โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘KTC’ ชะลอการโตเร็วในระยะสั้น เพื่อโอกาสไปต่อในระยะยาว

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2567 เวลา 03.48 น. • The Bangkok Insight

KTC หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิตเบอร์หนึ่งในไทย ซึ่งครอบคลุมไปถึงสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ครอบคลุม ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยสำหรับการประกอบอาชีพ ธุรกิจเงินอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจเช่าซื้อ และธุรกิจลีสซิ่ง

KTC

ช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจบัตรเครดิตเจอกับความท้าทายในแง่ของการเติบโต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง และผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% ตั้งแต่รอบบัญชีเดือนมกราคม 2567

ล่าสุด บล.เมย์แบงก์ ได้ออกบทวิเคราะห์อัปเดตมุมมองการลงทุนในหุ้น KTC โดยมีประเด็นสำคัญว่า "ชะลอการเติบโตสินเชื่อ เพื่อพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์" คงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 48 บาทต่อหุ้น จาก 3 ประเด็น ดังนี้

ปรับลดการเติบโตของสินเชื่อปี 2567

KTC ปรับลดคาดการณ์การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และการเติบโตของสินเชื่อ ซึ่งเป็นเป้าหมายทางการเงินปี 2567 โดยการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะลดลงเหลือ 10-12% จากเดิมตั้งไว้ 15% และการเติบโตของสินเชื่อลดเหลือ 1-3% จากเดิม 6-7%

เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และการเร่งตัดบัญชี NPL โดยในครึ่งแรกของปีนี้ สินเชื่อ และการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ KTC โตอยู่ที่ 0% และ 10% YoY ตามลำดับ

การลดเป้าหมายลงเพราะทางผู้บริหารคาดว่า การปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับสินเชื่อจำนำทะเบียน ไม่น่าจะบรรลุเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท หลังจากที่ปล่อยไปได้ 1,300 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก 2567

KTC

คาด NPL จะสูงในไตรมาส 3 และลดลงในไตรมาส 4

ผู้บริหารยังคงเป้าหมายอัตราส่วน NPL ไว้ที่น้อยกว่า 2.0% ในปี 2567 เทียบกับ 1.97% ในไตรมาส 2/67 ตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ช้า

นักวิเคราะห์คาดว่า NPL จะยังคงสูงในไตรมาส 3/67 และไปลดลงในไตรมาส 4/67 ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (credit cost) อาจลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี โดยมีประเด็นบวกคือ รายได้จากหนี้สูญที่ได้รับเงินคืนที่แข็งแกร่ง (จากการตัดบัญชี NPL ที่เร็วขึ้น) จะหนุนกำไรปี 2567 ให้เติบโต

อานิสงส์จากการขยายระยะเวลาชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต 8%

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยายระยะเวลาการชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตที่ 8% ไปจนถึงสิ้นปี 2568 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่เปราะบาง โดยลูกหนี้ที่ชำระขั้นต่ำจะได้รับเงินคืน 0.5% ในครึ่งแรกของปี 2568 และ 0.25% ในครึ่งหลังของปี 2568

จึงคาดว่า KTC จะได้รับประโยชน์จาก credit cost ที่ลดลง รวมทั้งอัตราส่วน NPL ที่ต่ำลง และได้รับผลกระทบจำกัดจากการคืนเงินดอกเบี้ยในปีหน้า ซึ่งมองว่าการคืนเงินนี้ เป็นแคมเปญการตลาดจากธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ถือบัตรปิดหนี้ให้เร็วขึ้น

สรุปแล้วมุมมองจากนักวิเคราะห์ คาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะชะลอตัวลง เนื่องจากการตัดบัญชี NPL ที่รวดเร็วขึ้น และการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงขึ้น

KTC

โดยคาดว่า KTC จะรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลไว้ที่ 45% สำหรับปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 50% สำหรับงบปี 2568-2569 คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ลดลงเหลือ 48 บาทต่อหุ้น

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น แต่ยังคงเชื่อว่ากำไรของ KTC มีแนวโน้มเติบโตชัดเจน และคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งกว่าคู่แข่งในระยะยาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...