เรื่องเลอะๆ แบบไทยๆ กรณี กอ.รมน.แบนหนังสือ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์
ขอเชิญชวนให้อ่านหนังสือ “รัฐประหาร พ.ศ.2490” ของ สุชิน ตันติกุล กันอีกสักครั้งเถอะครับ
หนังสือเล่มนี้เป็นงานวิทยานิพนธ์ที่ทำเสร็จเมื่อปี 2514 สมาคมสังคมศาสตร์จัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2515 ครั้งล่าสุด “สำนักศิลปวัฒนธรรม” สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์ในเดือนธันวาคม 2557 หลังรัฐประหาร “22 พฤษภาคม 2557” ของ คสช.
ในการจัดพิมพ์ครั้งหลังนี้ “สุชิน” ได้เขียนเอาไว้ในคำนำท่อนสุดท้ายว่า…หลังจากเกิดรัฐประหาร 2490 ทำให้กลุ่มทหารบกได้เข้ามากุมอำนาจปกครองประเทศโดยสิ้นเชิง ดังนั้น รัฐประหาร พ.ศ.2490 จึงเปรียบเสมือนต้นแบบ (ตัวพ่อ) ของการทำรัฐประหารในครั้งต่อๆ มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
อีกบางตอนของงานเขียนชิ้นนี้ยังได้บันทึกไว้ว่า
“ก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่สองจะยุติลง เซอร์โจซาย ครอสบี้ อดีตอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ระหว่างปี ค.ศ.1934-1941 (พ.ศ.2477-2484) ตั้งข้อสังเกตว่า ในประเทศที่รูปการปกครองแบบเก่าถูกทำให้เสื่อมคลายหรือทำลายลงโดยไม่มีมติมหาชนที่มีประสิทธิภาพมาทดแทน กองทัพประจำการจะเป็นอันตรายต่อการเติบโตของสถาบันประชาธิปไตย”
ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อ แต่เป็นการมองเห็นจาก “ปัญญา” เนื่องจากการเมืองอังกฤษล่วงหน้าไทยไปเป็นร้อยปี
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงแม้การต่อสู้ทางการเมืองระหว่าง “พรรคอนุรักษนิยม” กับ “พรรคแรงงาน” ของอังกฤษจะเข้มข้น และการเปลี่ยนถ่ายอำนาจพลิกขั้ว แต่ก็ไม่มีคำว่า “กองทัพอังกฤษ” ชักใยหรือเข้าไปมีเอี่ยวกับพรรคอนุรักษนิยม
พรรคการเมืองสู้กันด้วยนโยบายที่ประกาศว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร ประชาชนกับประเทศชาติจะได้อะไรเมื่อไหร่ เคารพมติมหาชนหรือ “เสียงประชาชน” ฝ่ายแพ้ต้องหลบไปปรับปรุงแนวความคิดและกลยุทธ์สู้กันรอบใหม่
ไม่มี “อีแอบ” ไปสมคบคิดกับนายทหารในกองทัพเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ข้อสังเกตของเซอร์โซจาย ครอสบี้ เป็นความจริงแท้
รัฐประหาร พ.ศ.2490 นับเป็นการปิดฉาก “คณะราษฎร” และเป็นการ “เริ่มนับหนึ่ง” ของการเมืองในแบบฉบับที่ “กองทัพประจำการ” ควบคุมและกำกับ
กองทัพไทยทำรัฐประหารสืบต่อกันมาตั้งแต่ “8 พฤศจิกายน 2490” จนถึง “22 พฤษภาคม 2557”
มีหนังสืออีกเล่มที่พลาดไม่ได้
เป็น “งานวิจัย” ของ อาจารย์พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนและจัดพิมพ์ครั้งแรกในภาคภาษาอังกฤษชื่อ Infiltrating Society: The Thai military’s internal security affairs
ได้รับเลือกให้เป็น “หนังสือที่ดีที่สุดปี 2022” ของวารสาร Foreign Affairs ซึ่งเป็นวารสารที่ทรงอิทธิพลในวงการรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของโลก
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ก็เพิ่งจะแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ ในโอกาสที่ได้รับรางวัล ผลงานวิจัยดีเด่น สาขาสังคมศาสตร์ จากงานวิจัยเรื่อง “การแทรกซึมสังคม : กิจการความมั่นคงภายในของทหารไทย” จากกองทุนรัชดาภิเษกสมโภช ประจำปีงบประมาณ 2566
หากแต่พลันที่มีการจัดพิมพ์เป็นภาคภาษาไทย ภายใต้ชื่อ“ในนามของความมั่นคงภายใน : การแทรกซึมสังคมของกองทัพไทย” พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ก็ออกมาแถลง
ทุกถ้อยคำ “ด้อยค่า” และ “ข่มขู่”!
