โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Tupperware ตำนานกล่องใส่อาหารสุดดังจ่อล้มละลาย แบกหนี้กว่า 23,800 ล้านบาท จ่อปิดโรงงานแห่งสุดท้าย ปลด 150 คน ตำนานแบรนด์อายุ 82 ปี

BTimes

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 14.54 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ทับเปอร์แวร์ (Tupperware) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าทัพเพอร์แวร์ ซึ่งเป็นตำนานธุรกิจและแบรนด์ภาชนะหรือกล่องบรรจุถนอมอาหารชื่อดังระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เตรียมที่จะยื่นล้มละลายต่อศาลในรัฐเดลาแวร์ ตามมาตรา 11 ภายในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ทัปเปอร์แวร์ กำลังจะสิ้นสุดการดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานถึง 82 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 1942 เป็นต้นมา

สาเหตุจากทัปเปอร์แวร์ ต้องเผชิญกับภาระหนี้สินสะสมมีจำนวน กว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 23,800 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ทับเปอร์แวร์ใช้ความพยายามในการบริหารแก้ไขภาวะหนี้สินสะสม รวมถึงดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดท่ามกลางปัจจัยที่ท้าทายและรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ความพยายามดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์วิกฤติได้

ขณะที่ราคาหุ้นของทัปเปอร์แวร์มีราคาดำดิ่งมากกว่า 50% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเราเดือนมิถุนายนปีนี้ ทัปเปอร์แวร์ เปิดเผยว่ามีแผนที่จะปิดโรงงานผลิตสินค้าซึ่งเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศสหรัฐสหรัฐอเมริกาพร้อมด้วยการปลดพนักงานออกเป็นจำนวน 150 คน ก่อนหน้านี้ในปี 2023 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารของบริษัทได้ลงมติเปลี่ยนแปลงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอคนใหม่ รวมถึงปรับเปลี่ยนคณะบริหารชุดใหม่ โดยมีความหวังว่าจะพลิกฟื้นธุรกิจของทับเปอร์แวร์

ทับเปอร์แวร์ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่อาศัยกลยุทธ์การขายตรงมาเป็นระยะเวลาช้านาน โดยในปี 2022 มีเครือข่ายผู้ขายสินค้าอิสระของทับเปอร์แวร์ มากกว่า 3000 คนทั่วสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ แบรนด์ทับเปอร์แวร์ หรือทัพเพอร์แวร์ในประเทศไทย ที่คนไทยเคยรู้จักกันดีในยุคทศวรรษ 1960 นั้น เริ่มต้นในประเทศไทยด้วยการเริ่มจัดจำหน่ายในระบบขายตรง และเป็นที่ยอมรับในประเทศไทยมากว่า 39 ปี จนกระทั่งในปี 2005 บริษัท เอส เค อินเตอร์ กรุ๊ป 2005 จำกัด ซึ่งก่อตั้งโดย คุณสุวิทย์ คุณกิตติ ได้เห็นโอกาสการตลาดในการขยายการจัดจำหน่ายในประเทศไทย จึงได้เสนอขอรับสิทธิ์ในการนำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย รวมทั้งได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มเติมจากระบบไดเร็คเซลส์ โดยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้นทั้งการค้าปลีกในห้างสรรพสินค้า และระบบแฟรนไซส์ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในระดับต่างๆ ได้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...