์ลง รวมถึงแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคที่ส่งผลกระทบต่อ IT Spending จึงแนะนำให้รอราคาหุ้นรับรู้แรงกดดันเหล่านี้และปรับตัวลงไปก่อน
ส่วนสัญญาณการฟื้นตัวของราคาหุ้นจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ 1. ภาพเศรษฐกิจดูดีขึ้นหลังจาก Fed เริ่มมีการลดดอกเบี้ย, 2. การรับรู้รายได้ AI ในส่วนซอฟต์แวร์สร้างสรรค์เริ่มเห็นในผลประกอบการ โดยคาดการณ์จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2567 ถึงครึ่งแรกปี 2568 ด้านราคาหุ้น Bloomberg consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 621.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...