เช่นว่า ผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าว ไม่มีคุณวุฒิการศึกษา และไม่มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงโดยตรง
ไม่ได้รับผิดชอบให้สอนในเรื่องดังกล่าว!
ไม่มีผลงานทางวิชาการในด้านความมั่นคง!
มีข้อมูลคลาดเคลื่อน!
ขอความร่วมมือในการระงับการจำหน่าย!
จะประสานกับมหาวิทยาลัยต้นสังกัดพิจารณาเรื่อง “จริยธรรม”!
อาจจำเป็นต้องอาศัยขั้นตอน “กระบวนการยุติธรรม” ต่อไป!
ไปกันใหญ่เลย!!
อารมณ์แบบนี้ถ้าเป็นแต่ก่อน จะมีคนในเครื่องแบบยกโขยงไปกระทืบเท้าโครมครามถึงสำนักพิมพ์หรือทุบแท่นพิมพ์
แต่ช่วงนี้ต้องใช้ปากมากกว่ามือตีน
คําแถลงของโฆษก กอ.รมน.ไม่ได้เอ่ยชื่อผู้เขียน ชวนให้เข้าใจว่า เจ้าของผลงานโนเนมไร้ชื่อชั้น
แต่ “พวงทอง ภวัครพันธุ์” เปิดหน้าเปิดเผย ตรงไปตรงมา…เฮ้อออ หนังสือดิฉันเองค่า
หลากหลายคำถามจึงปรากฏ
“กอ.รมน.” เป็นใคร ถือกำเนิดขึ้นเมื่อใด ดำรงอยู่เพื่อการอันใด มีหน้าที่ มีความสามารถอะไรในการตรวจประเมินงานวิจัยของนักวิชาการ และมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลด้านใดของมหาวิทยาลัย
เชตะวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ตั้งคำถาม
“กองทัพมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจเหรอ? ถึงได้มีธุรกิจดูแลเยอะแยะมากมาย”
หนังสือ “ในนามของความมั่นคงภายใน : การแทรกซึมสังคมของกองทัพไทย” ได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ “กอ.รมน.”
รัฐประหาร 2490 เป็นต้นธาร “ทหารการเมือง”
“พวงทอง” เขียน …นับตั้งแต่รัฐประหาร 2490 ทหารไทยไม่เคยจำกัดบทบาทของตัวเองให้อยู่ภายในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการปกป้องเอกราชและดินแดนของประเทศ “กอ.รมน.” เกิดขึ้นและตั้งอยู่มาตั้งแต่ยุคสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีภารกิจแทรกซึม โฆษณาชวนเชื่อ ปฏิบัติการจิตวิทยา และจัดตั้งมวลชนต่อต้านฝ่ายตรงข้าม
เมื่อหมดพรรคคอมมิวนิสต์ก็สิ้นศัตรูทางอุดมการณ์ แต่เพื่อการคงอยู่ “กอ.รมน.” ก็ปรับภารกิจเป็น “รับใช้นาย” โดยเฉพาะนายในกองทัพบกหรือนายที่มาจาก “รัฐประหาร” กอ.รมน.แทรกซึม สอดแนม หาข่าว และถ้าหาก “ลาม” ไปถึงการตรวจสอบ ตอบโต้ และคุกคาม “พลเมืองที่เห็นต่าง” ด้วยข้ออ้าง “ความมั่นคงภายใน” ที่เบลอๆ บิดๆ เบี้ยวๆ ด้วยแล้วก็ต้องนับว่า ไม่เป็นมิตรกับแนวคิดประชาธิปไตย
ยังไม่เคยปรากฏว่า “นาย” ที่มาจากพลเรือนจะสามารถควบคุมบังคับบัญชา “กอ.รมน.” ได้อย่างแท้จริง
คำถามของ “เกษียร เตชะพีระ” นักรัฐศาสตร์อาวุโส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่โพสต์ถาม จึงท้าทาย “ต่อม” ประชาธิปไตยของนักการเมืองและภาคประชาสังคม
“นายกฯ อุ๊งอิ๊ง ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ว่าไงครับ ที่ กอ.รมน.อยากแบนหนังสือของอาจารย์พวงทอง ซึ่งสอนคณะที่นายกฯ เรียนจบมานะ?”
“รัฐมนตรี ภูมิธรรม@กลาโหม ว่าไงครับ ที่ กอ.รมน.อยากแบนหนังสือวิชาการได้รางวัลของอาจารย์พวงทอง แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ”
ทำศึกกับมหาวิทยาลัย ชักธงรบกับนักวิชาการผู้มีเพียง”ปัญญา”เป็นแสงสว่าง จะไปยากอะไร ภารกิจแบบนี้ไม่เห็นจะต้องอาศัย”ความกล้าหาญ”!?!!!
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เรื่องเลอะๆ แบบไทยๆ กรณี กอ.รมน.แบนหนังสือ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com